มูลนิธิแพทย์ชนบทดำเนินการ KM แนว สคส.   เพื่อใช้ KM เป็นเครื่องมือพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ   ตอนแรกติดต่อให้เป็นวิทยากรจัด KM Workshop ๓ ครั้ง    แล้วติดใจ ขอเพิ่มเป็น ๔ ครั้ง   และในที่สุดขอให้จัด mini มหกรรม KM ที่สระบุรีปลายเดือนสิงหาคม ๒๕๕๒   แสดงว่า KM แนว สคส. น่าจะใช้ได้ผลดีในบริบทของผู้ทำงานในระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ 

          สคส. สรุปโครงการนี้ รายงานต่อคณะกรรมการมูลนิธิ สคส. ดังต่อไปนี้

 

มูลนิธิแพทย์ชนบท
โครงการ  “การจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ”

 

กลุ่มผู้เข้าร่วม :


 ผู้อำนวยการจากโรงพยาบาลชุมชนหรือผู้แทนที่ให้ความร่วมมือเป็น Facilitator
 ตัวแทนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต
 ทันตแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชน ที่ให้ความร่วมมือเป็น Facilitator
 ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนหรือตัวแทน ที่มีนโยบายจะทำงานด้านบริการปฐมภูมิและพร้อมจะให้ความร่วมมือได้ตลอดโครงการ

 

กิจกรรม : จัด Workshop เชิงปฏิบัติการ ๔ ครั้ง

 กลุ่มทันตแพทย์และบุคลากร สปสช.   ๒ ครั้ง
 กลุ่มแพทย์และบุคลากร สปสช.   ๒  ครั้ง

๑. ความต้องการของหน่วยงาน


 เพื่อเชื่อมโยงภาคีที่มีการดำเนินงานบริการปฐมภูมิ
 เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ การบริการปฐมภูมิ และ พัฒนาความรู้, เครื่องมือ, เทคนิค, กิจกรรม, และวิธีการทำงานบริการปฐมภูมิอย่างเป็นระบบและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
 เพื่อพัฒนากรอบวิธีที่ทำให้เกิดจุดมุ่งหมายและแนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ
 เพื่อสนับสนุนให้เกิดหน่วย Facilitator ในหน่วยบริการสาธารณสุขและข้ามพื้นที่เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
 เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ที่ปฏิบัติงานด้านระบบบริการปฐมภูมิ

๒. กระบวนการ/เครื่องมือที่ใช้เสริมสร้างศักยภาพการเรียนรู้ :
ในส่วนของกระบวนการนั้น


๑. หลักการพื้นฐานเรื่องเครื่องมือการจัดการความรู้
๒. ทดลองใช้เครื่องมือการจัดการความรู้
           BAR (Before Action Review)
           เรียนรู้โมเดลปลาทู ทั้ง 3 ส่วน ได้แก่
               *KV (Knowledge Vision) 
               *KS (Knowledge Sharing)
               *KA  (Knowledge Assets)
           โมเดลการจัดการความรู้ขององค์กรต่างๆ
          AAR (After Action Review)
๓. การวางแผนโดยการประยุกต์ใช้แผนที่ผลลัพธ์ หรือ OM (Outcome Mapping) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวางแผนเพื่อติดตามและประเมินผล ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเปลี่ยนวิธีคิดของผู้ที่เกี่ยวข้อง
๔. แนวคิดในการขับเคลื่อนชุมชนนักปฏิบัติ (CoP-Community of Practice)
๕. การประเมินผลแบบเสริมพลัง (EE-Empowerment Evaluation)

๓. เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วม (Feeling/Findings)
          ได้เรียนรู้เครื่องมือใหม่ๆ คือ เครื่องมือการจัดการความรู้, ชุมชนแนวปฏิบัติ, การติดตามประเมินผลแบบเสริมพลัง ได้แรงบัลดาลใจในการทำงาน ได้เครือข่ายการทำงารบริการปฐมภูมิและได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน

 

๔. การขยายผลและการต่อยอด 

 
 ได้ประยุกต์ใช้เครื่องมีการจัดการความรู้ แนวคิดและวิธีการต่างๆ เพื่อใช้ในการจัดโครงการ “สัมมนาทันตแพทย์ผู้นำการพัฒนาระดับอำเภอของภาคกลางและภาคตะวันออก ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาผู้นำด้านส่งเสริมสุขภาวะช่องปาก”  ในวันที่13-14 กรกฎาคม 2552  ซึ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมเป็นกลุ่มทันตแพทย์ที่จะเป็นผู้นำ (Facilitator) นำความรู้และเครื่องมือที่ได้ ลงไปทำต่อในพื้นที่จริง  
 ประยุกต์เครื่องมือการจัดการความรู้ “ในโครงการพัฒนาศักยภาพครุในการสงเสริมสุขภาพช่องปาก” โดยการให้มือเครื่อง BAR และ AAR ซึ่งให้ทางทีมทราบถึงความต้องการ ความคาดหวังของคุณครูผู้เข้าร่วม
 ใช้ OM ในการเขียนโครงการ วางแผนกิจกรรม ทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใจและทราบถึงความสำคัญของตัวเองมากขึ้น ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการออกแบบและวาง แผนงาน

 

มุจลินท์  ศรีหิรัญ