ในสังคมและในหน่วยงาน (รวมทั้งในแต่ละคนด้วย) มีทั้งน้ำดีและน้ำเน่า เป็นปรกติธรรมดา


 ที่ไหนน้ำดีเด่น หรือน้ำดีครอบครองพื้นที่ ที่นั่นก็มีความสุข มีชีวิตอย่างปรกติธรรมดา    ไม่ถูกแผดเผาด้วยเพลิงทุกข์


 KM เป็นเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้ ที่เป็นการเรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม เป็นทีม หรือร่วมกันในหน่วยงาน    เรียนรู้จากการทำงานตามปรกติประจำวัน


 เอาความรู้มา ลปรร. กัน ผ่านการเล่าเรื่อง ใหม่ๆ ก็เน้นเรื่องราวของความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ   ซึ่งในความสำเร็จนั่นเอง มีความรู้    แล้วแต่ละคน แต่ละหน่วยย่อย ก็เอาความรู้ที่ได้จากการ ลปรร. ไปปรับใช้   แล้วนำผลมา ลปรร. อย่างต่อเนื่อง


 ต่อมา เมื่อมีความไว้วางใจต่อกันและกัน สบายใจที่จะเล่าเรื่องราวของความไม่สำเร็จ หรือความผิดพลาด    storytelling ก็จะก้าวสู่ การ ลปรร. จากความผิดพลาด    ซึ่งจะได้ความรู้ในอีกมิติหนึ่ง


 ไม่ว่าจะ ลปรร. จากความสำเร็จหรือความผิดพลาด    เป็นการ ลปรร. ภายใต้เครื่องมือ Appreciative Inquiry   คือในบรรยากาศของมิตรไมตรี ความชื่นชมต่อกัน


 ความสัมพันธ์ระหว่างคนจะดีขึ้น    เรื่องราวดีๆ จะเข้าครอบครองบรรยากาศในหน่วยงาน และครอบครองความสัมพันธ์ระหว่างคน


 ความสัมพันธ์แบบจุกจิก นินทาว่าร้ายระหว่างกัน จะถูกแทนด้วยความสัมพันธ์แบบชื่นชม เห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน


 เป็นการเอาน้ำดีไล่น้ำเสียแบบไม่ต้องไล่   น้ำเสียมันเหือดหายไปเอง

 


วิจารณ์ พานิช
๔ ธ.ค. ๕๒