•         ถ้าจะว่าไปแล้วการพึ่งพาอาศัยกันร่วมมือกันทำงานเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนในสังคมไทยตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายและยังคงมีอยู่เป็นปกติในสังคมชนบทในปัจจุบันเช่นการลงแขกเกี่ยวข้าวและการร่วมกันทำงานในเทศกาลต่างๆตามประเพณีซึ่งแสดงให้เห็นภาพของการทำงานโดยสมัครใจบนเครือข่ายที่โยงใยด้วยความสัมพันธ์ที่มีต่อกันแต่เดิมมา

  •         ส่วนในสังคมตะวันตกในช่วงหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนจนนำไปสู่การปฏิรูปสังคมในยุโรปในช่วงคริสตศตวรรษที่18 และ19 นักปฏิรูปสังคมในสมัยนั้นใช้กลยุทธ์ในลักษณะเดียวกับการสร้างเครือข่ายในการทำงานด้วย

  •  

  •         เครือข่ายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างจากวัฒนธรรมเดิมแบบสั่งการแบบบนลงล่างและแบบลำดับขั้น(top down, vertical, hierarchical) เครือข่ายเน้นความสัมพันธ์แบบแนวนอน (horizontal)ผู้นำในองค์กรเช่นนี้ไม่ใช่คนสั่งการไม่ใช้อำนาจทำให้ลูกน้องเกรงกลัว(intimidate)แต่เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจเป็นโค้ชทำให้คนเข้มแข็ง(empowerment)สร้างความเชื่อมั่นและความไว้ใจกัน(trust) ดร.เสรีพงศ์พิศ

  •  

  • แม้เครือข่ายจะมีลักษณะร่วมกับความเป็นองค์กรหรือกลุ่มแต่ไม่ใช่ทุกกลุ่มหรือทุกองค์กรจะเรียกว่าเป็นเครือข่ายได้เครือข่ายควรมีลักษณะดังนี้(Alter and Hage, 2533)

  • lเป็นโครงสร้างทางความคิด(Cognitivestructures)บุคคลในเครือข่ายจะมีกรอบความคิดใกล้เคียงกันรวมทั้งด้านความรู้ความสามารถความคาดหวังต่อเครือข่าย

  • lไม่มีลำดับขั้นเป็นการเชื่อมโยงระหว่างองค์กรและอิสระต่อกันแต่ระดับความเป็นอิสระของแต่ละองค์กรอาจไม่เท่ากัน

  • lมีการแบ่งงานกันทำ(Division of labour)

  • lการพัฒนาของแต่ละองค์กรในเครือข่ายเป็นสิ่งสำคัญเพราะหมายถึงความเข้มแข็งของเครือข่ายด้วย

  • lมีการสมานฉันท์โดยผ่านกระบวนการทางประชาธิปไตยเพราะต้องบริหารจัดการกันเอง(Self-regulating)

  • lต้องอาศัยระยะเวลาในการบ่มเพาะความสัมพันธ์ศรัทธาและเชื่อใจกันรวมทั้งดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

  •  

  • จากฐานคิดนิยามและลักษณะของเครือข่ายดังกล่าวจะเห็นได้ว่ามีจุดร่วมที่สำคัญอย่างน้อย5 ประการของความเป็นเครือข่ายได้แก่

  • -          หน่วยชีวิตหรือสมาชิกเครือข่ายเป็นระบบปฏิสัมพันธ์กันของแต่ละหน่วยชีวิตจะดำเนินการสานต่อเพื่อหาแนวร่วมในการสร้างสิ่งต่างๆหน่วยชีวิตจึงเป็นองค์ประกอบหลักที่ก่อให้เกิดความเป็นเครือข่าย

  • -           จุดมุ่งหมายการร่วมกันอย่างมีจุดมุ่งหมายถือเป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งของเครือข่าย

  • -           การทำหน้าที่อย่างมีจิตสำนึกหากขาดจิตสำนึกต่อส่วนรวมที่มาจากส่วนลึกภายในจิตใจของตนแล้วย่อมเป็นเพียงการรวมกลุ่มเพื่อเรียกร้องหาผลประโยชน์ตอบแทนเท่านั้น

  • -           การมีส่วนร่วมและการแลกเปลี่ยนต้องมีอย่างสม่ำเสมอจะขาดเสียไม่ได้ซึ่งจะทำให้เครือข่ายนั้นมีพลังมากขึ้น

  • -           ระบบความสัมพันธ์และการสื่อสารการสื่อสารกันในเครือข่ายต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดการลื่นไหลของเครือข่ายนั้น

  •  

  • จอยเวอร์เนอร์กล่าวถึงองค์ประกอบของเครือข่ายโดยใช้อักษรย่อ4ตัวคือlink หรือการเชื่อมต่อ  เพื่อให้จำได้ง่าย  จึงนำอักษรตัวแรก  เป็นอักษรนำแต่ละคำที่มีความหมาย  คือ

  • 1. การเรียนรู้(Learning)

  • 2. การลงทุน(Investing)

  • 3. การดูแล(Nurturing)

  • 4. การรักษา(Keeping)