ผมดูหนังเรื่อง Sicko ที่ประจานความชั่วร้ายของระบบทุนนิยมสุดโต่ง ที่เข้ามาเกาะกินระบบบริการสุขภาพของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ ๒๐ ก.พ. ๕๑ และนำมาลงบันทึกไว้ที่ http://gotoknow.org/blog/thaikm/166683


          วันที่ ๘ มิ.ย. ๕๑ ได้ดูอีกครั้งหนึ่ง ร่วมกับทีมคบคิดเครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำการสร้างสุขภาวะแนวใหม่ (คศน.) ยิ่งเห็นประเด็นความชั่วร้ายมากขึ้น   มีคนถามว่าหนังนี้มีฉาย/จำหน่ายในสหรัฐฯ อย่างเปิดเผยทั่วไปหรือไม่    ทำไมไม่โดนฟ้อง    เพราเปิดโปงบริษัทยาและนักการเมืองอย่างโจ่งแจ้งมาก    คำตอบคือ ยิ่งฟ้องก็ยิ่งเข้าทางของ Michael Moore ผู้สร้างหนัง    เพราะจะได้ทำให้เป็นข่าว ผู้คนรับรู้เรื่องที่เขาต้องการบอกสังคมมากยิ่งขึ้น

   
          ตัวอย่างการเปิดโปงก็คือ รัฐบาลบุชผู้ลูกรณรงค์ออก พรบ. สิทธิประโยชน์ด้านยาแก่ผู้สูงอายุ นักการเมืองที่เป็นหัวหอก คือ Congressman ชื่อ Bill Tauzin   ที่อ้างว่าเพื่อผลประโยชน์ของผู้สูงอายุ   เมื่อ พรบ. ผ่านสภา Biil Tauzin ก็ไปเป็น CEO ของ Pharma กินเงินเดือน ๒ ล้านเหรียญต่อปี    เพราะ พรบ. นี้เอื้อประโยชน์แก่บริษัทยา

 
          อดีต ปธน. บุชผู้พ่อ เคยกล่าวว่า ถ้าอยากดูว่าระบบบริการสุขภาพแบบสังคมนิยม (Social Medicine) เลวแค่ไหน ให้ไปดูที่แคนาดา    หนังเรื่องนี้จึงพาไปดูที่แคนาดา    ปรากฎว่ามีคนแคนาดาไปตีกอล์ฟที่สหรัฐ แล้วไปเกิดอุบัติเหตุ โรงพยาบาลในสหรัฐเรียกค่ารักษา $ ๑๒,๐๐๐ กลับมารักษาที่แคนาดาไม่เสียแม้แต่เหรียญเดียว

  
          ระบบบริการสุขภาพของอเมริกันเรียกว่าระบบ Managed Care มีบริษัทรับประกันสุขภาพทำหน้าที่ Manage บริการ    มีลักษณะ “จัดการ” เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของธุรกิจ    มีการใช้วิธีการทางธุรกิจ ซึ่งมีที่สุดโต่งกลายเป็นเล่ห์เพทุบายขับไสผู้ป่วยที่เป็นคนจนไม่มีปัญญาจะไปต่อสู้ ออกไปจากภาระ    ทำให้ระบบบริการสุขภาพของอเมริกันไม่ใช่ Free Universal Health Care อย่างของแคนาดา  อังกฤษ  ฝรั่งเศส  และคิวบา    ผลคือมีคนอเมริกันที่ยากจน ๕๐ ล้านคนไม่ได้รับบริการรักษาพยาบาลที่ดี    ต่างจากประเทศยากจนอย่างคิวบา ที่คนรายได้น้อยมาก แต่สวัสดิการรักษาพยาบาลดีเยี่ยม และทั่วถึง

 
          ทุกประเทศตะวันตกที่ฐานะดี ใช้ระบบ Free Universal Health Care ที่จัดการโดยรัฐ เป็นรัฐสวัสดิการ    สหรัฐไม่เชื่อในระบบนี้ ยึดมั่นในระบบธุรกิจบริการรัษาพยาบาลที่ดำเนินการโดยบริษัทประกันสุขภาพ   บริษัทเหล่านี้ร่วมมือกับบริษัทยาและนักการเมือง สร้างระบบที่ผมเรียกว่า Greed-Based Health Care ตรงกันข้ามกับประเทศอื่นๆ ที่พยายามสร้างระบบ Humanized Health Care

 
          การสร้าง Greed-Based Health Care ของสหรัฐ (พรรครีพับลิกัน) ทำกันเป็นขบวนการ    มีกรวางแผนอย่างดี   มีการโฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนเชื่อว่า Social Medicine เป็นปีศาจร้ายตระกูลเดียวกันกับการปกครองระบอบสังคมนิยม   ซึ่งเป็นการหลอกลวงคนอเมริกันทั้งชาติ    เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทธุรกิจใหญ่ๆ ที่ให้เงินอุดหนุนนักการเมือง ไม่เว้นแม้แต่วุฒิสมาชิก ฮิลารี คลินตัน ที่เคยเป็นหัวหน้าทีมปฏิรูประบบสุขภาพในสมัยแรกของ ปธน. บิลล์ คลินตัน    อำนาจเงินครอบงำผลประโยชน์ด้านสุขภาพของคนทั่วไป

 

วิจารณ์ พานิช
๙ มิ.ย. ๕๑