บ้านอะไรเอ่ย กินแต่พออิ่ม
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ครับ ปกติสมาชิกในบ้านผมก็ไม่ค่อยได้ไปไหนไกล นอกจากกินมื้อเช้าที่ร้านแต่เตี้ยม กินมื้อเที่ยงและเย็นที่ไหนสักแห่งนอกบ้าน แล้วก็นอนๆนั่งๆ แต่วันนี้เป็นวันพิเศษเล็กน้อย
เมื่อวานนึกอย่างไรไม่รู้ โทรศัพท์ไปหารุ่นพี่ที่สนิทกัน เราทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกัน ก็เลยบังเอิญได้รู้ว่า พ่อตาท่านเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมานี้นี่เอง ภรรยาของท่านก็เป็นหมอรุ่นน้องของผม เป็นอันว่า เราสนิทกันทั้งบ้านเลยนั่นแหละ วันนี้ก็เลยมีกำหนดการที่จะไปร่วมงานศพที่บ้านของท่าน
ปัญหามันก็อยู่ที่ว่า แล้วบ้านของเขาอยู่ที่ไหน นครศรีธรรมราช อำเภอฉวาง ตำบลไม้เรียง ตลาดทานพอครับ
ทานพอ ชื่อนี้มีใครรู้จักบ้าง
ทานพอในสมัยก่อนน่าจะมีคนรู้จักมากมาย เพราะทานพออยู่ที่ฉวาง ทานพออยู่ใกล้เขาศูนย์ เขาลูกนี้มีแหล่งแร่ที่สำคัญของประเทศไทย ผมเองก็ชักจะเลือนๆว่ามันคือแร่วุลแฟรมหรือไม่ ใครรู้ก็ช่วยไขหน่อยนะครับ
ทานพอนั้น ถ้าจำไม่ผิด ผมเคยขับรถพาแม่มาธุระเมื่อครั้งเรียนปีหนึ่งหรือปีสองนี่แหละ ส่วนฉวางนั้นเคยมาครั้งเดียวเมื่ออยู่ชั้นม.4 แค่นี้ก็รู้แล้วใช่ไหม ว่าผมไปไม่ถูกแน่ๆ
เช้าวันนี้หลังจากตื่นนอน ดูสังข์ทองเวอร์ชั่นหึงหวงและเกย์ แล้วก็ออกไปกินข้าว หลังจากนั้นก็โทรศัพท์ไปหาพี่หนึ่ง กะว่าจะยืม GPS มาลองใช้ดูสักหน่อย อยากจะซื้อเองเหมือนกัน แต่คุณเมียยังไม่เห็นความสำคัญ แบบว่า เป็นแผนการล่อซื้ออย่างไรเล่าครับท่าน แต่เสียดายที่พี่หนึ่งไม่ได้รับสาย เลยออกกันไปดุ่ยๆอย่างนั้นแหละ โทรศัพท์ถามทางจากเจ้าของบ้าน ท่านก็สาธยายอย่างเข้าใจโดยแจ่มแจ้งแดงแจ๋ ไปโลดครับ
ผมขับไปทางพัทลุง ผ่านร่อนพิบูลย์ ทุ่งสง เข้านาบอน ท้ายที่สุดก็ผ่านทางแยกเข้าทุ่งใหญ่ ขับไปอีกนิดก็จะผ่านปั๊มน้ำมัน Caltex อีกนิดก็ผ่าน ปตท. ถึงตอนนี้ก็จะเห็นป้ายให้กลับรถเพื่อไปกิ่งอำเภอช้างกลางและบ้านจันดี จันดี จันดี ผมเคยมาแล้ว แต่ตอนนั้นมาจากทางบ้านส้องและฉวาง กลับรถปุ๊บก็ชิดซ้ายและเลี้ยวเข้าไปเลย
ขับรถไปราว 7 กิโลเมตรก็จะเจอปั๊มน้ำมันไร้ชื่ออยู่ด้านขวา และจะเจอทางแยกเข้าฉวางทางซ้ายมือ ถนนก็จะเปลี่ยนเป็นทางที่แคบลง แต่สองข้างทางนั้นสวยงามยิ่งนัก สวนยางที่นี่กว้างขวาง ลึกเข้าไปสุดลูกหูลูกตา สลับกับต้นเงาะที่กำลังออกลูกออกผลสีแดงๆส้มๆไปตลอดทาง เพียง 6 กิโลเมตรก็เข้าตลาดฉวางแล้ว ผมขับรถไปตามทางหลักเรื่อยๆก็จะถูกบังคับเลี้ยวขวาที่ใกล้สถานีดับเพลิง ขับต่อไปก็ถึงสี่แยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้าย ขับไปอีกนิดก็จะขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำตาปี พระเจ้าช่วย แม่น้ำตาปีที่ไหลลงมาจากเทือกเขานครศรีธรรมราช ไหลลดคดเคี้ยวต่อไปจนออกปากน้ำที่บ้านดอน บ้านผมเอง ฮ่า ฮ่า เสียดายจัง คนเยอะไปหน่อย มิฉะนั้น จะฉี่ฝากบอกความคิดถึงไปที่บ้านสักหน่อย ล้อเล่นคร๊าบบบบบ
จากนั้นก็ขับต่อไปอีกราว 3 กิโลเมตรก็จะเจอทางแยกรูปตัว Y ก็ให้เลือกไปทางซ้ายมือ ขับไปอีกราว 2 กิโลเมตรก็ถึงตลาดทานพอแล้วครับ
ตลาดทานพอเป็นเมืองเล็กๆ ที่เขาว่าเคยเจริญรุ่งเรืองสุดๆเมื่อครั้งที่แร่ยังขุดได้มากมายบนเขาศูนย์ ที่นี่มีสถานีรถไฟเป็นของตัวเอง (ดูไอ้บ้านนอกมันเขียนไปสิครับ) ทราบมาว่า หากผมขับเลยไปอีกนิดก็จะเข้าบ้านส้องของสุราษฎร์ธานีแล้วครับ
ถึงบ้านงานศพอย่างมีสวัสดิภาพ ตาม human GPS ที่ส่งสัญญาณผ่านคลื่นโทรศัพท์ ก็ได้เวลากินข้าวเที่ยงพอดี อร่อยครับ ข้าวสวยร้อนๆ แกงส้ม แกงกะทิยอดเหรียง น้ำพริกแมงดา น้ำพริกกะปิ แกงจืดยอดหน่อไม้กับซี่โครงหมู ตบท้ายด้วยทุเรียนบ้านและเงาะ ยังครับยัง กาแฟเย็นบ้านๆก็สุดยอดจะบรรยาย ปล. นี่ไปงานศพนะครับ
อยู่พักผ่อนจนสามโมงครึ่งก็ได้เวลาบอกลาเจ้าของบ้าน ลาก่อนทานพอ กินแต่พออิ่ม ชื่อนี้ดีจริงๆ
อ่านรายการอาหารแล้วหิวเลยครับ กับข้าวตามงานแถวบ้านๆ นี่ละครับ ได้แรงอกนักแล เพราะทำได้รสชาติถึงเครื่องครับ
เมื่อเดือนที่แล้วผมไปงานศพคุณพ่อของเจ้าหน้าที่ที่คณะฯ ตอนแรกกะไปเดี๋ยวเดียว พอเขายกกับข้าวมาเท่านั้น นั่งเสียพุงกางครับ
ใช่แล้วครับคุณพ่อต้นไม้
หลายๆอย่างไม่มีขายในเมือง หรือมีขายแต่ไม่มีคนทำให้กินครับ
มีระบบบอกพิกัดที่เยี่ยมยอดอีกอย่างหนึ่งครับที่ผมใช้บ่อยเวลาเดินทาง ประหยัดด้วยครับ ไม่ต้องพกพา คือ "แผนที่พูดได้" ครับ ไปถึงไหนแล้วก็แวะถามเอา ค่าใช้จ่ายจากระบบนี้คือ คำขอบคุณครับ ไม่ต้องพกพา
สวัสดีครับอาจารย์จารุวัจน์
เจ๋งดีเหมือนกันครับ
สวัสดีครับคุณหมอ
ขอโทษมากๆเลย และเสียดายมากที่คุณหมอไม่ได้เอา GPS ไป แต่ก็ตามสุภาษิตโบราณว่าเอาไว้ หนทางอยู่ที่ปาก ถ้าเราขยันถามเราก็จะไม่หลงทางหรอกครับ อย่างกรณีของคุณหมอเป็นข้อพิสูจน์เป็นต้น
แต่บังเอิญว่าเดี่ยวนี้คนเรามีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกันน้อยลง ก็เลยต้องพึ่งพาเทคโนโลยีกันมากขึ้น อย่างว่าเดียวของเค้าขายไม่ออก แล้วจะพาลหาเรื่องไปถึงว่าเพราะไม่อุดหนุนก็เลยไม่ทำออกมาขาย เมื่อไม่ทำออกมาขายนักวิทยาศาสตร์ก็ไม่มีการคิดค้นงานใหม่ๆ เมื่อไม่มีการคิดค้นงานใหม่ๆ ก็ไม่มีนักเรียนเรียนวิทย์ ตามแต่จะคิด 5555
เออว่าแต่กินทุเรียนนี้ น้องแป้งกับน้องจ๋ากินหรือเปล่า ????
นนท์กับหนุนไม่ยอมกินเลย ผลไม้กินหลายๆอย่างเลย แต่ทุเรียนนี้ไม่ยอมเลย
เท่าที่สังเกตุจากคนใกล้ตัว รู้สึกว่าเด็กสมัยใหม่จะไม่ยอมกินทุเรียนกันครับ ไม่รู้ว่าเป็นความที่ได้ยินคนพูดกันเยอะๆว่า ทุเรียนเหม็นหรือเปล่า เลยปฏิเสธกันไว้ก่อน
ว่าแต่คุณหมอแอบเรอหรือตดในรถหรือเปล่าครับ เพราะมันสุดยอด สุดๆๆๆๆ
ได้ยินชื่อชุมชนไม้เรียงแล้วคิดถึงท่านนี้ค่ะ คุณประยงค์ รณรงค์ อาจารย์หมอวิจารณ์เคยเขียนถึงท่านด้วยค่ะ เป็นบันทึกที่อ่านแล้วมีความสุขอีกบันทึกนึงด้วยนะคะ อ.แป๊ะได้อ่านหรือยัง
อ.หมอแป๊ะจำเก่งด้วยค่ะ แร่วุลแฟรมจริงๆแหละ เขียนได้ดีจนพี่โอ๋ชักอยากรู้ต้องไปหาข้อมูลดูเลยค่ะ
พี่หนึ่งครับ
ลูกสาวทั้ง 2 คนกินทุเรียนครับ แต่จ้ากินเก่งกว่าแป้ง กินครั้งนึง 1 เม็ดเลยพี่
เรื่องตดไม่ต้องห่วง เพราะเมื่อวานท้องอืดตั้งแต่เช้า ตดตั้งแต่ยังไม่ได้กินทุเรียนแล้ว แต่เป็นเรื่องปกติของบ้านผมครับ ฮา
ทุเรียนนี่เป็นศิลปนะครับ คนขายที่เก่งๆ กล้าได้กล้าเสีย มักจะมีลูกค้ามาก
ส่วนตัวผมชอบก้านยาวมากที่สุด
เมื่อสมัยเด็กๆเป็นแฟนทุเรียนครับ แม่ซื้อให้กินบ่อย พันธุ์กบก็เคยกินมาแล้ว เดี๋ยวนี้ความหลากหลายน้อยลง มีแต่หมอน จริงๆมีของอร่อยกว่าหมอนมากมายนัก
ตอนไปอยู่ที่สิงคโปร์ คนที่นู่นเขาชอบกินแบบเละๆ ผมละไปบอกเขาว่า พวกยูน่ะไร้รสนิยม บ้านไอกินแบบนิ่มๆ ไม่กินเละ แบบเละๆน่ะ ให้คนจนกิน ฮาแตกเลยพี่
พี่โอ๋แน่กว่ามากนะครับ เพราะอยากรู้จึงไปเปิดหาอ่าน ส่วนผมก็อาจจะเก่งกว่าพี่เล็กน้อยตรงที่ว่า ทำให้พี่ไปเปิดอ่านแล้วมารายงานผมได้ ฮ่า ฮ่า
ผมว่าทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านจากแหล่งต่างๆ กินอร่อยกว่าพวกพันธุ์ชะนี หมอนทอง เยอะเลยครับ
พวกหมอนทองและชะนีนี้กินลงไปก็บริหารความอ้วนเปล่าๆ ส่วนตัวก็ชอบก้านยาวครับ ให้มีรสชาดออกขมนิดหน่อย นี้ สุดยอดเลย แต่ที่เกลียดที่สุดของก้านยาวคือการแกะ แกะโคตรยากเลย
แต่ที่กินมาแล้วชอบที่สุดคือ พวงมณี พันธุ์พื้นบ้านของจันทบุรีหรือระยอง ไม่แน่ใจ ลูกใหญ่ประมาณทุเรียนบ้านบ้านเราลูกใหญ่ๆ ครับ เนื้อเป็นสีส้ม เนื้อแห้ง หนา กว่าทุเรียนบ้านของเรา รสชาดหวานเจือขมนิดหน่อย ที่สุดแล้วตอนนี้
แต่เดียวนี้ไม่ค่อยได้กินเพราะไม่ได้ส่งออกทุเรียนแล้ว ก็เลยไม่ได้กิน
แต่ทั้งหมดนี้ว่าอร่อยหรือไม่อร่อยเกี่ยวพันกันกับลความแก่ของทุเรียนครับ เวลานี้พ่อค้ากังวลกับระยะเวลาการขายกับการขนส่งมากเลยทำให้ผู้บริโภคต้องกินทุเรียนที่ไม่แก่เต็มที่แล้วนำมาป้ายเอธิลินเร่งสุกที่ขั้วเพื่อจะได้สุกเร็วๆ จะได้ขายได้ไวไว
คิดดูก็แปลกดี เก็บอ่อนลงมาเพราะกังวลว่าจะต้องขนส่งบวกการขาย แต่พอมาถึงก็ต้องกังวลว่ามันไม่สุกเลยต้องป้ายน้ำยาเร่งสุก คิดดูก็น่าตลกดี
สิงคโปร์และมาเลย์เคยชินกับการกินทุเรียนพื้นบ้านของมาเลย์ที่ต้องเละๆ กัน แต่ที่เมืองจีนนี้เละสุดๆเลยครับ เพราะสินค้าที่ตั้งอยู่ในห้างทั้งแตกและเริ่มขึ้นราที่เปลือกแล้ว บางลูกต้องใช้ลวดผูกเอาไว้ สาเหตุหลักก็คือความไม่รู้และไม่มีการสอนการกินที่ถูกต้องให้กับเค้า เหตุผลประการที่สองคือ แทนที่พวกพ่อค้าในประเทศจีนหรือห้างจะนำไปทิ้งก็ใช้กลยุทธหลอกแดกคนกิน โดยยกเหตุผลมาบอกว่า ทุเรียนดี อร่อย ต้องกินแบบนี้ แต่ในความเป็นจริงพวกพ่อค้านำเข้าจัดการหักเงินค่าทุเรียนจากพ่อค้าไทยเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่พวกเค้ายังขายของได้ และยังเป็นการทำลายตลาดไปด้วย เหมือนกับที่นายกหอกหักไปเมืองจีน แล้วไปชิมไปบ่นไปว่า ทำไมมังคุดไทยที่ส่งไปจีนถึงมีคุณภาพทั้งแข็งทั้งดำ ทำไมทุเรียนหมอนทองถึงได้กลายเป็นปลาร้า
ชั่งน่าขันจริง ท่านนายกหอกหัก ผู้คับแคบและน่าสงสาร
ครับพี่หนึ่ง
พี่ให้ความรู้ผมอีกแล้วครับ ดีจริงๆ
ด้วยความยินดีครับ
สวัสดีครับอาจารย์ ผมเป็นคนทานพอ เป็นคนเขาศูนย์โดยแท้ เพราะพ่อ แม่เป็นคนไม้เรียง เขาศูนย์ผมพอมีข้อมูลและรูปภาพค่อนข้างเยอะ แร่ที่บนเขาศูนย์จริงๆแล้วไม่ได้มีแต่แร่วุลแฟลมอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ผมเองก็เข้าใจผิดเหมือนกัน เพราะว่าวันนี้ผมกลับจากกรุงเทพไปที่บ้านซื่งบ้านผมอยู่ตรงทางขึ้นเขาศูนย์ กม 0 เลย ผมแปลกใจเมื่อมีฝรั่งมั่งค่าพร้อมทีมงานสำรวจหลายสิบคนขึ้นไปด้วยเครื่องมืออันทันสมัยของฝรั่งเข้าเพื่อไปสำรวจเพื่มเติมว่าแร่บนเขาศูนย์แท้จริงนั้นมันมันหลายสิบสายพันธ์ก็ว่าได้ ทั่งสแตน ยิปซัม แมกกานีส อื่นรวมไปถึงสายแร่ทองคำด้วยก็ได้ แต่ผมไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรกับเขาหรอกครับอาจารย์ แต่ผมกลับเสียดายอีกต่างหาก ทำไม เพราะอะไรรึครับ เพราะตอนนี้เขากำลังจะเปิดเหมืองแร่บนเขาศูนย์อีกครั้ง นั้นก็หมายความว่า สภาพสิ่งแวดล้อมที่มันอุดมสมบูรณ์ กำลังจะถูกซ้ำเติม ทั้งสายน้ำ อากาศ ป่าไม้ กำลังจะหมด ผมเสียใจที่หน่วยงาน ของรัฐมักมองข้ามเสมอ แทนที่จะปรับปรุงเป็นที่ท่องเที่ยวแทนกลับไม่ทำเสียนิ ผมต่อสู้กับเรื่องเขาศูนย์มาหลายครั้งแล้ว บางที่ก็ท้อแต่ก็ไม่แท้ครับ อยากเก็บเอาไว้ให้ลูกหลานดู
สวัสดีครับคุณธีรยุทธ ธรฤทธิ์
ว่าด้วยเรื่องการพัฒนา คนกับรัฐ (ยังกับว่า รัฐ ไม่ใช่คนเสียกระนั้น) มักมองสวนทางกันบ่อยๆ
เรา (ซึ่งเป็นคน) มักหวงแหน หวงอดีต หวงธรรมชาติ กินได้ แต่ไม่เกิดรายได้ หมายความว่า ชาวบ้านมีกิน กินอยู่กับป่า กินกับการท่องเที่ยว (เลยเถิดไปนิด เพราะรู้สึกว่า เขาศูนย์ไม่เคยได้รับการกล่าวขานเรื่องการท่องเที่ยวเลยสักครั้ง)
รัฐ (ซึ่งส่วนหนึ่งไม่ใช่คน) มักมองรายได้ รายได้รวมของประเทศ ไม่ใช่การกระจายรายได้ รายได้รายบุคคลและผลประโยชน์ส่วนตน (ผลประโยชน์ส่วนรวมอยู่ท้ายสุด)
อย่างนี้ ต้องส่งข่าว กระจายข่าว NGO ก็สามารถช่วยเราได้ หากเรามีเครือข่ายหรือมีแหล่งกระจายข่าว
ดูสิครับ บ้านกรูด เขายังทำได้เป็นเรื่องเป็นราวระดับชาติ green peace ก็เข้ามาร่วมเล่นด้วย
แล้วหากเขาศูนย์เป็นข่าว คราวนี้ การท่องเที่ยวก็อาจจะเกิด ลองดูครับ
สวัสดีครับ
ผมคนทานพอครับ เข้ามาอ่านเจอครับ ทานพอเมื่อสมัยก่อนมีแร่ที่เขาศูนย์ เคยเป็นเมืองชุมทางที่ใหญ่มาก คนทางเหนือแม่น้ำตาปี เช่น วังพาน นาเขียง กระทูน ยางค้อม และพิปูน ต้องลงเรือล่องมาทานพอ เพื่อต่อรถไฟ เป็นทางเดียวที่จะติดต่อโลกภายนอกได้ สินค้่าเข้าออกต้องผ่านทานพอ ทานพอจึงเจริญสุดๆ ยิ่งสมัยมีแร่ทานพอยิ่งรุ่งเรือง หลังจากนั้นก็เข้าสู่ยุคเสื่อมถอย
เรื่องอาหารปักษ์ใต้ ที่ทานพอถือว่าเป็นหนึ่งทีเดียว ในกรุงเทพฯที่ขึ้นชื่อคือ "ร้านอาหารฉวาง"เจ้าของคือ"เจ้อวย" คนทานพออีกละครับนี้ก็ญาติกันครับ
คุณธีรยุทธ ธรฤทธิ์ครับ นามสกุล "ธรฤทธิ์" ของยาย ตาผม "ไม้เรียง" ครับ
เป็นคน ทานพอค่ะ
คิดถึงบ้านจัง
ภูมิใจค่ะ
ที่มีคนเขียนถึงบ้านเกิดเมย์ในทางที่ดี
ขอบคุณมากนะค๊ะ
ทานพอ มาจากคำว่า สะพานไม้หลุมพอ ที่สร้างข้ามลำน้ำตาปี
คำว่าเขาศูนย์ ตามความเชื่อโดยส่วนตัว น่าจะเขียนว่า เขาสูญ
ผมเขียนเพลง "เขาสูญ" เพื่อเล่าเรื่องราวไว้ ดังนี้
แต่ก่อนนี้ยังมีเรื่องราว
คนหนุ่มคนสาวต่างหลั่งไหลกันมา
บ้านพานไม้พอ ลำตาปีสาขา
เสี่ยงโชคชะตา กับความร่ำรวย
มีเขาสูญ มีแหล่งแร่วุลแฟลม
ผู้คนทั่วแดนต่างเสาะแสวงหา
ขุดหลุมขุด หลุมดูดคนผู้เขามา
เกิดการเข่นฆ่าล้มตายสาปสูญ
**สายน้ำแม่ตาปี ยังไหลเรื่อยเอื่อยมา
เลือดแดงทาถั่งโถมชโลมแผ่นดิน
ว่าผู้คนที่ร่ำรวยฆ่าคนล้มตาย
นี่หรือคือความหมายของสัจจธรรม
ฮือๆๆ คือความหมายของคำว่าคน**
เวลาผ่านไปไม่หวนคืนมา
หยดน้ำตาจากครอบครัวรินไหล
พ่อต้องจาก ต้องมาตายจากไป
ด้วยโรคร้าย โรคปอดซิลิโคซีส
ดังเป็นมนต์ของพ่อท่านคล้าย
ผู้คนต้องตาย ต้องสูญหายดังคำ
คำวาจาสิทธิ์ ที่พ่อท่านย้ำ
ลูกหลานจงจำ เขาสูญเมืองทานพอ
ลูกหลานจงจำ เขาสูญ เมืองพานไม้พอ....พอ....พอ...พอ
เป็นคนทานพอคิดถึงบ้านจังตอนนี้อยู่สระบุรี
เขาศูนย์...ที่นี่ไม้เรียง
บ้านของฉัน ปลูกติดกัน กับฝันเชิงภู
ลมหนาวเมื่อยามเช้าตรู่ เหม่อดู นกสุขหนักหนา
มีธารน้ำน้อย ไหลเชิงภู คู่เคียงบ้านนา
ดอกไม้ ไหวลมไปมา ลั่นป่า เด็ดดอกร่วงหาย
บ้านทุ่งดอกไม้ เรียงราย ชูช่อ คลอเคียง
หวานเด็ดสำเนียง ไม้เรียง เสียงหวานพฤกษ์ไพร
สั่งลาสายลม โอนช่อ ล้อความอ่อนไหว
หวั่นคิดถึงใคร ในใจ ดอกไม้ท้ายนา(ปลายนา)
....ที่นี่ไม้เรียง หวานเสียง บ้านทุ่งดอกไม้
เขาศูนย์..กว้างไกล ล้อมใจ ล้อมไพรพฤกษ์ชม
บอกเทวดา..ฝากบ้าน .. ฝากรัก… ฝากลม
ปกไพรพฤกษ์พรม สายลม แสงแดด แสงดาว
ให้บ้านรักฉัน ปลูกติดกัน กับฝันเชิงภู
อยากให้เธอหันเลียวดู ปกภู.. ปกป้อง.. ปกฝัน
บ้านทุ่งดอกไม้ แห้งตาย ดอกไม้หนาวสั่น
เพราะคนที่ไม่รักบ้าน เขาไม่ต้องการ..ที่นี้ ...ไม้เรียง
(เพราะคนที่ไม่รักบ้าน ฉันไม่ต้องการ..เพราะที่นี่ไม้เรียง)
แล้วสักวันคุณจะคิดถึงเขาศูนย์ แต่งปลายปี 52
หมายุ..ไม่ปลูกป่าก็ไม่ได้ว่า แต่อย่าคิดทำลาย
อาจารย์ ผมขอเชิญไปเที่ยวเขาศูนย์บ้านผมได้นะครับ ยินดีต้อนรัน ทานพอ-เขาศูนย์
ขอบคุณมากนะครับ ธีรยุทธ ธรฤทธิ์