มหัศจรรย์แห่งการกอด
ตอนที่ไปประชุมที่ชะอำเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนนั้น ผมยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ประทับใจไม่รู้ลืม นั่นก็คือเรื่อง “กอด”
ผมไม่ได้ไปกอดกับใครๆหรอกครับ ยังกอดคนอื่นไม่เป็น ยังไม่เคยเข้ากลุ่มเฮฮาศาสตร์ ยังไม่รู้ว่ากอดคนอื่นเป็นอย่างไร ถูกคนอื่นกอดเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าจะไปขอกอดคนอื่นเขายังไงดี ไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรเวลาไปขอกอดคนอื่น ฯลฯ แต่กอดของผมก็คือ “กอดเมีย” ครับ
ในขณะที่ประชุมอยู่นั้น ก็ฟังบ้าง คุยบ้าง ก็ประสาคนที่เป็น abstract random แบบผมนี่แหละ คุยๆฟังๆ รู้เรื่องบ้าง กระเจิงบ้าง คนที่ซวยก็คงเป็นคนที่นั่งข้างๆ แต่บังเอิญที่คนที่นั่งข้างๆก็คือเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกัน และก็บังเอิญอีกเช่นเดียวกันที่คุณเธอก็เป็น abstract randomist เช่นเดียวกับผม เป็นอันว่า สนุกกระเจิง
เรื่องมันเป็นมายังไงผมก็จำไม่ได้ รู้แต่ว่าเราคุยกันเรื่องครอบครัว ผมบอกว่าตอนนี้ลูกสาวทั้งสองเธอแย่งพ่อกัน แย่งนั่งตกพ่อ แถมไม่แย่งเปล่าๆ เธอยังต้องแย่งนั่งตักข้างเดียวกันทุกทีไป แย่งนอนกอดพ่อ บางครั้งคนโตนอนขวา คนเล็กก็อยากนอนข้างขวา แบบว่าขอให้ได้แย่งกันว่างั้นเถอะ บางครั้งพี่แป้งบอกว่า อยากนอนตรงกลางระหว่างพ่อและแม่ เธอจะได้กอดทั้งสองคน ผมก็บอกว่าไม่ได้ “พ่อกับแม่นอนกอดกันทุกคืนตั้งแต่ยังไม่มีลูกแน่ะ จนมีลูก และจนทุกวันนี้ไม่มีคืนไหนที่พ่อกับแม่ไม่ได้กอดกัน” นี่คือเหตุผลที่ผมบอกลูกไป และเธอต้องยอมจำนนทุกครั้ง เพราะเห็นเช่นที่พ่อบอกนั่นแหละ เรื่องของเรื่องมันก็เลยเกิดขึ้น
คราวนี้ก็เลยถามกันว่า แต่ละครอบครัวเป็นอย่างไร คนหนึ่งเป็นพี่ที่รัก สวยสด น่ากอด เธอเป็นคนที่โชคดีที่สามีรักเป็นที่เลื่องลือ เธอเล่าว่า สามีชอบกอดเธอเหมือนกัน แต่ยามที่เธอง่วงนั้น อย่ามาแหยม “จะนอน” อีกคนหนึ่งก็เป็นสาวที่โชคดี เพราะครอบครัวนี้อบอุ่น รักใคร่กลมเกลียว ไม่เคยเห็นเขางอนกันเลย รายนี้บอกว่า ตั้งแต่มีลูกนั้น ไม่ต้องมากอดกันเลย เพราะคุณแม่เธอจะต้องไปกอดลูกๆ กอดลูกได้ทั้งคืน กอดกันจนหลับไป เวลาที่จะมาหวานแหววกันนั้นลูกไม่เคยเห็นเพราะอาย ผมเลยแย๊บไปว่า อย่างนี้ผมงอนตายเลย ดูซิ แต่งงานกันมาเป็นปีที่ 11 แล้ว บ้านผม ผัวเมียก็ยังนอนกอดกัน หลับก็กอดกัน ยกเว้นก็แต่เวลางอนกันเท่านั้นที่ไม่กอดกัน แต่ก็ยังนอนเตียงเดียวกัน นอนหันหลังให้กัน (เป็นครั้งคราว) นี่ถ้าเมียไม่กอดผมคงงอน และผมก็ภูมิใจมากที่เมียกอดผม เลยถูกเสียบไปว่า โธ่เธอ “คนจะนอน” ผมก็สอยไปว่า “นอนแล้วไง ทีกอดหมอนข้างกอดได้ ทำไมจะกอดสามีตัวเองไม่ได้” ผมเรียกร้องเสมอเลย วันไหนไม่จูบก็จะเปรยๆออกไป เดี๋ยวแม่คุณก็เข้ามาจูบฟอดใหญ่ (เว้นเวลาที่กำลังเหนื่อยอย่างรุนแรง อันนี้ผมต้องดูสถานการณ์เหมือนกัน)
ก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นปัญหาอะไร ฟังบรรยายต่อไป แล้วพี่สาวคนโตก็กระซิบมาว่า “นี่แป๊ะ เธอนี่สร้างบุญคุณให้กับสามีของซ้อสองอย่างใหญ่หลวงเชียวนะ” “เฮ้ย เกิดอะไรขึ้นเจ๊ ไม่เข้าใจ” “ก็ดูพี่ของเธอสิ ร้องไห้ใหญ่แล้ว” แล้วกัน อาเจ๊เธอกำลังเช็ดน้ำตากระซิกกระซิก พลางบ่นไปร่ำไปว่า “ฟังแล้วก็นึกสงสารสามีตัวเอง พี่ไม่เคยยอมให้เค้ากอด (ได้ง่ายๆ) เลย พี่แกก็ไม่เคยบ่นให้ได้ยิน สงสารจังเลย” กระซิก กระซิก
เออแฮะ ไอ้พวก abstract random มันคุยกันจนได้เรื่องก็คราวนี้แหละ
อ่านแล้วน่ารักดีค่ะ..
การกอดนี่มันให้ความรู้สึกดีนะคะ..ที่พูดถึงนี่คือกอดกะเด็กนักเรียนนะคะ..(เดี๋ยวเข้าใจผิดค่ะ..อิอิ)..มันรู้สึกดีจริงๆบอกไม่ถูกค่ะ..
...ว่าแล้วก็ไปหากอดน้องแมวก่อนนะคะ..
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับคุณครูแอ๊ว
กอดครับกอด เวลาเรารักใครต้องแสดงให้เขาทราบครับ ผมถืออย่างหนึ่งก็คือ ตายจากกันแล้วบอกไม่ได้ครับ
ทุกวันนี้เราก็ยังบอกรักกันอยู่เลย ไม่รู้เบื่อ
ไอ่หยา...
ไม่ได้ใส่แว่นครับ ที่แรกอ่านหัวข้อนึกว่า มหัศจรรย์แห่งการคลอด.......
เลยเข้ามาดู..555
นึกถึงเพลง กอดหมอนนอนหนาว.....เคยมาตะหงิดๆ นะครับ 555
สวัสดีครับ
แก้ครับ****ขึ้นมาตะหงิดๆ **
ใส่แว่นก่อน...ครับ
ยินดีต้อนรับคุณกวินทรากรเข้ามาสู่ชมรมผู้สูงอายุอีกคนหนึ่งครับ
แหม๊....เสียดายจริง
เฮ้อ...เสียดายจัง
มาขอนแก่น เราก็ดั๊น..ติดภารกิจ ไม่งั้นได้ลองกอดของชาวเฮฮาศาสตร์แล้วหละคุณหมอ อิอิ
คุณหมอครับ
ผมชอบกอดจนเมียรำคาญ สนุกดี อิอิ
คิก คิก.. อ่านแล้วเขินๆ คันๆ..จัง 555
เฮ่อ.. เราไม่มีใครให้กอด และก็ไม่รู้จะกอดใคร.. ตอนนี้เลยได้แต่นอนกอดหมา
เมื่อก่อนเลี้ยงน้องหมาตัวเมีย มันยอมให้นอนกอดค่ะ.. กอดกันอุ่นทุกคืนเลย
แต่พอเค้า (ตาย)จากไป เลยเลี้ยงตัวใหม่
คราวนี้ตัวผู้.. มันไม่ยอมให้กอดแฮะ... แปลกแต่จริง -_-'
สวัสดีครับคุณหนิง
ผมเองยังไม่เคยกอดคนอื่นเลยครับ เขินอย่างแรง
ตอนที่ไปขอนแก่น ก็ไม่ได้กอดใครครับ (น่าเสียดายมั่กๆ เพราะได้นอนห้องใหญ่ 555)
เดือนกพ.ปีหน้าไปใหม่ครับ
ท่านอัยการครับ
เมียรำคาญสนุกดีเหมือนกันครับ
แต่ผมคิดว่า ลึกๆของการรำคาญนั้นคือความภาคภูมิใจของเขานะครับ ว่ามั้ย
พี่จูน
สงสัยเลี้ยงหมาเกย์
มาจดไว้ คุณหมอจะมาให้กอด เอ๊ย...จะมาขอนแก่นอีก กพ.ปีหน้า ( สงสัยจะลืมแน่เลยเรา นานซะปานนั้น อิอิ )
พี่หนิงว่า..คุณหมอไปภูเก็ตด้วยกันดีกว่าค่ะ ร๊าบบบบบบบรองได้โดนกอด จนน่วมแน่ๆ อิอิ
การกอดเป็เรื่องอบอุ่นและรู้สึกดีมากคะ
พี่หนิงครับ
ไปภูเก็ตไม่ได้จริงๆ เพราะว่าเพิ่งกลับจากบางกอก (ไปทำแท้งงงงง) และตรวจคนไข้ต่อในวันศุกร์ แค่คิดก็แทบหมดลมแล้วครับพี่
ขอบคุณครับคุณชมพู่
กอดแบบหนาวๆก็มีครับ
สวัสดีครับคุณหมอ อ่านแล้วต้องรีบกลับไปกอดภรรยาและลูกๆที่บ้านให้แน่นขึ้นอีก แต่ลูกทั้งองคนนอนโคตริ้นเลยครับคุณหมอ โดยเฉพาะน้องหนุน บางครั้งเท้ามาอยู่ที่หัวผมก็มี บางทีนอนๆก็สะดุ้งเพราะเจอถีบ หรือไม่มาเบียดซะเราจะตกจากเตียง
พี่หนึ่งครับ
โชคดีที่ลูกสาวทั้งสองของผมไม่ค่อยดิ้นนัก แตตัวเล็กไปนิด กอดไม่มันเท่าไหร่ กลัวมันกระดูกหัก แต่กอดคนตัวเล็กๆนี่เริ่มชินแล้ว เพราะเล็กทั้งบ้านเลย
กอดตอนตื่นดีกว่าตอนหลับครับ เพราะเขาจะได้รู้ว่าเรากอดเขา
เรื่อกอดตอนหลับนั้น แป้งถูกผมใช้บ่อย เรื่องมันมีอยู่ว่า
วันหนึ่งผมไปผ่าตัดฉุกเฉินตอนดึก คืนนั้นมีเด็กอายุราวๆ 5 ขวบ ถูกยอยนานกุ้งตัดแขนซ้าย ขาดตั้งแต่หัวไหล่ลงมาเลย ผมก็เข้าไปยืนดูแล้วสะท้อนใจ กลับบ้านมาก็จัดการปลุกลูกที่หลับสนิทไปแล้ว ให้พอเธอรู้สึกเคลิ้มๆ แล้วก็กอดแน่นเลย
เหตุการณ์อย่างนี้เกิดอยู่เรื่อยๆ เวลาผมไปโรงพยาบาลแล้วเจอเรื่องสะเทือนใจที่้เกี่ยวกับเด็กๆ
ขอบคุณครับหนูจิ
อ่านแล้วหนาวเลย ผมว่าที่แย่ที่สุดของคนที่มีอาชีพหมอก็คือต้องเจอเหตุการณ์ที่สะเทือนใจมากๆแบบนี้ ผมว่าคุณหมอต้องศึกษาเกี่ยวกับพระธรรมเยอะๆ จะได้ทำใจได้
ว่าแต่ทำไมคุณหมอสูติทำไมต้องเข้าไปผ่าตัดฉุกเฉินด้วยครับ