เราคนไทยจำนวนมากมักจะพาลูกไปศูนย์การค้า เปิดหูเปิดตารับความสนุกสนาน และการบริโภคนิยมทางวัตถุว่าเป็นความสุขที่สุดของชีวิต มากกว่าที่จะพาลูกเข้าวัดให้เรียนรู้ความสุขทางจิตใจ

           ได้อ่านหนังสือเรื่อง การเรียนรู้ที่แท้และพอเพียง ของ ศ.นพ.เกษม  วัฒนชัย  องคมนตรี และอดีต รมว.กระทรวงศึกษาธิการ  ซึ่งหนังสือนี้แบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ
           ภาคหนึ่ง  เรื่องการเรียนรู้ที่แท้  ซึ่งจะกล่าวถึง  วิวัฒนาการ(สู่)การเรียนรู้ของมนุษย์   พื้นฐานการเรียนรู้  กระบวนการเรียนรู้  ระบบการเรียนรู้ที่แท้  สังคมไทยกับการเรียนรู้ และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
           ภาคสอง  เรื่องการเรียนรู้สู่ชุมชนเป็นสุข  จะกล่าวถึง  ธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง
: ที่จะกระทบกว้างและรุนแรง  ศาสนาสากลกับสันดานมนุษย์ : ที่เปลี่ยนแปลงช้ามาก   แนวโน้มสังคมไทย : ที่กำลังอันตรายเหลื่อมล้ำมีขั้วอาจล่มเกิดขึ้นสักวัน  สังคมไทย 3 ภาคส่วนที่ต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน  3 หลักเรียนรู้สู่ชุมชนเป็นสุข  เป็นต้น
           ภาคสาม  เรื่องหลักคิด
พอเพียง  จะกล่าวถึง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในทุกแง่ทุกมุม รวมทั้งเรื่องความรู้คู่คุณธรรมด้วย
            จะขอยกตัวอย่างประโยคที่คุณพิเชียร  คุระทอง สรุปข้อความหนึ่งที่ ศ. นพ.เกษมกล่าวไว้หนังสือนี้ อย่างกินใจว่า  
            
พ่อแม่คนไทยเดี๋ยวนี้สอนลูกผิดหมดเลย  เคยมองตัวเองกันไหม  เราคนไทยจำนวนมากมักจะพาลูกไปศูนย์การค้า  เปิดหูเปิดตารับความสนุกสนาน  และการบริโภคนิยมทางวัตถุว่าเป็นความสุขที่สุดของชีวิต  มากกว่าที่จะพาลูกเข้าวัดให้เรียนรู้ความสุขทางจิตใจ  เราสอนลูกให้บ้าวัตถุและปรนเปรอลูกให้ใฝ่คว้ายึดมั่นในวัตถุว่าเป็นสิ่งสูงสุดโดยละเลยธรรม  หรือแทบไม่รู้จักธรรมในฐานะที่เป็นโอสถเยียวยาจิตใจ  และค้ำจุนโลกให้มีสันติสุข 
            เราปรนเปรอลูกทุกอย่าง แม้กระทั่งคดข้าว  ลูกก็ไม่ต้องทำเอง  เราเลี้ยงลูกจนลูกทำอะไรไม่เป็นกระทั่งโต  เดินทางไปกับคณะศึกษาแล้วไปตกรถพลัดหลงกับคณะ  แต่ไม่สามารถกลับบ้านได้ถูก และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้  จนต้องโทรศัพท์กลับมาขอร้องวิงวอนให้พ่อแม่ช่วยไปรับกลับบ้านที…

          …ก็อยากเชิญชวนให้อ่านทั้งเล่ม  ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน  พ.ศ. 2549  ความหนา 186 หน้า… ครับ