เรื่องเล่าจากโรงทอผ้า

ช่วงนี้ฝนที่ขอนแก่นคุ้มดีคุ้มร้าย ตกบ้าง ไม่ตกบ้าง บ้างก็คลื้มและตก บ้างก็คลื้มแทบจะท่วมเมืองแต่ไม่ตก ไม่เหมือนช่วงต้นฝนที่ฝนเทเอาเทเอาจนเบื่อฤดูกาล แต่มาคราวนี้ฝนทิ้งช่วงไปมากโดยเฉพาะแถบเมืองพลบ้านผม

แม่โทรมาช่วงเช้าเพื่อทวงเอาลายผ้า ไปให้ช่างทอผ้าซึ่งความจริงผมมีแผนจะกลับไปโรงอยู่แล้ว แต่แม่โทรมาบอกวาเขาทอเสร็จกันหมดแล้ว จำเป็นต้องขึ้นผ้าชุดใหม่ ผมจึงจำต้องส่งงานทางรถไฟเพราะช่วงนี้งานที่ต้องสะสางยังไม่จบ

(ภาพจาก http://www.isantextiles.net/)

ปรากฎการณ์ช่วงนี้ที่โรงทอคึกคักช่างแตกต่างจากก่อนหน้านี้นัก เพราะราวเดือนที่แล้วโรงทอของผมเงียบเหงาเพราะช่างทอผ้าลงนากันหมดผ้าที่ลูกค้าสั่งไม่ได้ส่งตามนัด ทำเอาโดนต่อว่าไปเหมือนกัน แต่ช่วงนี้สิผมส่งลายผ้าแทบไม่ทัน แถมช่างทอก็เพิ่มจากสี่กี่เป็นห้ากี่และมีช่างทอขอทอผ้าเพิ่มอีกหลายคน

ความจริงหากเทียบรายได้จากการทอผ้ากับรายได้จากการทำนาดูเหมือนจะใกล้เคียงกัน แต่เมื่อพูดถึงกำไรที่จะได้รับผมมั่นใจว่า การทอผ้าสามารถทำกำไรได้มากกว่า เพราะที่โรงทอผ้าชาวบ้านไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไร ลงทุนเฉพาะฝีมือแรงกายเท่านั้น ไม่ต้องจ้างไถ จ้างหว่าน จ้างดำ ซื้อปุ๋ย แถมไม่ต้องเสียงกับน้ำจากฟ้าอีกด้วย

ผมก็ไม่ได้ต่อต้านไม่ให้ช่างทอของผมเลิกทำนาหรอกนะครับ แต่ต้องหาวิธีจัดการการทำนาในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ยุคที่น้ำมันลิตรกว่าครึ่งร้อย ยุคที่ปุ๋ยแพงยังกะทองคำ ยุคที่ค่าจ้างแรงงานชาวนาแพงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ผมเองไม่รู้วิธีหรอก แต่คงต้องหาเครื่องมือที่จะช่วยให้ชาวนาปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง

 ช่วงนี้ช่างทอผ้าเต็มโรงทอ สีสันและความสนุกเริ่มเข้ามา ต้นเดือนผมจะเก็บผ้าสวย ๆมาฝากครับ