" บ้านผำวัฒนธรรมงดงาม เรืองนามบ้านนักปราชญ์ องอาจท่านพระครู ดอนเจ้าปู่คู่บ้าน งามตระการหนองตากล้า ออกพรรษาประเพณี กีฬาดีร่วมกันจัด ตลาดนัดวันอาทิตย์ ร่วมคิดงานปีใหม่ ร่วมใจสามัคคี "

 

        วันหยุดติดต่อกัน ๕ วันช่วงปีใหม่ ๒๕๕๒ มีโอกาสแวะเที่ยวชม ตลาดนัดวันอาทิตย์ บ้านผำที่เคยเขียนถึงสมัยเด็ก จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีคำขวัญประจำหมู่บ้านว่า

 

" บ้านผำวัฒนธรรมงดงาม เรืองนามบ้านนักปราชญ์ องอาจท่านพระครู ดอนเจ้าปู่คู่บ้าน งามตระการหนองตากล้า ออกพรรษาประเพณี กีฬาดีร่วมกันจัด ตลาดนัดวันอาทิตย์ ร่วมคิดงานปีใหม่ ร่วมใจสามัคคี "

  

หนึ่งในคำขวัญประจำหมู่บ้าน ตลาดนัดวันอาทิตย์ สมัยก่อตั้งเริ่มแรกมีการขายสินค้าตลาดนัดเฉพาะตอนเช้าวันอาทิตย์เท่านั้น ต่อมามีตลาดนัดตอนเย็นทุกวันพุธ ปี ๒๕๕๑ ได้รับงบประมาณจากเทศบาลเมืองสรวง ก่อสร้างอาคารถาวรที่มีหลังคาขึ้น ๑ หลัง

 

      บริเวณขายสินค้าตลาดนัดวันอาทิตย์ทิศตะวันออกเริ่มจากสี่แยกวัดบ้านผำใหญ่สองข้างทางเป็นร้านขายของที่ระลึก จำหน่ายสินค้าโอทอปนานาชนิด เช่น หมอนอิฐ หมอนขวาน หมวก กระดิ่งใส่คอวัว กระติ๊บ กระด้ง กระบุง ตระกร้าไม้ไผ่ ตระกร้าทางมะพร้าว เตา หม้อแจ่วฮ้อน ครกหิน สุ่มไก่ เสื่อ ฯลฯ เจ้าของร้านกล่าวว่าสินค้าที่นำมาขายส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่รับมาขายต่ออีกทีไม่ได้ผลิตในบ้านผำแต่อย่างใด

 

 

เลยจากร้านทั้งสองยาวจรดฝั่งทิศตะวันตกหน้าโรงเรียนชุมชนบ้านผำ ทั้งสองข้างทางลักษณะสินค้าที่นำมาจำหน่ายก็คล้ายกับตลาดนัดทั่วไป พ่อค้าแม่ค้าจะเป็นคนต่างถิ่น มาในลักษณะสามีภรรยา พ่อ แม่ ลูก ช่วยกันค้าขาย สินค้าที่นำมาขายอาทิเช่น ของใช้ภายในบ้านทุกอย่าง ๑๐ บาท เสื้อผ้า ไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ รองเท้า ซีดีเพลง หนัง เนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ ปลาทูนึ่ง ปลาทูสด ไก่ย่าง คอหมูย่าง หมูปิ้ง ขนมเครป ขนมครก ผักสด ผลไม้ ฯลฯ  

 

 

หากแต่จุดเด่นอยู่ที่ซอยแยกฝั่งตรงข้ามกับประปาบ้านผำ  พ่อค้าแม่ค้าเป็นคนในหมู่บ้านผำ บ้านหนองหมู บ้านเหล่าหัวภู นำสินค้าที่หาได้ในท้องถิ่นมาขาย ลักษณะการจัดหน้าร้านคงเป็นได้แค่เพียงการนำเสื่อที่ทำจากต้นกก ปูกับพื้นนั่งขายของ บางรายก็นั่งบนแคร่ที่ทำจากไม้ไผ่ สินค้าที่นำมาขายอาทิเช่น ข้าวโพดต้ม ยอดฟักทอง ผักหวาน มะละกอสุก สะเดา อาหารพื้นเมือง เช่น ซุปบักมี่ ซุปบักเขือ ซุปหน่อไม้ ห่อหมกปลาช่อน กบ เขียด ปลาตัวเป็นๆ ที่ได้จากสระน้ำตามหัวไร่ปลายนา หาได้เป็นปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปไม่ จากการสอบถามแม่ค้า(ส่วนมากเป็นเพศหญิง)สินค้าที่นำมาขายส่วนใหญ่ ผัก ผลไม้ จะปลูกเองหรือหาได้จากท้องไร่ท้องนาแล้วนำมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน ไม่ได้ซื้อมาจำหน่ายต่อ เสียดายไม่มีรูปภาพ เนื่องจากเป็นการถ่ายภาพระยะใกล้และเกรงใจ จึงมิได้บันทึกภาพถ่ายแต่อย่างใด

 

ช่วงหยุดยาวปีใหม่ ๒๕๕๒ ตั้ง ๕ วันติดต่อ ลูกหลานบ้านผำ ที่ไปทำงานต่างถิ่นกลับมาเยี่ยมบ้านเกิด กอรปกับฤดูหนาว อากาศเย็นสบาย ทำให้บรรยากาศตลาดนัดวันอาทิตย์บ้านผำ มีคนเป็นจำนวนมากมาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้า และในช่วงวันเสาร์ที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๒ เวลาประมาณเที่ยง ได้สังเกตการณ์ร้านจำหน่ายสินค้าโอทอปที่กล่าวแล้วนั้น มีคนขับรถปิกอัพผ่านไปมาจอดซื้อของฝากเป็นจำนวนมาก เป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นดีนักแล

 

 

จากการไหลบ่าของวัฒนธรรมต่างถิ่นอย่างเชี่ยวกราก ความเจริญทั้งด้านวัตถุ ตลอดจนด้านจิตใจของคนในท้องถิ่นก็ดี ทำให้คนในชุมชนบ้านผำมีวิถีชีวิต  ความเป็นอยู่ ลักษณะที่อยู่อาศัย เปลี่ยนไปจากในอดีต เช่น ที่อยู่อาศัยจะมีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวมีรั้วรอบขอบชิด ครึ่งตึกครึ่งไม้ ใช้ส้วมซึม น้ำดื่มส่วนใหญ่จะเป็นน้ำฝนรองเก็บกักน้ำใส่ภาชนะที่มีฝาปิด ส่วนน้ำใช้จากน้ำประปาหมู่บ้านผำ บางครัวเรือนที่มีฐานะทางการเงิน ก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิเช่น เตียงนอนไม้ เครื่องเล่นซีดี/วีซีดี/ดีวีดี เครื่องซักผ้า โทรทัศน์ ตู้เย็น เตารีดไฟฟ้า หม้อหุงต้มอาหารไฟฟ้า เตาแก๊สหุงต้ม กระติกต้มน้ำไฟฟ้า เตาอบไมโครเวฟ เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือ/เคลื่อนที่ รถปิกอัพ และรถจักรยานยนต์

 

 

คนส่วนใหญ่ในชุมชนบ้านผำประกอบอาชีพทำนา นอกจากนั้นบางครัวเรือนยังมีการเลี้ยงวัวหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว ตอนเช้าจะนำวัวออกไปเลี้ยงหรือผูกไว้ตามท้องนาห่างจากหมู่บ้าน เวลาประมาณเที่ยงก็จะปั่นจักรยานหรือนั่งรถมอเตอร์ไซค์ เอาน้ำให้วัวกิน ตอนเย็นก็นำเข้าคอกวัว เป็นชีวิตที่มีความสุขอีกแบบ

 

 

ก่อนจบบันทึกมีดอกบวบสีเหลืองจากข้างทาง และดอกบัวยามเช้ารับแสงอาทิตย์ จากนาหนองทม มาฝากครับ

ดอกบวบ

.......

ดอกบัว จากนาหนองทม

..... 

 อิสระทางความคิด ความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน "ไทบ้านผำ(ใหญ่)"

 

สุเทพ  ธุระพันธ์

๑๗ มกราคม ๒๕๕๒