
ค่ำคืน......น้ำค้างพร่างพรม
เธอห่มฉันด้วยน้ำคำ
หยาดหยดน้ำค้างคืนค่ำ
มิอาจทำให้ฉันหนาวกาย
อุ่นไอ......ในความฝันร่วม
เธอสวมกอดฉันมิคลาย
คำสัญญามากมาย
สร้างฝันรุ้งพราย ดั่งปรารถนา
รุ่งเช้า....เฉิดฉันงามพันรังสี
ความหวังที่มีแค่เอื้อมมือคว้า
น้ำคำ.....กลางน้ำค้างพร่างฟ้า
ดุจสัญญาบอกรักจักนิรันดร
ยามสาย.....แสงทองทาบทา
น้ำค้างกลางคืนพร่างหล้า ก็ลาลับพรากจากจร
น้ำคำ.....ที่เธอพร่ำอ้อน ก็พลันร้าวรอนลับหาย ไร้รอยสัญญา
คืนนี้....น้ำค้างยังคงพร่างพรม
เธอห่มฉันด้วยน้ำตา
หนาวเหน็บเจ็บปวดเจียนบ้า
รอยน้ำคำกลางน้ำค้างสร้างแผลในใจ น้ำคำกลางน้ำค้างสร้างแผลในใจ

(แรงบันดาลใจจากการฟังเพลงกลัวความมืด ของดิว พงศธร สุภิญโญ เดอะสตาร์5 )
ความงดงามของถ้อยคำ บริสุทธิ์แห่งจินตนาการ ไยต้องผูกพันกับฉันทลักษณ์
สวัสดีค่ะ ผอ. ขอบคุณค่ะ บ้างครั้งความเป็นครูภาษาไทยก็ถูกยึดด้วยกรอบจนไม่กล้าที่จะหลุดออกไป จึงต้องขึ้นป้ายประกาศไว้ก่อนค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ
บางครั้ง......การใช้คำนอกกฎเกณฑ์ก็สื่อความรู้สึกได้สวยงามกว่านะคะ.....
แวะมาเยี่ยมชมค่ะ
ขอบคุณค่ะกิ่งไผ่ที่แวะมาเยี่ยมชม
มาเจอบล็อกนี้โดยบังเอิญค่ะ ขอมีส่วนร่วมด้วยคนค่ะ
น้ำค้างน้อยฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ
น้ำค้าง...มิปรารถนาลาลับพรากจากจร
ด้วยแรงล้าอ่อน...เพียงน้ำค้างฤๅจะต้านทานไหว
น้ำค้าง...ใช่จะลาลับเลยจากไกล
น้ำค้างหยดลงที่ใด...ฝังตรึงรอยไว้ชั่วนิจนิรันดร์
น้ำคำ...ท่ามกลางน้ำค้างพราย
แม้นแม่นมั่นมิหน่ายคงไม่มลายแปรผัน
น้ำค้างมิเทียบน้ำคำจำนรรจ์
กลั่นด้วยใจเสกสรร...แสงตะวันก็ไม่อาจพรากไป
พระพุทธเจ้าท่านเปรียบชีวิตไว้เหมือนกับน้ำค้างคือหล่นลงแล้วเลือนหาย บางทีก็เปรียบเหมือนโคที่เขาจะนำไปสู่ที่ฆ่า บางทีก็เปรียบเหมือนชิ้นเนื้อนาบไฟ ครูช่วยแต่งอุปมาชีวิตในลักษณะนี่ด้วย โดยความหมายก็คือเวลาชีวิตนี้น้อยนัก ไม่ควรประมาท ขออนุโมทนา