วันก่อนคุยกับใครจำไม่ได้แล้วเรื่อง anti-intellectual เขาพูดในความหมายว่า ปัญญาชน (intellectual) หมายถึงคนมหาวิทยาลัย ทำให้ผมกลับมาคิดว่า ความเปลี่ยนแปลงของสังคมหลายด้านทำให้ความหมายของคำว่าปัญญาชนเปลี่ยนแปลงไป
ยิ่งเมื่อเราใช้เครื่องมือ KM ในทุกภาคส่วนของสังคม ใช้ในชีวิตประจำวัน เราสามารถทำให้ทุกคนเป็นปัญญาชนได้ เพราะกระบวนการ KM ทำให้ทุกคนใช้ปัญญาในการดำรงชีวิตทุกย่างก้าว ในทุกเรื่อง
เรามีตัวอย่างนักเรียนโรงเรียนชาวนา มูลนิธิข้าวขวัญ สุพรรณบุรี ที่ช่วยพิสูจน์ว่า ชาวนาที่เรียนหนังสือไม่จบ ป. ๔ สามารถใช้เครื่องมือ KM เปลี่ยนตัวเองเป็น “บุคคลเรียนรู้” จากการทำนาของตนเองได้ โดยมีกระบวนการกลุ่มของ KM เป็นเครื่องช่วย อย่างน้อยชาวนาเหล่านี้ก็เป็น “ปัญญาชน” ในเรื่องการทำนา
ปัญญาชน เป็นกันได้ทุกคน ถ้ารู้จักใช้เครื่องมือ KM
ปัญญาชน หมายถึงมีปัญญาในการเรียนรู้ ไม่ใช้มีปัญญาที่เน้นมีความรู้
วิจารณ์ พานิช
๑๘ ธ.ค. ๕๑
I do agree with you. Sorry I can't write in Thai at the moment, I would just like to say your writting absolutely true. I have read so many news from Thailand which are said about the most good ideas are from the academic people in the university. I am still thinking they thought might be wronge, like you said the farmer are very keen in their job. so some academic people don't know what they do, or how to do. Howevery, I have also heard they always disclassify people especially for people that from uneducated, but uneducated people do not mean they don't have KM.
มาเรียนรู้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ Krutoi ที่ช่วยแบ่งปันความรู้ให้ผมและสังคม