หากปล่อยปละละเลย หรือหนีปัญหาแต่แรก ปัญหาก็จะยิ่งทับถมยิ่งขึ้น และยากที่จะดึงความรู้สึกที่เคารพเชื่อฟังครูกลับคืนมาได้

    วันนี้ได้รับเชิญจากโรงเรียนแห่งหนึ่งให้ไปสังเกตการสอนของคุณครูท่านหนึ่ง  ตามระบบนิเทศภายในของโรงเรียน (นิเทศแบบคลินิค) 
      คุณครูที่ผมไปสังเกตการสอนท่านนี้มีความรู้แน่นในสาขาวิชาที่สอน  และเตรียมตัวมาดีทีเดียว(คงทราบมาก่อนว่าจะถูกสังเกตการสอน)  ซึ่งเรื่องเทคนิคการสอนแม้จะดูธรรมดาๆ แต่ดูแล้วก็น่าจะพอสอบผ่านได้  หากได้มีการปรับลีลาการสอนโดยตั้งประเด็นให้นักเรียนได้ร่วมคิดวิเคราะห์  และลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จริงก็น่าจะดีกว่านี้
      แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงและเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับคุณครูหลายๆแห่ง  คือ
ความสามารถในการคุมชั้นเรียน  ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่ามีความสาคัญต่อบรรยากาศการเรียนการสอนอย่างมาก  เท่าที่ดูการสอนครั้งนี้ได้เห็นความผิดพลาดตั้งแต่การจัดชั้นเรียนที่มีนักเรียน 40 กว่าคนแออัดอยู่ในห้องแคบๆ ที่เหมาะสำหรับการฟังบรรยายจากครูอย่างเดียว  แต่ยังมีจุดแข็งคือนักเรียนส่วนใหญ่ที่นี่น่ารักมาก  ตั้งใจเรียนกันดี  จะมีนักเรียนเพียงไม่กี่คนในห้องที่นอกจากไม่สนใจเรียนแล้ว(ขนาดรู้ว่ามีคนภายนอกมาสังเกตการสอน)  ยังค่อนข้างก่อกวน  ใช้คำพูดที่ชวนให้เพื่อนๆที่ตั้งใจเรียนเกิดความรำคาญ  ครูเองก็ดูจะไม่สนใจเด็กกลุ่มนี้(คล้ายกับจะเอือมระอา)  นานๆครั้งจึงจะหันมาบอกว่า เงียบๆ แต่ก็ดูไม่จริงจัง หนักแน่น ไม่สามารถปรามให้เขาเกรงใจได้
      ผมรู้สึกสงสารคุณครูท่านนี้มาก  คิดว่าท่านคงไม่มีความสุขในการสอนเท่าใดนัก  แม้จะมีไมโครโฟนช่วย แต่เสียงของท่านก็ยังดังสู้กับเด็กที่ก่อกวนไม่กี่คนไม่ได้  การคุมชั้นเรียนไม่ได้   มีผลกระทบต่อบรรยากาศและคุณภาพการสอนมากมาย  สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ต้องทบทวนกันอย่างยิ่ง  ผมเคยได้ยินคุณครูจากหลายโรงเรียนบ่นกัน(โดยเฉพาะระดับมัธยม) ว่าการสอนในห้องแต่ละครั้งจะมีเด็กสนใจเรียนจริงๆไม่ถึง 10 คน  ซึ่งบ่งบอกถึงคุณภาพเยาวชนในสังคมว่า  น่าเป็นห่วงอย่างมาก

        ผมคิดว่าความสามารถในการคุมชั้นเรียน  น่าจะเริ่มต้นตั้งแต่ชั่วโมงแรกของการสอน  ที่ครูต้องมีกติกาข้อตกลงร่วมกันในการเรียนการสอน  รวมทั้งมีมาตรการที่ดีในการดูแลการทำตามกติกา  อาจมีเครือข่ายนักเรียน  เครือข่ายเพื่อนครู เครือข่ายผู้ปกครอง เครือข่ายระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเข้าช่วย บุคลิกภาพของครูเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องวางตัวอย่างเหมาะสม  ทันเกมเด็ก  ระบบข้อมูลดี  เวลาแข็งก็ต้องแข็ง  เวลาอ่อนก็ต้องอ่อน  ต้องทำให้เด็กเกรงใจให้ได้  ถ้าเริ่มต้นดี  พูดจริงทำจริง  แต่เบื้องหลังคือความมีเมตตา เด็กก็จะเข้าใจและเคารพครูด้วยใจจริง  เมื่อนั้นครูจะบอกจะสอน จะอบรมอะไรเขาก็จะเชื่อฟังหมด
        หากปล่อยปละละเลย  หรือหนีปัญหาแต่แรก   ปัญหาก็จะยิ่งทับถมยิ่งขึ้น  และยากที่จะดึงความรู้สึกที่เคารพเชื่อฟังกลับคืนมาได้