เช้าวันที่ ๒๔ มิ.ย. ๕๒ วันที่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองครบ ๗๗ ปี ผม AAR กับทีมงานของ สคส. ว่า สคส. ได้เปลี่ยนสภาพเป็นมูลนิธิมา ๑ ปีครึ่ง เราทะมัดทะแมงในการทำหน้าที่ SE (Social Enterprise) ให้แก่สังคมไทยแค่ไหน
ผมเล่าว่า เมื่อวานผมไปประชุมมูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ ได้เห็นการทำงานแนว SE เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาของประเทศ เห็นแล้วทั้งชื่นใจและเห็นใจ ว่าการทำงานธุรกรรมเพื่อสังคม ในท่ามกลางบรรยากาศสังคมไทยมันยากเย็น คนที่จะทำได้ต้องไม่ย่อท้อ ต้องไม่เอาเป้าหมายการทำดีเพื่อสังคมมาเป็นข้ออ้างว่าจะต้องได้รับสิทธิพิเศษ
ผมบอกทีม สคส. ว่าตอนนี้อย่างน้อยๆ เราก็มั่นใจว่า สคส. สามารถเลี้ยงตัวได้ แม้จะยังไม่สามารถเจียดรายได้และเวลาไปทำงานขับเคลื่อนสังคม เหมือนตอนได้รับทุนจาก สสส. เพราะสมาชิกจะหมดเวลาไปกับการออกไปทำหน้าที่วิทยากรเพื่อหารายได้
เท่ากับ สคส. ทำธุรกิจจัดฝึกอบรม KM, OM, และเทคนิคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่เราไม่หวังเอากำไรไปแบ่งปันแก่ใคร เราอยากให้มีกำไร เพื่อจะเอาไปทำกิจกรรมขับเคลื่อนสังคมด้วย KM และ OM นั่นเอง
ผมใฝ่ฝันว่า ในไม่เกิน ๑ ปีจากนี้ไป สคส. จะเป็นที่เชื่อถืออย่างถึงขนาด ที่จะทำให้มีรายได้เพียงพอที่จะเอาไปทำกิจกรรมเพื่อสาธารณะ กิจกรรมที่เราใฝ่ฝันจะจัดคือ มหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ ๖ ซึ่งถ้ามีหน่วยงานขนาดใหญ่ในประเทศมาร่วมกันลงขันสนับสนุนเป็นรายใหญ่ ความฝันนี้ก็น่าจะเป็นจริงได้เร็วขึ้น
วิจารณ์ พานิช
๒๔ มิ.ย. ๕๒
เอาใจช่วยและเชียร์การทำงานของทีม สคส.จะพยายามอีกแรงเพื่อขับเคลื่อน KM ประเทศไทยค่ะ
ขอส่งกำลังใจมาร่วมช่วยด้วยอีกคนครับ
สวัสดีค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้ทำงานเพื่อสังคมไทยต่อไปนะคะ
คือตอนนี้หนูเรียนการโรงแรมอยู่ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ค่ะ
มีความสนใจในเรื่อง KM แล้วก็ Social Interprise ด้วยค่ะ
คือหนูอยากจะขอสัมภาษณืทางอีเมลล์ค่ะ เพื่อประกอบการทำ Project
ขอความกรุณาท่านที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือด้วยค่ะ
กรุณาตืดต่อหนูทางอีเมลล์นะคะ
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ