ต่อจากบันทึกการเดินทาง 21-23 พ.ย.51 ภาคตะวันออก 1

เช้า ส.22 พ.ย.51 ประมาณ 0600

ออกเดินไปชมนกชมไม้ รอพระอาทิตย์ขึ้น นกมากมาย บินอดโฉมท่ามกลางสายลมที่พัดแรงตลอดเวลา สายตาก็พลันพบ ว่าวที่ใครหนอมาเล่นกันแต่เช้า

ด้วยความที่วันนี้ ต้องไปสอนที่ แหลมงอบ เลยต้องรีบ ออกแต่ 7โมงเช้า ไปแหลมงอบ ถึงโรงเรียนแหลมงอบ ลมแรงมาก

เข้าสอนถึงเที่ยง ก็ไปร่วมทานอาหารกลางวัน กับผู้สอนที่ร้านริมทะเลซีฟู้ด  ทะเลเที่ยงๆ นี่ได้ลมร้อนๆ พร้อมไอทะเล ได้บรรยายกาศอีกแบบ

บ่าย4 หลังจากสอนมาทั้งวัน ท่านพี่liverbird ก็พาผู้จัดการส่วนตัวผม มาส่งพร้อมนำเที่ยวแหลมงอบ ที่ไปที่แรกก็ที่กระโจมไฟ ซึ่งมองเห็นเกาะช้างที่อยู่ไม่ไกล

และไปต่อที่อนุสรณ์สถานกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

แสงเริ่มน้อย ก็ไปยังหาดทรายดำ

การจัดการ การแนะนำ เส้นทางเข้า ที่จอดรถ ยังไม่เป็นที่น่าประทับใจน่าจะมีระบบจัดการที่เป็นระบบ(อ่านเพิ่มเติมการจัดการ) แต่เส้นทางเดินในป่าชายเลนสวยงาม ช่วงเวลาที่ไป เหลือแสงอาทิตย์ น้อยนัก และเป็นเวลาน้ำขึ้น บริเวณที่เป็นชายหาดทรายดำ โดนน้ำทะเลท่วมมิด เหลือให้ทดสอบและสัมผัสกันบ้าง หาดทรายดำนี้เป็นหาดแห่งเดียวในประเทศที่เป็นสีดำ และมีอยู่ 5 แห่งในโลก คือที่ ไต้หวัน มาเลเซีย แคลิฟอร์เนีย ฮาวาย และ ตราด

ท่านพี่liverbird ก็เป็นผู้ลงไปนำทรายดำให้ดู ละเอียดและนิ่มมาก ขนาดท่านพี่liverbird  ทิ้งทรายดำไปแล้วยังติดมืออยู่เลย

ที่นี่สามารถชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตก ได้สบายมาก ดูนกดูลิง หรือจะดูหนุ่มสาว มานั่งคุยจีบกัน แทบทุกจุดที่พัก

เดินจนท้องร้องแล้วก็เดินทางไปยังร้านริมทะเลซีฟู้ด   ที่ผมไปทานเมื่อตอนกลางวัน แต่บรรยากาศตอนเย็นนี้ดีมาก ลมพัดแรงตลอดเวลา เห็นเกาะช้าง ในอีกรูปแบบหนึ่ง ชาวประมง เดินจับปลาในทะเล เดินออกไปไกลมาก จากชายฝั่งไป เกือบ 100 เมตร ระดับยังอยู่ที่อก 

 

อาหาร 4 อย่าง ออกตามกัน ตอน เกือบ ทุ่ม สำหรับผมแล้ว ได้เจอะเจอ ปู 2 ตัวหนัก รวม 1 กิโล แกะแทะปู อย่างมัวมันไม่ว่าลมแรง พัดพา จนน้ำมูกไหล ก็แกะ แทบทุกอนุของทุกชิ้นส่วนปู แกะจนหาเนื้อไม่เจอ เกือบ 3ทุ่ม ไม่น่าเชื่อว่า ที่ก้มหน้าก้มตาแกะปู ร่วม2ชั่วโมง ปูที่นี่ สด แน่น หวาน มาก เดือน กุมภาจะกินอีก

นั่งทาน จน3ทุ่มกว่า หนังตาเริ่มย่อน ก็ล่ำลา เข้าที่พัก

ในคืนนี้ ผมไม่ฝันอะไรเลย

ติดตามต่อที่ บันทึกการเดินทาง 21-23 พ.ย.51 ภาคตะวันออก 3 ตอนจบ

แผนที่ท่องเที่ยว ในอ.แหลมงอบ