ชวนเสนอแนะ : แนวทางการให้ความช่วยเหลือและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน GotoKnow.org
อ่าน: 3767
ความเห็น: 0

องค์กรเคออร์ดิค 38. ขุมทรัพย์ทางปัญญา

ในองค์กรทุกองค์กร มี “กรุขุมทรัพย์ทางปัญญา” อยู่ กรุขุมทรัพย์ทางปัญญาที่สำคัญคือความรู้ที่มีอยู่ภายในคน ที่เป็นสมาชิกขององค์กรนั่นเอง ความรู้เหล่านี้ ถ้าไม่ตระหนักถึง ไม่ให้คุณค่า ไม่มีวิธีปลดปล่อยออกมา ก็เหมือนไม่มี

สกว. กับความเป็นองค์กรเคออร์ดิค (38)

องค์กรเคออร์ดิค กับขุมทรัพย์ทางปัญญา

 

ศ. นพ. วิจารณ์ พานิช

สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.)

www.kmi.or.th

http://gotoknow.org/thaikm

 

อ่านบทความย้อนหลังได้ที่ http://rescom.trf.or.th

 

ในโลกนี้มีขุมทรัพย์ (Assets, Capital) ซ่อนอยู่ทั่วไป  ทั้งที่เป็นขุมทรัพย์เชิงรูปธรรมจับต้องได้  และที่เป็นขุมทรัพย์เชิงนามธรรม    ทั้งที่เป็นขุมทรัพย์มโหฬาร และขุมทรัพย์เล็กๆ     ขุมทรัพย์เหล่านี้ฝังแฝงอยู่ทั่วไป     รอให้ผู้คนรับรู้และให้คุณค่า    และนำมาสร้างคุณค่า (และมูลค่า) ในบริบทใหม่ๆ     ขุมทรัพย์เหล่านี้ มีอยู่ สั่งสม ยกระดับ สร้างเพิ่ม ได้หลากหลายรูปแบบ    ขุมทรัพย์เหล่านี้ มีอยู่แบบไม่มีและเหมือนไม่มี แต่มีอยู่     องค์กรเคออร์ดิค เป็นองค์กรที่มีความสามารถนำเอาขุมทรัพย์ที่ซุกซ่อนอยู่ในรูปแบบดังกล่าว มาสร้างคุณค่าและมูลค่า เป็นวงจรไม่รู้จบ

 

ในที่นี้จะกล่าวถึงขุมทรัพย์เชิงนามธรรม จับต้องไม่ได้ ที่เรียกว่า ขุมทรัพย์ทางปัญญา

 

เรียนรู้การ เปิดกรุ ขุมทรัพย์ทางปัญญา

ในองค์กรทุกองค์กร มี กรุขุมทรัพย์ทางปัญญาอยู่     องค์กรเคออร์ดิค ทำงานหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมีความมุ่งมั่นที่ชัดเจนแน่นอน    แต่มีวิธีทำงานหรือยุทธศาสตร์ที่ยืดหยุ่น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อม     แต่ไม่ว่าในสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมใด องค์กรเคออร์ดิคต้อง นำสินทรัพย์มาเป็นทุน (เปลี่ยน assets เป็น capital) ดำเนินการเสมอ    โดยการเปิดกรุขุมทรัพย์ที่มีอยู่ภายในองค์กร    

กรุขุมทรัพย์ทางปัญญาที่สำคัญคือความรู้ที่มีอยู่ภายในคน ที่เป็นสมาชิกขององค์กรนั่นเอง     ความรู้เหล่านี้ ถ้าไม่ตระหนักถึง ไม่ให้คุณค่า ไม่มีวิธีปลดปล่อยออกมา ก็เหมือนไม่มี     วิธีปลดปล่อยขุมทรัพย์นี้ คือ SST – Success Story Technique ซึ่งได้เขียนไว้โดยพิสดารในหนังสือ ผู้บริหาร องค์กรอัจฉริยะ ฉบับนักปฏิบัติ   โดยวิจารณ์ พานิช ที่เพิ่งพิมพ์ออกเผยแพร่เมื่อต้นเดือนธันวาคม ๒๕๕๐ นี้เอง  

 

เรียนรู้การ สร้างกรุขุมทรัพย์ทางปัญญา

องค์กรเคออร์ดิค มี การจัดการความรู้ และ Success Story Technique เป็นเครื่องมือ เปิดกรุขุมทรัพย์ทางปัญญา     นำเอาปัญญาปฏิบัติออกจากกรุซึ่งเป็นที่ซ่อนเร้น    ออกสู่วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นเวทีที่มีชีวิต มีชีวิตชีวา สนุกสนานและภาคภูมิใจ    และที่สำคัญ ออกจากกรุซึ่งมีความหยุดนิ่ง ไปสู่การปฏิบัติ ที่มีความเป็นพลวัตเปลี่ยนแปลง    

องค์กรเคออร์ดิค มีลักษณะแปลก ตรงที่ทำกิจกรรมเปิดกรุกับสร้างกรุในเวลาเดียวกัน     หรือ กิจกรรมเปิดกรุกับกิจกรรมสร้างกรุเป็นกิจกรรมเดียวกัน     คือเป็นกิจกรรมที่มี Success Story Technique เป็นแกนนำ หรือเป็นฐาน ในการทำงานด้วยความรู้ที่ เปิดออกมาจากกรุ นั้นเอง     มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  และหมุนเอาความรู้ที่สร้างขึ้นใหม่ หรือยกระดับขึ้นจากประสบการณ์ ใส่กลับเข้าไปในกรุ หรือตัวบุคคลอยู่ตลอดเวลา

 

องค์กรเคออร์ดิค ทะลายกรุมากกว่าสร้างกรุ

ถ้าเราจินตนาการ กรุขุมทรัพย์ เหมือนเจดีย์โบราณ    ขุมทรัพย์ทางปัญญาขององค์กรเคออร์ดิค ก็ไม่เหมือนกรุขุมทรัพย์ที่เราเข้าใจ     เพราะขุมทรัพย์ทางปัญญาขององค์กรองค์กรเคออร์ดิค มีลักษณะเป็นพลวัต เปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา      คล้ายๆ กรุแตก อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน     มีการนำเอา พระเครื่อง (หมายถึงความรู้ปฏิบัติ หรือความรู้นอกตำรา) เข้ากรุอยู่เป็นนิตย์     และเอาออกไปใช้งานหรือขัดถูอยู่เป็นนิตย์     ใช้แล้วก็ยกระดับความรู้ขึ้นไปอีก     กรุจึงไม่เป็นกรุอีกต่อไป

องค์กรที่เริ่มต้นเดินทางสู่องค์กรเคออร์ดิค จึงเต็มไปด้วยกรุขุมทรัพย์ทางปัญญา     แต่เมื่อได้อยู่ในวิถี องค์กรเคออร์ดิค ก็จะไม่มีกรุอีกต่อไป     มีแต่วงจรสร้าง ใช้ และทำลายขุมทรัพย์ทางปัญญา อยู่ตลอดเวลา    

 

ทะลายกรุเท่าไรก็ไม่หมด

คำกล่าวข้างบน ในย่อหน้าที่แล้วอาจจะผิด     เพราะองค์กรเคออร์ดิคนั้นคล้ายสิ่งมีชีวิต     มีสิ่งต่างๆ หรือปรากฏการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นเอง โดยมนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด     และไม่สามารถหยั่งรู้ได้ทั้งหมด    สิ่งเหล่านั้นอาจค่อยๆ ก่อเกิดเป็น กรุขุมทรัพย์ ใหม่โดยเราไม่รู้ตัว     นี่คือความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งขององค์กรเคออร์ดิค

ดังนั้น หน้าที่อย่างหนึ่งของสมาชิกขององค์กรเคออร์ดิค คือการเปิดหู เปิดตา เปิดใจ เปิดสัมผัสทุกประเภทให้ว่องไวต่อสรรพสิ่งทั้งหลาย ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม    เพื่อสัมผัสและรับรู้ กรุขุมทรัพย์ทางปัญญา ที่ก่อเกิดขึ้นเองภายในองค์กรอย่างอัตโนมัติ

 

ขุมทรัพย์ที่มีอยู่ภายนอก

ขุมทรัพย์ทางปัญญาที่เราต้องการ (ใช้เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าตามปณิธานและเป้าหมายขององค์กร) มีอยู่แล้วภายในองค์กรมากมายอย่างน่าพิศวง    แต่ขุมทรัพย์ทางปัญญาที่มีอยู่ภายนอกองค์กรยิ่งมีมากกว่าและหลากหลายกว่าหลายสิบหลายร้อยเท่า (หรืออาจเป็นพันเป็นหมื่นเท่า)    และมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการอยู่อย่างรวดเร็ว    ที่สำคัญขุมทรัพย์เหล่านี้เข้าถึงได้ไม่ยากในยุคโลกาภิวัตน์     องค์กรเคออร์ดิคต้องพัฒนาขีดความสามารถในการเข้าถึง ดูดซับ ปรับแต่ง ใช้ และยกระดับความรู้เหล่านั้นให้กลายเป็นความรู้ขององค์กร     ต้องมีความชำนาญในการทำให้ขุมทรัพย์ภายนอกกลายเป็นขุมทรัพย์ภายใน   

 

หัวใจอยู่ที่การให้ความหมาย

ได้กล่าวแล้วว่า ขุมทรัพย์ทางปัญญา เป็นสิ่งที่มีอยู่ดาดดื่นทั่วไป     มีอยู่แต่เหมือนไม่มี  หรือคล้ายๆ ไม่มีแต่มี     ขึ้นอยู่กับความสามารถในการ มองเห็น     ซึ่งเป็นการ เห็นด้วย ตาใน ไม่ใช่เห็นด้วยตาเนื้อ    และวิธี มอง ให้ เห็น ด้วย ตาในทำได้โดยใช้  ตาปลา ที่อยู่ที่ หัวปลา

หัวปลา ในที่นี้ หมายถึง Knowledge Vision (KV)  ตามโมเดล ปลาทู ของการจัดการความรู้ในแนวทางของ สคส.    เมื่อเอา (KV) มาเป็น เรดาร์ก็จะตรวจจับขุมทรัพย์ทางปัญญาได้มากมาย ทั้งจากภายในองค์กร และจากภายนอกองค์กร  

นั่นคือ เราใช้เป้าหมายขององค์กร และเป้าหมายความรู้ที่ต้องการนำมาใช้ทำกิจกรรมหลักขององค์กร เป็นฐานคิด ในการให้ความหมายของสิ่งที่ถือเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาที่ต้องการ

     

ขีดความสามารถ (Competency) ขององค์กรอย่างหนึ่งที่ควรตรวจตราหรือประเมิน คือ ขีดความสามารถในการตรวจจับขุมทรัพย์ทางปัญญา เอามาใช้งาน     องค์กรที่ก้าวสู่ความเป็น องค์กรเคออร์ดิค  องค์กรอัจฉริยะ  หรือองค์กรเรียนรู้  จะต้องมีขีดความสามารถในการตรวจจับขุมทรัพย์ทางปัญญาเอามาใช้งานได้เก่งขึ้นเรื่อยๆ      มีเรื่องราวของการนำขุมทรัพย์ทางปัญญามาใช้งานในรูปแบบใหม่ๆ และหลากหลายขึ้นเรื่อยๆ   

หมวดหมู่: การบริหารจัดการ การจัดการความรู้
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: พ. 16 เม.ย. 2551 @ 07:39 แก้ไข: พ. 16 เม.ย. 2551 @ 07:39 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.107.191.99
ข้อความ:  

กฏ กติกา การแสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์ GotoKnow.org ขอความกรุณาทุกท่านปฏิบัติตามกฏ กติกา ดังต่อไปนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้งานที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ และเพื่อการส่งเสริมชุมชนออนไลน์ที่มีคุณภาพ

  1. กรุณางดการใช้ข้อความ ภาพ เสียง วิดีโอ และสื่อมัลติมีเดียใดๆ ที่ไม่สุภาพ คำหยาบ ส่อเสียด กล่าวร้าย ดูหมิ่น พาดพิงทำให้ผู้อื่นเสียหาย และทำให้เกิดความแตกแยกทางสังคม และกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
  2. ควรแสดงความคิดเห็นอย่างให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นและตนเอง เนื่องจากความคิดเห็นดังกล่าวจะเผยแพร่ต่อสาธารณะชน
  3. กรุณางดการคัดลอกความคิดเห็น หรือข้อความจากแหล่งข้อมูลใดๆ มาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และงดการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อโฆษณาสินค้าและบริการใดๆ ที่มีผลประโยชน์ทางการค้า
  4. ควรแจ้งแหล่งอ้างอิงข้อมูลอย่างชัดเจน เมื่อมีการอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ในการแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นการแสดงเจตนาถึงการไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น
  5. ความคิดเห็นที่แสดงในบันทึก ไม่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฏหมายของผู้แสดงความคิดเห็น
  6. เว็บไซต์ GotoKnow ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่ขัดต่อกฏ กติกาข้างต้น และขัดต่อเงื่อนไขการใช้บริการของเว็บไซต์โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นดังกล่าว
เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
รหัสสุ่ม:
   
  ยกเลิก หรือ ดูตัวอย่างก่อนบันทึก หรือ