ผมกำลังหลงใหลหนังสือที่แต่งโดยครู Rafe Esquith  ชื่อ Teach Like Your Hair's on Fire, Penguin Books, 2007

 

AAR บทที่ ๓  Reading for Life

 ผมรู้สึกว่าครู Rafe กับผมเป็น “คนคอเดียวกัน” คือชอบเสาะหาความเข้าใจผิดในงานส่วนที่ตนมุ่งมั่นทำให้ดีใน “ระดับที่แตกต่าง” (make a difference)    นำมาหาวิธีทำให้ดีกว่า


 แทนที่จะมุ่งสอนอ่านให้เด็ก (ป. ๕ อายุ ๑๐ ขวบ) อ่านออกตามที่ทางการกำหนด    ครู Rafe มุ่งสอนให้เด็ก “อ่านเพื่อชีวิต” คือให้รักการอ่าน   สนุกกับการอ่าน


 แทนที่จะวัดสัมฤทธิผลของการเรียนอ่านแบบที่ทางการกำหนด   ครู Rafe บอกว่าควรวัดที่จำนวนครั้งของเสียงหัวเราะ  และปริมาณหยาดน้ำตา   ของเด็ก   เพราะแสดงว่าเด็กซาบซึ้งกับเรื่องที่อ่าน


 เด็กต้องการโค้ช หรือผู้ให้คำแนะนำ ผู้ช่วยเหลือ ให้อ่านเข้าใจ และสนุกกับเรื่องราวในหนังสือ   ต้องการคำแนะนำให้เลือกอ่านหนังสือที่เหมาะสมต่อพื้นฐานของเด็ก   คือไม่ยากหรือซับซ้อนเกินไปจนน่าเบื่อ   และตามความชอบของเด็ก   นี่คือหน้าที่ของ “ครูเพื่อศิษย์”   ที่ครูจะเรียนรู้วิธีทำหน้าที่นี้ได้ไม่รู้จบ

 
 แรงถ่วงความสามารถในการอ่าน ที่เป็นตัวหาผลประโยชน์จากเด็ก และถ่วงพัฒนาการเด็ก ได้แก่ ทีวี  วิดีโอเกม  ครูที่สอนห่วย  ความยากจน  ครอบครัวแตกแยก  และการไม่มีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำ

 
 เพื่อให้เด็กรักการอ่าน และอ่านหนังสือสนุก เด็กต้องการผู้ใหญ่ให้คำแนะนำ


 การไปห้องสมุดเป็นวิธีสร้างนิสัยรักการอ่าน และเห็นคุณค่าของการอ่าน    แต่ต้องมีผู้ใหญ่ไปให้คำแนะนำ   ครูต้องไม่ใช่แค่ปล่อยให้เด็กไปห้องสมุด แล้วลงบันทึกว่าเป็นชั่วโมงเข้าห้องสมุด

  
 สโมสรหนังสือ (book club) ที่จัดอย่างดี   จะช่วยสร้างนักอ่าน   ช่วยให้เด็กได้พบและแลกเปลี่ยนกับ “คนคอเดียวกัน” ในด้านการอ่านหนังสือ

 

          อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว   ผมมองเห็นประเด็นที่จะทำ KM ระหว่างครูได้มากมาย   ทีม EdKM น่าจะหาหนังสือเล่มนี้มาอ่าน   เพื่อหาแนวทางส่งเสริมทักษะการทำหน้าที่ครูเพื่อศิษย์

 

วิจารณ์ พานิช
๔ มิ.ย. ๕๑