ศ. นพ. ขจรศักดิ์ ศิลปโภชากุล เป็นอาจารย์สาขาโรคติดเชื้อ  ภาควิชาอายุรศาสตร์  คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์    เป็นหมอผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้ออันดับต้นๆ ของประเทศไทย    แต่ท่านเป็นคนเก็บตัว และถ่อมตัว  ไม่ต้องการทำตัวเป็นข่าว    ช่วง ๒ เดือนก่อน ตอนโรคไข้ปวดข้อชิกุนกุนย่าระบาดหนักทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคใต้   ท่านได้ศึกษาระบาดวิทยาไว้น่าสนใจมาก   เราจะขอให้ นสพ. มาสัมภาษณ์ไปลงข่าว    ท่านไม่ยอม  


          โปรดสังเกตว่าประกาศเตือนของ อ. หมอขจรศักดิ์เรื่องการป้องกันการระบาดของไข้ปวดข้อชิคุนกุนย่าแก่บุคลากรของคณะแพทยศาสตร์ นี้ ประกาศตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ นะครับ


          นอกจากความอ่อนน้อมถ่อมตนแล้ว ท่านยังเป็นคนมีความเห็นแก่ตัวเองน้อยมาก   ไม่ยอมเอาผลประโยชน์ของส่วนรวมเข้าตนเอง    เช่นหลังจากรับราชการที่คณะแพทยศาสตร์ มอ. ได้ระยะหนึ่ง    ท่านต้องการไปฝึกอบรมด้านโรคติดเชื้อต่อที่สหรัฐอเมริกา    จึงลาออกจากราชการเพื่อไปฝึกอบรม โดยให้เหตุผลว่า ไม่อยากเอาผลประโยชน์จากราชการ


          เมื่อกลับมาเมืองไทย ท่านก็กลับเข้ารับราชการที่เดิมใหม่    และทำงานด้วยความเสียสละ และมีความสามารถสูงมาก    ตอนนั้นผมเป็นคณบดี ได้ร่วมกับ ศ. นพ. ธาดา ยิบอินซอย พยายามให้เงินเพิ่มพิเศษแก่ท่าน ท่านก็ไม่ยอมรับ  


          หลายคนเรียกท่านว่า “หมอเท้าเปล่า” เพราะท่านชอบเตะฟุตบอลล์   และลงไปเตะเท้าเปล่า ไม่สวมรองเท้า    ท่านจบแพทยศาสตรบัณฑิต จากรามาธิบดี ร่วมกับหมอเก่งๆ อีกหลายคน เช่น ศ. นพ. ธีระ ศิริสันธนะ แห่ง มช., นพ. ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ อธิบดีหลายกรมในกระทรวงสาธารณสุข  เป็นต้น


          ประมาณปี ๒๕๓๒ ผมเป็นไข้เป็นๆ หายๆ อยู่ ๒ สัปดาห์    ปวดเมื่อยตามตัวมากกว่าไข้หวัด    เวลาเป็นไข้รู้สึกร้อนๆ หนาว   จึงไปให้ อ. หมอขจรศักดิ์ ตรวจ    หลังจากซักประวัติได้ว่าที่บ้านผม (อยู่ใน มอ. วิทยาเขตหาดใหญ่ ติดป่าเชิงเขคอหงษ์) มีหนูที่มาจากป่า    ท่านก็วินิจฉัยว่าเป็นไข้มิวรีน ไทฟัส    และให้ยากิน   ไข้หายภายในวันเดียว


          เป็นตัวอย่างของคนที่ เก่ง ดี และถ่อมตัว    เป็นพระในคราบของฆราวาส

วิจารณ์ พานิช
๒๘ มิ.ย. ๕๒