ด้วยความเครียดฝังในและอาการเจ็บหลังที่ทำให้นอนไม่ค่อยหลับ ทำให้รู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลง ทำให้ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นไปอีก
แต่ดิฉันก็ยังไม่ผลีผลามอะไร รอดูอาการอยู่สามวันก็โทรคุยปรึกษากับพี่จินและพี่โอ๋ พี่จินช่วยกรุณาติดต่อคุณหมอให้ค่ะ คุณหมอก็เลยบอกว่าเพื่อความสบายใจให้ไปตรวจสุขภาพเด็กในครรภ์ที่ห้องคลอด
น่าแปลกพอได้พูดคุยกับพี่โอ๋พี่จินก็รู้สึกว่าลูกดิ้นขึ้นมาทันที :) คงเป็นเพราะการได้พูดคุยทำให้ดิฉันคลายเครียดไปได้เยอะ แต่ก็เอาเถอะไปตรวจดีกว่า ไหนๆ คุณหมอก็อนุญาตแล้วนะ
ห้องคลอดของ รพ. มอ. อยู่ชั้นสามตึกหน้าค่ะ ชั้นเดียวกันกับที่อุลตร้าซาวน์ แต่ดิฉันหาห้องคลอดไม่เจอค่ะ เพราะไม่มีป้ายบอกทางใดๆ ติดไว้เลย พอดีมีเจ้าหน้าที่เดินผ่านมาจึงได้คำตอบค่ะ คือ เมื่อออกจากลิฟท์มาแล้วให้เดินตรงไปนิดนึงเลี้ยวขวาไปตามทางเดินตรงไปที่ห้องที่อยู่ตรงหน้าค่ะ
การได้มา รพ. ครั้งนี้ เมื่อมองด้านดี คือ ได้มาทำความรู้จักห้องคลอด และได้มาตรวจสุขภาพลูกเป็นครั้งแรก
โซนห้องคลอดที่นี่ดูสะอาดสะอ้านปลอดเชื้อโรคดีค่ะ ต้องถอดรองเท้าและเปลี่ยนเป็นรองเท้ายางก่อนเข้าห้อง
ห้องแรกที่ดิฉันเข้าไปเป็นห้องที่อยู่ด้านในสุด ไม่ทราบค่ะว่าเขาเรียกว่าห้องอะไร อาจจะเป็นห้องเตรียมการคลอดก็ได้กระมังค่ะ ช่วงเดินไปห้องเตรียมการ ดิฉันก็จะผ่านห้องเตรียมคลอด ส่วนห้องคลอดนั้นก็คงอยู่ใกล้กัน
เมื่อไปถืงห้องเตรียมการ พยาบาลก็บอกว่าใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ แล้วเริ่มเอาสายผ้ามารัดที่ท้องของดิฉัน และมีเครื่องวัดชีพจรของลูกดูคล้ายๆ เครื่องอุลตร้าซาวน์แบบแบนๆ วางไว้บนท้อง
พยาบาลเข้ามาดูเป็นระยะๆ ค่ะ แล้วก็บอกคำแนะนำต่างๆ ในการดูแลครรภ์ น่ารักดีค่ะ แต่ก็ดุๆ ตามสไตล์คนใต้ อิอิ แอบแซว :)
ช่วงระหว่างนอนตรวจ มีคุณแม่วัยสาวเข้ามาบอกพยาบาลว่า "น้ำเดิน" ตั้งแต่เช้าแต่ต้องไปทำบุญก็เลยเพิ่งมา รพ. ดิฉันนึกในใจ อะไรนะ! ตอนนี้ก็ 6 โมงเย็นแล้วนะ อันตรายมากเลย เพราะลูกอาจจะขาดออกซิเจนไปเรียบร้อยแล้ว
เฮ้อ เขาช่างขาดความตระหนักในการดูแลครรภ์เสียจริงๆ และจากการที่ดิฉันได้มาเจอ case ของคุณแม่คนนี้ ก็เลยเกิดแรงฮึดในการเขียนบล็อกขึ้นมาอีกครั้ง
ดิฉันเชื่อเหลือเกินว่า ความรู้และประสบการณ์แห่งความมหัศจรรย์ของชีวิตมนุษย์ที่ดิฉันมีบุญได้รับในครั้งนี้ ควรจะถูกนำมาถ่ายทอดไว้ในบล็อก และเกิดประโยชน์แก่คุณแม่ท่านอื่น แม้การเข้ามาอ่านของเขาเหล่านี้จะไม่ได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้ก็ตาม
ขอให้คุณแม่ทุกคนมีสุขภาพครรภ์ที่แข็งแรงนะค่ะ
ส่วนการตรวจสุขภาพครรภ์ครั้งนี้ของดิฉัน ปรากฎว่าลูกปกติดีอยู่ค่ะ
ขอบคุณพี่จินกับพี่โอ๋มากที่คอยเป็นกำลังใจและเป็นที่ปรึกษาให้เสมอ :)
ปล. อยากอ่านเพิ่มเติมบันทึกเกี่ยวกับครรภ์ ให้กดที่คำหลัก "ครรภ์" ค่ะ หรือพิมพ์ลิ้งค์ http://GotoKnow.org/post/tag/ครรภ์
ขอบคุณค่ะ :)
ขอแสดงความยินดีที่ลูกน้อยในครรภ์ปลอดภัยค่ะ
อาจารย์เขียนสรุปได้ชัดเจนมากเลยค่ะ......ความเครียดของแม่...จะสัมพันธ์กับการดิ้นของลูกน้อยในครรภ์ค่ะ
ระหว่างตั้งครรภ์ลูกจะรับรู้ทุกอย่างของแม่ แม้ในเรื่องของความลับลึกๆในใจของแม่ด้วย.....และลูกจะแสดงให้แม่รู้ว่า ลูกรู้นะ และเข้าใจแม่นะ....เพียงแต่การแสดงออกของเขาจะมีความเฉพาะตัว..ยามแม่เครียดเคร่งขรึม ลูกก็จะไม่ซุกซนจะนิ่งๆ เพื่อปลอบใจแม่.....แต่ถ้าแม่เครียดมากขึ้นๆ...ลูกจะดิ้นแรงๆ ปลุกแม่จากความเครียด....ทีนี้ถ้าแม่ยังไม่ฟังเสียงสื่อจากลูก....ลูกจะเหนื่อยและอยากหยุดดิ้นไปซะเลย....
เล่าแบบใส่จินตนาการไปบ้าง...เผื่อคุณแม่(ท่านใดที่แวะมาอ่านแล้วจะนึกตาม)
วิธีการที่อาจารย์ได้รับ..เรียกว่า Non stress test ค่ะ....เป็นการวัดชีพจรของลูกน้อยในครรภ์เมื่อมีการเคลื่อนไหว.....เอาคำศัพท์มาฝาก..เผื่ออาจารย์สนใจค่ะ
ดีใจด้วยว่าทุกอย่างปกติค่ะ
โดยส่วนตัว คิดว่าการมีลูก เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เราก้ต้องดุแลตัวเองเป็นอย่างดีด้วย ตอนที่ตัวเองท้อง จนคลอด สบายดีค่ะ อาจเพราะออกกำลังด้วยการเดินอยู่เสมอ คลอดก่อน 2 อาทิตย์ค่ะ น.น.ไม่ถึง 3000กรัม ขาดไปหน่อย
จริงๆแล้ว ยังย้อนคิดว่า ถ้าอยากให้เด็กตัวโตอีกหน่อย ตอนเดือนที่ 8 ไม่เดินมาก ลูกก็จะอยู่ได้จน 9 เดือน
ในที่สุดมาโตข้างนอกค่ะ ตอนนี้สูง 6 ฟุต
ขอให้คลอดง่ายๆนะคะ
การได้เป็นแม่คือความยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติครับ
ขอให้คลอดบุตรอย่างปลอดภัยครับ
ครั้งนี้ไปทัวร์ ดูลาดเลาก่อนใช่ไหมคะอาจารย์ อิอิ ตอนไปคลอดจริงๆจะได้รู้ทางหนีทีไล่เนอะ
ขอให้คุณแม่และเจ้าตัวเล็กแข็งแรงๆนะคะ
ขอบคุณค่ะ
เห็นเหมือนคุณหนิงเลยนะคะ ว่าได้ไปทัวร์ไว้ก่อนนี้ดีจริงๆนะคะ แสดงว่าพระเอกเราเขาเตรียมคุณแม่ไว้ให้เรียบร้อย เพราะรู้ว่าคุณแม่น่ะช่างคิด ช่างสังเกต จะได้ทั้งประโยชน์ต่อความรู้สึกตัวเอง แล้วยังเอามาบอกเล่าต่อให้คนอื่นได้ความรู้หลายๆเรื่องไปด้วยค่ะ
เห็นด้วยเรื่องห้องคลอดค่ะ ว่าเราน่าจะมีป้ายบอกให้เห็นชัดเจนที่หน้าลิฟท์ จะเอาไปเสนอผู้เกี่ยวข้องต่อนะคะ (จะพยายามไม่ลืมไปเสียก่อน)
ดีใจมากๆค่ะที่ได้เป็นคนที่อ.จันคิดถึงเวลามีความกังวลเรื่องลูก รู้สึกผูกพันกับลูกคนนี้มากๆค่ะ ตื่นเต้นไปด้วยเหมือนเป็นลูกเราเลย จึงเข้าใจเป็นอย่างยิ่งเลยและยินดีช่วยเต็มที่ทุกอย่างค่ะ และอยากเน้นว่า การตั้งครรภ์แต่ละท้องของแม้แต่คนเดียวกันยังไม่เหมือนกันเลยค่ะ เชื่อสัญชาตญาณของเราไว้ดีที่สุดค่ะ
อาจารย์จันครับ
ผมส่งเรื่องไปให้หัวหน้าภาคและเลขาฯแล้วครับ
ขอบคุณจริงๆ ผมเองไม่เคยสังเกตเลยว่า ป้ายอยู่ที่ไหนบ้าง
ก็มันเป็นบ้านผมนี่นา
ลืมบอกไป
อาจารย์จันบอกพยาบาลทุกคนได้เลย ว่าเป็นเพื่อน อ.แป๊ะ ในห้องคลอดมีพยาบาลเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของเราอยู่ด้วยครับ
ขอบคุณมากค่ะ อ.หมอแป๊ะ แต่ตอนไปคลอดอาจจะไม่มีเวลาพูดกับพยาบาล เพราะเอาแต่ร้องจะคลอดกระมัง ฮา :)
ขอบคุณพี่โอ๋ค่ะ ขอยกให้พี่โอ๋ให้เป็น แม่ทูนหัว ของลูกได้เปล่าค่ะ :)
สวัสดีค่ะ
เข้ามาขอบคุณที่ forward mail ข้อแนะนำของอ.หมอวีรพัฒน์ เป็นคำแนะนำที่มีประโยชน์มาก ตอนนี้ ก็แนะนำ ใครๆ ไปหลายคนแล้วค่ะ
อาจารย์ เป็นคุณแม่ที่เตรียมตัวดีมากนะคะ เป็นบุญของลูกน้อย ที่ได้มาเกิดกับคุณแม่ที่รอบคอบอย่างนี้ พี่ถึงบอกว่า
Raising a child will be the most important job a parent will ever have and growing up is never easy.
ขอบคุณ อ.จันทรัตน์ มากค่ะสำหรับคำแนะนำ ดิฉันเองไม่เคยคิดในแง่มุมนี้เลยนะค่ะ ว่าลูกก็พยายามจะช่วยปลอบโยนคุณแม่ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะและรู้สึกว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ
ด้วยความยินดีค่ะพี่ศศินันทร์ :)
โชคดีมากเลยค่ะที่ได้รู้ข้อมูลดี ๆ แบบนี้ ดิฉันก็เป็นอีกคนที่มีความกังวลในเรื่องของลูกดิ้นน้อยลง ทั้งที่บางวันก็ดิ้นทั้งวันเลย แต่ในช่วง 2-3 วัน(วันแม่) นี้ลูกดิ้นน้อยมาก แต่พอได้อ่านข้อความแสดงความคิดเห็นของ อ.หมอ แล้วไม่น่าเชื่อว่าลูกดิฉันก็ดิ้น เลยค่ะ ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ ดิฉันก็คลายความกังวลแล้วละค่ะ