บ้านทาร์ซาน อยู่บนยอดไม้ ไม่อยากขึ้นเลย แต่ต้องเป็นมือกล้อง กว่าจะปีนขึ้นไปถึง เล่นเอาหอบ

          ผมนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน นึกย้อนถึงบรรยากาศที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของดิสนีย์แลนด์ที่ได้รับขนานนามว่า ดินแดนแห่งเวทย์มนต์ในฝัน ผมใช้เวลาตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงบ่ายสามโมง ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร เดินเรื่องไปแบบไหน และจบลงในลักษณะใด

 

               หลังจากหลุดขั้นตอนการซื้อตั๋วและตรวจกระเป๋าแล้ว เราก็พบลานกว้างใหญ่ ที่ผมเรียกง่ายๆ ว่า “ลานแคลิฟอร์เนีย” (ก็เล่นตั้งตัวอักษรอย่างเบ่อเริ่ม...)  

        จากนั้นเป็นสถานีรถไฟ “Disneyland” ซึ่งมีผู้คนมาถ่ายรูปกันมาก แทบจะเข้าคิว

 

               ด้านหลัง Disneyland Station เรียกว่า เมนสตรีท (Mainstreet) จำลองเมืองเล็กๆ ของอเมริกาสมัยปี คศ.  1900 มีรถม้าและรถรางสร้างบรรยากาศย้อนยุคได้อย่างสวยงาม

 

              สุดเมนสตรีท มีอนุสาวรีย์ ของดิสนีย์และมิคกี้ ด้านหลังมองเห็นปราสาทของเจ้าหญิงนิทรากระทบแสงแดดสวยงามระยิบระยับ (เสียดายภาพออกมาไม่สวยเพราะค่ำแล้ว)

มิคกี้ ตูนทาวน์ (Mickey's Toontown) บ้านเกิดมิคกี้และเพื่อน

          บ้านทาร์ซาน อยู่บนยอดไม้ ไม่อยากขึ้นเลย แต่ต้องเป็นมือกล้อง กว่าจะปีนขึ้นไปถึง เล่นเอาหอบ แต่คนสมใจ ยิ้มแฉ่ง เถอะ....ถ้าไม่ใช่ลูกละก็ อย่าหวัง (แน่ใจเร้อ..)  

ลงจากยอดไม้ ก็ได้หม่ำ (ค่อยยังชั่ว.....)

          อิ่มแล้วก็เดินต่อ ซึ่งเดินทั้งวันก็ไม่ทั่ว  ด้านหลังเป็นเรือมาร์ค ทเวน พยายามทำทั้งท่าและหน้าให้หล่อ แต่ตาเหลือบมองรถเข็นเด็ก (อิจฉารึเปล่า ไม่มั่นใจ ฮิฮิ) 

          เรือโคลัมเบีย ที่สวยงาม อยู่ด้านหลังนะครับ ส่วนด้านหน้า ภรรเมีย (ที่ต้องบอกว่า สวย แหะ แหะ.....)

           ผมบอกตั้งแต่แรกว่า ไม่รู้ว่าจะขึ้นต้น ดำเนินเรื่องและลงท้ายว่าอย่างไร ก็เลยขอจบซะดื้อๆ แบบนี้นะครับ