เมื่อเช้าวันที่ ๒๑ กย. ๔๙ ผมฟังข่าว วีโอเอ ภาคภาษาไทย ผ่านสถานีวิทยุจุฬา เอฟเอ็ม ๑๐๑.๕ เขาออกข่าวถ้อยคำของผู้มีหน้าที่ให้ข่าวของหลายประเทศ ในลักษณะของมุมมองของต่างประเทศต่อเหตุการณ์บ้านเมืองในประเทศไทย ที่มีการโค่นรัฐบาลที่แล้วลงไป ผมติดใจความเห็นจากสหรัฐอเมริกา กับจากประเทศจีน เพราะมันเป็นความเห็นที่แสดงท่าทีตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง ผู้ให้ความเห็นของสหรัฐอเมริกา เป็นวุฒิสมาชิก เขาพูดเป็นทำนองว่า สหรัฐอเมริกาต้องการให้ประชาธิปไตยกลับมาโดยเร็ว ในความรู้สึกของผม ถ้อยคำของเขาเป็นสุ้มเสียงของตำรวจโลก เขาพูดในฐานะที่จะรักษาผลประโยชน์ของเขา ไม่ได้มองผลประโยชน์ของสังคมไทย
แต่จีน บอกว่านี่เป็นเรื่องภายในของประเทศไทย จีนไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในของมิตรประเทศ
แสดงความเคารพประเทศอื่นต่างกันอย่างฟ้ากับดิน
ผมยกเรื่องนี้มาแสดงให้เห็นว่า จีนเขาเคารพความรู้เชิงบริบท เชิงสภาพแวดล้อม ของมิตรประเทศ จีนยอมรับว่าตนไม่มีความรู้เชิงบริบทของประเทศอื่นดีพอที่จะเที่ยววิพากษ์วิจารณ์ หรือข่มขู่ ในขณะที่มหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลกไม่สนใจว่าบริบทของประเทศอื่นไม่เหมือนของตน เที่ยวเอาบริบทของตนไปยัดเยียดให้ประเทศอื่นจนเดือดร้อนกันไปทั่ว
ถ้าเคารพความรู้เชิงบริบท เราจะมีปัญญามากขึ้น ผิดพลาดน้อยลง และที่สำคัญ เราจะเคารพผู้อื่นมากขึ้น ยโสโอหังน้อยลง
วิจารณ์ พานิช
๒๓ กย. ๔๙
เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเหมือนกันเลยค่ะ อาจารย์ตอนที่ได้อ่านครั้งแรกจาก CNN คิดว่าเขาเที่ยวมาตัดสินอะไรแทนคนอื่น โดยที่ฟังแล้วเหมือนคนไม่รู้รายละเอียด ในขณะที่ตอนที่อ่านคำวิจารณ์จากรัฐบาลจีนแล้ว ประทับใจมาก ให้ความเคารพในคนอื่น ไม่มีก้าวก่ายเลย ต่างกันมากจริงๆ เป็นตัวอย่างที่ดีเวลาเราจะต้องวิพากษ์วิจารณ์เรื่องอื่นๆนะคะ