วันก่อน ครูอิงได้รับเกียรติ ให้เป็นคณะกรรมการร่วมตัดสินการ

แต่งกลอนแปดของนักเรียนระดับมัธยมต้น พบว่านักเรียนส่วนใหญ่ ยังแต่งกลอน

ผิดสัมผัสกันอยู่มาก จริง ๆแล้วก็ไม่เชิงว่าจะผิด เพราะไม่ใช่สิ่งบังคับ

แต่ไม่เป็นที่นิยมหรือเป็นสิ่งที่ทำให้บทกลอนด้อยความไพเราะ

และดูประหลาด ๆ ไปซะงั้น

 

       วันนี้จะขออนุญาตกล่าวถึง "สัมผัส" ในกลอนแปด สัมผัสบังคับหรือ 

สัมผัสนอก  ครูอิงไม่ขอกล่าวถึงหละ เพราะว่าทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้ว

วันนี้จะว่ากันถึง สัมผัสในค่ะ เรียกว่ากลอนจะไพเราะหรือไม่

สัมผัสในนี่แหละค่ะ คือปัจจัยสำคัญ   ดังนั้นการใช้

สัมผัสใน ต้องระวังให้มากค่ะ บางทีเรามัวแต่คิดจะเล่นสัมผัสใน

จนเกิดปัญหาสัมผัสไม่พึงปรารถนาขึ้น สัมผัสเหล่านี้ ช่อประยงค์

 เขียนไว้ว่า คือ  

 สัมผัสเลือน สัมผัสซ้ำ  สัมผัสเกิน  สัมผัสแย่ง สัมผัสเผลอ และสัมผัสเพี้ยน 

 

 

๑. สัมผัสเลือน หมายถึงสัมผัสที่อยู่ใกล้กันหลายคำ

จนทำให้เลอะเลือนไปหมด   เช่น

โอ้เจ้าพวงบุปผามณฑาทิพย์ สูงลิบลิบเหลือหยิบถึงตะลึงแหงน

หรือ

 "แม้เธอเป็นดอกฟ้าน่าถนอม เหล่าชายล้อมอยู่พร้อมพรั่งดังฝูงผึ้ง

อย่าคิดฉันต่ำต้อยพลอยคะนึง เอื้อมไม่ถึงก็พึงเจียมเสงี่ยมใจ”

        คำว่า ลิบลิบ กับ หยิบ และ ล้อม กับ พร้อม เป็นสัมผัสรับได้ทั้งนั้นก็

คือทำให้สัมผัส เลือน ไป บางท่านว่า สัมผัสเลือน หมายถึง

การสัมผัสคำที่ ๓ และ ๕

ในวรรครับและส่ง    ปกติแล้ว กลอนจะไพเราะจริง ๆ ก็ต้อง ๘ คำ

จริงอยู่ที่บอกว่า สัมผัสบังคับที่คำที่ ๓ หรือ ๕ ของวรรคถัดไป

แต่ สำหรับกลอนที่วรรคหนึ่งมี ๙ คำหรือท่อนตรงกลางมี

๓ คำ หากจะใช้สัมผัสทีคำที่ ๕ ก็ต้องเลื่อนไป สัมผัสที่คำที่  ๖

ถึงจะไพเราะกว่า นะคะ

เช่นที่ ยกตัวอย่างมา สูงลิบลิบ เหลือหยิบถึง ตะลึงแหงน สัมผัสที่ดีที่สุดจะอยู่

ตรง คำที่  ๓ การที่ให้คำที่ ๕   สัมผัสด้วยจะไม่ไพเราะนะคะ

 

 

๒. สัมผัสซ้ำ หมายถึงคำที่เหมือนกันมาซ้ำกันในสัมผัสนอก

ของกลอนบทเดียวกันเช่น

           ถ้าฉันเป็นนักกลอนกระฉ่อนชื่อ คนนับถือทั่วหล้าพากล่าวขวัญ

               ฉันคงคุยฉอดฉอดตลอดวัน คงมีขวัญที่จะฝันเสกสรรกลอน

  ครูอิงก็เป็นบ่อยค่ะ คือหาคำมาสัมผัสไม่ได้ก็เอาคำเดิมมาใช้ หารู้ไม่ว่าทำให้

กลอนขาดความไพเราะ สังเกตตรงวรรคสุดท้ายว่า ขวัญ  กับ ฝัน ถือว่าเป็น

สัมผัสซ้ำด้วยนะคะ

 

 

 ๓. สัมผัสเกิน หมายถึงการใช้คำที่มีเสียงสระหรืออักษรอยู่ชิดกันในวรรค

มีทั้งสัมผัสเกินสระ และสัมผัสเกินอักษร แต่เกินอักษรไม่ถือว่าเป็นข้อห้าม

และใช้กันทั่วไป สัมผัสเกินสระนั้นก็ไม่ผิดแต่นักกลอนรุ่นหลัง

ไม่ค่อยนิยมกันเพราะไม่ไพเราะ เช่น

 ไม่เคยคิดบิดเบือนว่าเพื่อนเบ่ง ถึงเพื่อนเก่งเคร่งครัดไม่ขัดขวาง

     จะคิดแปลกแหวกออกไปนอกทาง ใจก็วางอย่างนั้นไม่ผันแปร 

 

 

 ๔. สัมผัสแย่ง คือคำที่มีเสียงสระตัวเดียวกันมาตัดหน้าแย่งสัมผัสตาม

ฉันทลักษณ์ไปก่อน เช่น 

เป็นนักเรียนไม่พอริก่อรัก มันดีนักหรือไฉนใคร่ขอถาม 

ถ้ามันงามหรือทำให้เรียนได้ความ   ก็น่าตามใจดูอยู่เหมือนกัน

แต่รู้กันความจริงมันไม่เหมาะ เพราะรักเกาะ   เรียนก็อ่อนหย่อนเหหัน

ดีไม่ดีอาจดับลับชีวัน จึงสำคัญคิดให้หนักเถิดนักเรียน

คำว่า งามไปแย่งกับคำว่า ความ ทำให้กลอนดูประหลาดไปเพราะเวลาอ่าน

จะลงคำว่า งาม ก่อน  เป็นการแย่ง ความ ไปอย่างหน้าตาเฉยเช่นเดียวกับ

เพราะ  ที่แย่งสัมผัสกับ เหมาะ ก่อน เกาะ ประหลาดมั้ยหล่ะคะ

 

 

๕. สัมผัสเผลอ หรือ สัมผัสเสียง คือ สัมผัสระหว่างคำที่ผสมสระเสียงสั้น

(รัสสระ)กับสระเสียงยาว (ฑีฆสระ) เช่น น้ำ กับ ความ, จ้าว  กับ เจ้า,

กาย กับ ใต้ เป็นต้น

ข้อนี้มีบ่อยในบทกลอนของครูอิงเองแหละค่ะ ไม่ใช่ไม่ทราบนะคะ

ทราบแต่หาสัมผัสไม่ได้ก็ใช้ไปก่อน เช่น

    ยุคสมัยก้าวหน้าลืมจารีต         เมื่อพลั้งผิดจึงยากจะแก้ไข

       ประมาท...หลงระเริงสุมเพลิงใจ มิดับไฟปรารถนาจึงราคี

หรือ

   เพราะลงเรือรีบลกเลยตกน้ำ    ไม่ได้ความเปียกปอนผ้าผ่อนเปื้อน

 

 

 ๖.สัมผัสเพี้ยน คือสัมผัสคำที่ไม่มีเสียงสระใกล้เคียงกัน แต่ความจริงเป็น

สระคนละรูป เช่น กำ กับ กัน เป็นต้น เช่น

       “พริกขี้หนูเม็ดเดียวแม้จะเล็ก มีรสเผ็ดหนักหนาคราเคี้ยวเข้า”

       คำว่า “เล็ก” กับ “เผ็ด” มีเสียงคล้ายกัน แต่ไม่ถือว่าเป็นสัมผัส ค่ะ หรืออีก

ประเภทหนึ่ง คือ “แข็ง” กับ “แรง” ก็ถือว่าเป็นสัมผัสเพี้ยน เพราะ “แข็ง”

มาจากสระ“แอะ” แต่ “แรง” มาจากสระ “แอ” หรือที่เจอบ่อยคือ เสียง ไอ   ใอ

กับ เสียง อาย ค่ะเช่น ไกล กับ กาย

 

 

        อย่าเพิ่งหมั่นไส้ ว่าครูอิงอวดรู้ นะคะ คือ ครูอิงเองก็ศึกษามา

จากงานเขียนของนักวิชาการด้านการแต่งกลอนแหละค่ะ

ครูอิงเองก็ใช่ว่าจะ

แต่งกลอนเก่งถึงขนาดจะมาสอนคนอื่นได้ เพียงแต่พอแต่งได้บ้าง

การแต่งกลอนในบันทึก ณ บ้านกลอนไฉไล ของครูอิง

ก็เป็นเพียงการฝึกหัด เท่านั้น

หากนักกลอนท่านใดจะติเพื่อก่อ ในบทกลอนที่ครูอิงแต่งก็ยินดีนะคะ