ในการประชุม มสช. วันที่ ๒๔ ธ.ค. ๕๒ ผมได้เรียนรู้ว่า นพ. ชูชัย ศุภวงศ์ ได้ดำเนินการโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ประชาชนไทยได้รับสิทธิมนุษยชนตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ   โดยหยิบยกประเด็นและการดำเนินการจริงมา ลปรร. กันในกลุ่มประชาสังคม 

          เป็นการวิจัยผนวกการเคลื่อนไหว โดยใช้การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือ   เพราะการจัดการความรู้เป็นเรื่องของการลงมือทำ   แล้วเอาผลมา ลปรร. กัน   รวบรวมความรู้ที่เกิดขึ้นมาสังเคราะห์เป็นประเด็นเชิงนโยบาย สำหรับเอาไปจัดทำกฎหมายลูก และเอาไปเคลื่อนสังคม 

          ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้น ว่ารัฐธรรมนูญ และกฎหมายระดับอื่นๆ ได้กำหนดหลักการและข้อปฏิบัติ/ไม่ปฏิบัติ ในเรื่องต่างๆ ไว้   กฎหมายเหล่านี้เขียนโดยนักกฎหมาย เวลานำไปปฏิบัติมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมายที่ไม่ได้เขียนไว้ในกฎหมาย    และชาวบ้านที่มีส่วนได้เสียก็ไม่เข้าใจ หรือเข้าใจไม่ถ่องแท้   ต้องการการดำเนินการเรียนรู้กฎหมายนั้นจากมุมของการปฏิบัติ   ด้วยกระบวนการที่อาจเรียกว่า action research   และภายในกระบวนการนั้น จะต้องมีการ ลปรร. ผลที่ได้จากการปฏิบัติ  ซึ่งก็คือใช้ KM เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งนั่นเอง

          กฎหมายกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องซับซ้อน    จึงต้องการการเรียนรู้จากการปฏิบัติมาช่วยตีความกฎหมาย ทำให้ชาวบ้านเข้าใจสาระสำคัญของกฎหมายถ่องแท้ขึ้น  

          และป้องกันนักการเมืองศรีธนญชัย พยายามตีความกฎหมายเพื่อเบี่ยงเบนไปให้ประโยชน์แก่คนเพียงบางกลุ่ม   หรือเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายที่ให้อำนาจแก่ประชาชน

 

วิจารณ์ พานิช
๓ ม.ค. ๕๓