ในเมืองหลวงที่แออัด... ไม่มีพื้นที่มากนักที่จะใช้ "หายใจ"

สวนหย่อมเล็กๆ และทางสาธารณะแคบๆ ในละแวกบ้าน

จึงกลายเป็นสถานที่วิ่งเล่น หย่อนใจ และออกกำลังกายของคนเมืองร่วมกัน

 

ทุกครั้งที่ "ฉัน" ขี่จักรยานเพื่อออกไป "หายใจ" ในยามเย็น

จะมีเด็กๆ ที่อยู่บ้านละแวกเดียวกันออกมาร่วมกันขี่จักรยานไปตามทางสาธารณะด้วยกัน

เสียงหัวเราะ สนุกสนาน ร่าเริง ปลิวไปตามสายลมที่เข้ามาประทะกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม

หลายๆ บ้านจะมีจักรยานสองล้อบ้าง สามล้อบ้าง ไว้สำหรับขี่เล่น ไม่ใช่ของสิ้นเปลือง

(แต่ก็ไม่ใช่ของจำเป็นมากนัก)

 

หลายครั้ง... ฉัน ได้เห็นสายตาคู่หนึ่ง ของเด็กชายน้อยๆ คนหนึ่ง

เด็กชายที่ฉันไม่รู้จักชื่อ แต่รู้ว่าเด็กน้อยอยู่บ้านในซอยลึกเข้าไป...อยู่กับแม่ตามลำพัง

เด็กน้อย...จ้องมองจักรยานที่ผ่านหน้าไปทีละคัน ทีละคัน ด้วยสายตาที่โหยหา

สายตาที่บ่งบอกความหวังว่า สักวันหนึ่ง...จะมีฉันอยู่ในขบวนจักรยานนั้นบ้าง

 

สายตาคู่นั้น...ทำให้ ฉัน เลือกซื้อจักรยานมือสองคันเล็กๆ มาหนึ่งคัน

ราคาไม่ได้แพงนัก...แต่มันก็ดูเหมาะเจาะกับความสูงของเด็กๆ

จักรายานกลางเก่า กลางใหม่ แต่ก็ไม่ใหม่เกินไปจนลำบากใจทั้งคนให้และคนรับ

แล้ววันถัดมา...ฉัน ก็จูงจักรยานคันนั้นไปมอบให้เด็กน้อย

"มาขี่จักรยานด้วยกันนะ"  คำเชิญชวน และเสียงสนับสนุนของกลุ่มเด็กดังขึ้น

 

สายตาเด็กน้อย...สุกสว่าง เต็มเปี่ยมด้วยความสุข

มือน้อยๆ...ลูบคลำไปตามตัวจักรยาน และกล่าวขอบคุณพร้อมรอยยิ้มกว้าง

ขาเล็กๆ...พาดขึ้นจักรยาน ขยับตัวให้เข้าที่เข้าทาง บอกให้รู้ว่า "ขี่เป็น"

สองล้อ...เคลื่อนตัวออกไปตามแรงปั่นของเด็กน้อย

 

วันนั้น...เสียงหัวเราะของ "แก๊งค์จักรยาน" ดังกว่าทุกวัน

เด็กน้อยสมาชิกใหม่...หัวเราะอย่างเต็มเสียง พูดคุยกับเพื่อนๆ วัยเดียวกันอย่างสนุกสนาน

เด็กน้อย ออกแรงปั่นจักรยานแข่งกันอย่างไม่รู้จักเหนื่อย...คล้ายกับพลังที่สะสมมาแสนนาน

วันนั้น...ระยะเวลาในการขี่จักรยานของกลุ่มนานกว่าทุกๆ วัน ...เลยเวลาไปจนเกือบพลบค่ำ

 

ฉันตบท้ายกิจกรรมวันนั้น ด้วยการเลี้ยงน้ำให้กับเด็กๆ ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้าน

ฉัน...ขี่จักรยานไปส่งเด็กๆ ตามบ้าน ... ด้วยเป็นทางผ่านเช่นกัน

เด็กหลายๆ คน มีพ่อหรือแม่ มายืนรอรับอยู่หน้าบ้าน...ยิ้มแย้ม ทักทาย

ลูบหัวของลูกๆ  ถามอย่างห่วงใย  "ทำไมค่ำนัก...หิวไหม?"

 

เด็กน้อยคนนั้น...จูงจักรยานที่ฉันให้ เดินไปจนถึงหน้าบ้านของเขา

ฉันทอดสายตามอง เพื่อรับรู้การกลับบ้านอย่างปลอดภัยของเขา

"มัวแต่ไปเที่ยวเล่น จนดึกจนค่ำ ไม่รู้จักมาช่วยกันทำงาน" เสียงแม่ดังขึ้น

พลางลากตัวลูกชายเข้าบ้าน ปิดประตูเสียงดัง...

เสียงลงไม้ ลงมือ พร้อมทั้งเสียงบ่น ด่าทอต่างๆ นานา ถึง "ความเหลวไหลของลูก"

เสียงร้องไห้ และ พยายามอธิบายของเด็กน้อย...แต่ไร้ความหมาย เพราะ "แม่ไม่ฟัง"

 

ฉันขยับตัวหลายครั้ง...อยากเข้าไปช่วยอธิบาย

แต่วันนั้น...ฉันก็ไม่ได้ทำตามที่ใจคิด ฉันปล่อยให้เป็นเรื่องของ "แม่กับลูก"

ฉันรู้สึกผิด...ที่ฉันทำให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น...อย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

ฉันมีเวลาทบทวนกับบทเรียนที่เกิดขึ้น...

เด็กน้อย...กับ "บ้าน" ที่ขาดความอบอุ่น หรือไม่ก็ร้อนเกินไป

เด็กน้อย...กับ "แม่" ที่แบกรับภาระต่างๆ เต็มสองบ่า จนหลายครั้งภาระนั้นระเบิดเป็น "อารมณ์" ที่ลงไปกับลูก

เด็กน้อย...กับ "สังคม" ที่เหลื่อมล้ำ สังคมที่ให้โอกาสกับชีวิตที่ไม่เท่ากัน

 

คราวหน้า...ฉันจะเข้มแข็งกว่านี้

ที่จะเดินเข้าไปเพื่อแก้ หรือ บรรเทาความเหลื่อมล้ำ ในสังคมให้เบาบางลงบ้าง

เพราะฉันยังอยากเห็น รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และสายตาที่เปี่ยมสุขของเด็กๆ อยู่.

 

pis.ratana

8 พค.52