สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
ธรรมะมือใหม่!
ท้ายอาสน์สงฆ์
P ท้ายอาสน์สงฆ์
ไม่บอก
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 418
อะไรนะ! พระตัดหญ้า... เป็นอาบัติ!
"ความไม่เหมาะสม" บางอย่างในอดีต ก็อาจจะไม่ใช่ "ความไม่เหมาะสม" ในปัจจุบันก็ได้

วัดที่บ้านเกิดผม เป็นวัดแถบชนบท (บ้านนอก)
แล้วก็เป็นวัดหลวง(หลวงตาเฝ้าวัด) โดยมาก ไม่สามารถแสดงภาพ “http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/42.gif” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด
ส่วนใหญ่พระหนุ่มเณรน้อยมิค่อยมี
มีก็แต่เจ้าอาวาส,รองเจ้าอาวาส ซึ่งยังพอทำงานวัดได้บ้าง


ท่านเจ้าอาวาสเคยเล่าให้ฟังว่า
http://tevaprapas.googlepages.com/PhraAjanThong.jpg
เมื่อก่อนเวลาหญ้ารกวัด ไม่มีโยมช่วยเหลือ ท่านก็ต้องลงมือตัดเองคนเดียว
โดยใช้เครื่องตัดหญ้าไทยประดิษฐ์ตัด จนก้อนหินกระเด็นถูกขาท่านหักก็เคยมาแล้ว
นับว่าเป็นพระที่เสียสละและน่ายกย่องจริง ๆ ในสายตาผม

ในปีนี้ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น
พระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท (จร.ชท.)

ราชทินนามที่ "พระครูประดิษฐ์ธรรมธัช" (ท่านอยู่วัดไหน หาเอาเอง)

จึงขอประกาศสำแดงมุทิตาจิตยังหลวงปู่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกท่านที่ได้รับพระราชทานเกียรติยศยกย่องสมณศักดิ์ทุกระดับชั้นมาในครั้งนี้ด้วยครับไม่สามารถแสดงภาพ “http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/46.png” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด

 

พูดถึงหลวงปู่เจ้าอาวาสตัดหญ้าก็ให้นึกถึงที่ท่านเคยเล่าให้ฟังว่า

เมื่อก่อนตอนเวลาท่านตัดหญ้าด้วยเครื่องตัดทุกครั้งนั้นจะมีเสียงดังมาก (ไทยประดิษฐ์)

จนเสียงดังออกไปนอกวัด...

และข้าง ๆ วัดก็จะมีโยมอยู่คนหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างจะเจ้าพระวินัย (กฎของพระ)

ด้วยเป็นนักธรรมลาพรต 

เวลาท่านเจ้าอาวาสตัดหญ้าทีไร โยมคนนี้ก็จะออกมาโวยวายข้างวัดทุกที

ว่าพระสงฆ์ไม่รู้เรื่องพระวินัยบ้างหละ ว่าพระสงฆ์วัดนี้ไม่เคารพพระพุทธบัญญัติบ้างหละ ทำตัวเป็นอลัชชีหน้าด้าน ๆ บ้างหละ

ในปาจิตตีย์กัณฑ์ ห้ามพระพรากของเขียว (ตัดต้นไม้) 

ครั้งแรก ๆ ท่านก็ไม่สนใจ จนหลายครั้งเข้า ท่านเจ้าอาวาสก็คงหมั่นไส้

เลยปิดเครื่องตะโกนออกไปว่า...ไม่สามารถแสดงภาพ “http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/52.gif” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด

"ถ้าไม่ตัด แล้วใครจะตัด งูจะกัดพระตายหมดวัดอยู่แล้ว โยมจะมาช่วยตัดไหม!"

หลังจากวันนั้นมา โยมคนนั้นก็ไม่เคยปริปากอีกเลยไม่สามารถแสดงภาพ “http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/30.gif” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด

 

ปัญหาในใจของโยมคนนั้นก็คือ โยมคงจะกังวลไม่อยากให้พระท่านประพฤติล่วงพระวินัยเรื่องห้ามขุดดินหรือห้ามพรากของเขียวดังกล่าว

ซึ่งอันที่จริงก็เป็นเรื่องเจตนาที่ดี แต่ควรดูความเหมาะสมอยู่บ้าง ...

 


 

สำหรับเรื่องพระตัดต้นไม้ผิดวินัยนั้น

 

มีนัยปรากฎใน ภูตคามสิกขาบท ว่า
"คนทั้งหลายพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้
พรากบ้าง ให้คนอื่นพรากบ้างซึ่งของเขียว? พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมเบียดเบียนอินทรีย์
อย่างหนึ่ง ซึ่งมีชีวะ."

"ชีวสญฺญิ โน หิ มนุสฺสา รกฺขสฺมึ"

"เพราะคนทั้งหลายสำคัญของเขียวว่ามีชีวะ"

สรุปคือ คนอินเดียสมัยนั้น (๒๕๐๐ กว่าปีก่อน) บางพวกถือกันว่า ต้นไม้มีชีวะเหมือนสิ่งมีชีวิตทั่วไป

ทั้ง ๆ ที่พระพุทธเจ้าทรงทราบดีว่าไม่ใช่เช่นนั้น เพราะ ต้นไม้ ไม่ได้เกิดจากกรรม จึงไม่มีชีวิตรูป แต่ที่ดำรงคงอยู่ได้เพราะอุตุ คือธรรมชาติของมันอย่างนั้น  แต่พระองค์ก็ยังทรงตรัสตำหนิพระสงฆ์ต้นบัญญัติว่า 

"การกระทำของพวกเธอนั่น(พระที่พรากของเขียว) ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่ง ของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ..."


สรุปคือ การที่พระไปพรากของเขียวเข้า จึงอาจทำให้กลุ่มคนบางพวกที่ถือคติเช่นนี้ติเตียนได้ ซึ่งอาจเป็นเหตุบานปลายถึงขั้นหมดความเลื่อมใสเสียเลย

การที่พระองค์ทรงบัญญัติห้ามก็เพื่อเหตุนี้ (มิให้ชาวบ้านบางส่วนในสมัยนั้นติเตียน)

แต่อย่าลืมว่า มูลการบัญญัติห้ามการพรากดินและชีวะ (ต้นไม้) เป็นอาบัติทั้งสิ้น เพราะมาจากชาวบ้านเขาติเตียน

การที่พระใช้โทรศัพท์และสูบบุหรี่ ขับรถ
เป็นที่ติเตียนของชาวบ้านในปัจจุบัน
ก็อาจเป็นเหตุบัญญัติพระวินัยในสมัยพุทธกาลได้เหมือนกัน

มูลเหตุการบัญญัติพระวินัยของพระนั้น
ส่วนหนึ่งจึงมาจาก "ความเหมาะสม" ในสายตาชาวบ้านเรานี่เอง

ซึ่ง "ความเหมาะสม" นี่ก็ตกอยู่ในกฎของสามัญญลักษณะ

"ความไม่เหมาะสม" บางอย่างในอดีต ก็อาจจะไม่ใช่  "ความไม่เหมาะสม" ในปัจจุบันก็ได้

พระพุทธเจ้าจึงตรัสทางแก้เมื่อก่อนที่พระองค์จะปรินิพพานว่า
ถ้าในอนาคตจะบัญญัติเพิ่มลดพระวินัยก็ให้ทำได้ตาม "ความเหมาะสม"


ดังนั้นพระวินัยจึงมิใช่ "สัจจะ" ของ "ธรรมะ" ที่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปได้
เพราะวินัยในบางบทหรือกฎหมายก็คือส่วนหนึ่งของคน
คน ก็ตกอยู่ในกฎของ อนิจจลักษณะ

 

การที่ชาวบ้านญาติโยมไปโพนทนาว่าพระทำผิดอย่างนู้น พระทำผิดอย่างนี้ บางทีเราควรย้อนกลับมาดูตัวเองก่อนว่า เราได้ช่วยอะไรท่านบ้างหรือยัง หญ้ารกไม่มีใครตัด ท่านก็ต้องตัดเอง มีรถของวัด แต่ไม่มีใครขับให้ท่าน พระท่านก็ต้องขับไปเอง (ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากทำ)

พระจึงต้องช่วยตัวเอง เพราะสังคมเปลี่ยนไป พระจึงต้องปรับตามโดยลดข้อหยุมหยิมล้าสมัยลง แต่ต้องคงพระวินัยส่วนใหญ่ไว้

บางครั้งการมองโลกแค่มุมเดียวหรือมัวแต่ยึดติดกับรูปแบบที่วางเอาไว้

อาจจะทำให้เราไม่เข้าใจอะไรเลยก็ได้...

เหมือนโยมนั่นไง!

 

จบ.

 Image:Student smiles.jpg

ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านผมบ่น(จนจบ)ครับ ^^

ท้ายอาสน์สงฆ์ 

๑ ธันวาคม ๒๕๕๐



* ปรารภถึงหลวงพ่อไว้นานโขแล้ว
และแล้วเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๑
ท่านก็ได้เข้ารับพัดยศสมณศักดิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สนใจดูภาพบรรยากาศงานได้
ที่นี่จ๊ะไม่สามารถแสดงภาพ “http://www.stou.ac.th/NewPage/Images/new03.gif” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด
(อัพเดทภาพ ๑๗ ม.ค. ๕๑)

สร้าง: ส. 01 ธ.ค. 2550 @ 11:48   แก้ไข: ส. 19 ม.ค. 2551 @ 01:02   ขนาด: 15300 ไบต์
ความคิดเห็น
P
1. ร่มไม้ใหญ่ใกล้ทาง
เมื่อ ส. 01 ธ.ค. 2550 @ 14:48
477611 [ลบ]

ศีลอันบริสุทธิ์ย่อมเป็นเกราะกำบังความชั่วร้าย

ศีลอันบริสุทธิ์ย่อมทำให้เกิดความแกล้วกล้าและอาจหาญ

ศีลอันบริสุทธิ์ย่อมนำพาการปฏิบัติธรรมให้เจริญ

ความมั่นใจในศีลอันบริสุทธิ์ย่อมนำพาให้ฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามได้

 

P
2. ต้นกล้า
เมื่อ ส. 01 ธ.ค. 2550 @ 15:38
477658 [ลบ]

เจองานเขียนของท่าน "ท้ายอาสน์สงฆ์" เข้าไป สงสัยว่าผมต้องเลิกเขียนอะไรแนวนี้แล้วล่ะครับ ฝีมือการเขียน ฐานความรู้ ต่างกันลิบทีเดียว ขืนผมยังเขียนแบบนี้ต่อคงโดนหัวเราะเข้าสักวันครับ

ยินดีที่ได้รู้จักครับ จะตามมาอ่านเรื่อยๆ นะครับ ... ตอนนี้ขอตัวไปคิด concept ใหม่ก่อน :-)

P
3. ท้ายอาสน์สงฆ์
เมื่อ อา. 02 ธ.ค. 2550 @ 00:38
478184 [ลบ]

สวัสดีครับคุณPร่มไม้ใหญ่ใกล้ทาง

ใช่แล้วครับ ศีล คือรากฐานของการปฏิบัติธรรม

ศีล แปลว่า ปรกติ

ศีลนั้นมีหลายระดับ แบ่งง่าย ๆ
คือศีลของปุถุชน กับศีลของอริยชน

ศีลของปุถุชนมีหลากหลาย นับไม่ถ้วน (รวมกม.)

แต่ศีลของอริยชนมีเพียง ๑ คือ การรักษาใจ

เมื่อรักษาใจของตนให้ดีพร้อมแล้ว ย่อมพ้นไปจากบัญญัติทั้งหมด เข้าสู่ความปรกติของอริยชนอย่างสมบูรณ์พร้อม ศีลก็ย่อมไม่สำคัญสำหรับท่าน

ศีลอันเป็นสมมุติบัญญัติทั้งหลาย เป็นเพียง อุปกรณ์ ที่ควบคุม การกระทำและคำพูด ไม่ให้ล่วงไปในกิเลสฝ่ายต่ำ

ไม่สามารถแสดงภาพ “http://tbn0.google.com/images?q=tbn:D8Owz-JKULkM_M:http://www.sinkacementhai.com/imageproduct2.asp%3Fid%3D3” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด

อุปมาดุจ ผงปูนตราเสือ หากไร้ถุงใส่กำกับไว้ ย่อมปลิวพลัดลงสู่พื้นพสุธาภาคฝ่ายต่ำ ดุจจิตของสัตวโลกทั้งหลาย (เวอร์ ๆ)

แต่เมื่อใด ปูนพี่เสือได้ผสมน้ำตามกระบวนการจนเข้าสู่ นิพพานสภาวะแห่งปูน -_-" เมื่อนั้นปูนพี่เสือก็ไม่จำต้องใช้ถุงคอยควบคุมอีกต่อไป เข้าสู่ อริยกันตศีล พี่ปูนตราเสือจึงเป็นอรหัตตลาภีบุคคลโดยหาจำต้องพึ่งถุงปูนใส่รักษาให้จิตตกไม่ ฉะนี้

หากผงปูนตราเสือ(จิต) เมื่อยังเป็นผง ไม่มีถุง(ศีล)กำกับไว้ การจะนำปูนทั้งหมดไปกระทำให้แข็งแกร่งย่อมลำบาก ดังนั้น ถุงปูนจึงสำคัญในระดับแรก ในการควบคุมกายวาจาให้อยู่ในสภาวธรรมารมณ์แห่งการรักษาใจ เพื่อส่งต่อไปยังการปฏิบัติที่สูงยิ่งต่อไป (เอาผงปูนผสมน้ำ)

แต่เมื่อผสมปูนเสร็จ เข้าสู่อริยสภาวะ ศีล(ถุงใส่ปูน)จึงไม่สำคัญต่อไป ดุจคนข้ามแพ เมื่อข้ามไปถึงฝั่งแล้ว ย่อมหาแบกแพเทินกบาลเดินไปไม่

และคนที่ข้ามแม่น้ำแห่งวัฏฏะได้แล้ว ก็ย่อมไม่กลับไปกลั้วอยู่กับหีนธรรมคือสิ่งที่โสมมนั้นอีกแล้ว ศีลของอริยเจ้ามีเพียง ๑ จึงสมบูรณ์โดยไม่ต้องมีบทลงโทษมากำกับฉะนี้

 

จำเริญธรรมครับ.

ปล. วันนี้คุณคุณมีถุงปูนแล้วหรือยัง

 

P
4. ท้ายอาสน์สงฆ์
เมื่อ อา. 02 ธ.ค. 2550 @ 00:55
478188 [ลบ]

P ต้นกล้า

โอ้...หามิได้ครับ หามิได้ ความรู้ผมก็แค่ สุดอณูหางอึ่ง เท่านั้นเองครับ เพียงแต่รู้จักตั้งปัญหาและต่อยอดกับมันซักหน่อย ก็พอเอาออกมาขายแล้วครับ ส่วนจะขายออกหรือไม่ออกนั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่สามารถแสดงภาพ “http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/21.png” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด

งานของท่านก็ไม่เบาเลยนะครับ ไม่สามารถแสดงภาพ “http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/12.gif” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด 

ขอบพระคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนกันครับ

เจริญธรรมไม่สามารถแสดงภาพ “http://www.f0nt.com/forum/Smileys/iannnnn/46.png” เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาด

P
5. อาจารย์ โกศล คงสมปราชญ์
เมื่อ อา. 02 ธ.ค. 2550 @ 13:00
478610 [ลบ]

  • ผมว่าตัดต้องแค่อาบัติปาจิตตีย์ตัดไปเถอะครับ วัดรกนะไม่มีใครอยากไปอยู่
  • กิจวัตร ๑๐ มีไว้แล้ว กวาดอาวาสวิหารลานเจดีย์ (ตัดหญ้าด้วยคงไม่เป็นไร)
  • ตัดไปเถอะครับ ใส่บาตรเหมือนเดิม แต่กินข้าวมื้อเย็นเนี๊ยะไม่อยากใส่เลยครับ
P
6. ท้ายอาสน์สงฆ์
เมื่อ อา. 02 ธ.ค. 2550 @ 13:22
478628 [ลบ]

ใช่ครับ

แต่ผมว่าข้อรับรูปิยะมันน่าจะหนักกว่าวิกาลโภชนสิกขาบทนะครับ

เพราะมันทำให้พระเสียผู้เสียคนเลยทีเดียว

ฮา

P
7. naree suwan
เมื่อ อา. 02 ธ.ค. 2550 @ 13:24
478630 [ลบ]

  • น่าเห็นใจค่ะ
  • พระเณรในปัจจุบันท่านต้องทำกิจหลายอย่างที่ไม่มีในครั้งพุทธกาล
  • อาศัยญาติโยมอย่างเดียว คงต้องรออีกนาน
  • ขอบคุณที่แบ่งปันสาระดีๆนะคะ
P
8. ท้ายอาสน์สงฆ์
เมื่อ อา. 02 ธ.ค. 2550 @ 13:33
478637 [ลบ]

P naree suwan

ใช่เลยครับ โลกเปลี่ยนไป อะไร ๆ ก็ต้องเปลี่ยนตาม
พระเณรสมัยนี้จะรักษาจริยวัตรไว้ได้

ก็คงต้องฝึกกันหนักน่าดูครับ

ขอบคุณครับ

P
9. โต
เมื่อ อ. 04 ธ.ค. 2550 @ 15:41
480999 [ลบ]

เข้ามาศึกษาครับ ให้แนวคิดดีมากๆเลย

โรงเรียนอุตรดิตถ์ขอขอบคุณคนคุ้งตะเภาครับ

P
10. ท้ายอาสน์สงฆ์
เมื่อ พ. 05 ธ.ค. 2550 @ 14:32
481977 [ลบ]

ขอบพระคุณครับ
ไม่มีรูป
11. CoffeeDee
เมื่อ ศ. 20 มิ.ย. 2551 @ 09:30
708149 [ลบ]

ชอบอุปมา"พี่ปูนตราเสือ"จังเลยครับ....

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 203.151.232.70
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
บันทึกอื่นๆ

บล็อกอีก "อัน" ของท้ายอาสน์สงฆ์ครับ 
Web Counter
จำนวนผู้ที่หลงเข้ามาดู :: ตั้งแต่ ธันวาคม ๕๐

นำบล็อกนี้เข้าแพลนเน็ตของท่าน
คลิกที่นี่