อันที่มาของการเดินทาง ... เกิดหลังจากการทำฟันในสาย ๆ วันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2552 หลังเวลาเที่ยงเล็กน้อย ... อีกทั้งได้รับคำเชิญชวนจากท่าน ทหารอากาศขนาดยักษ์ ที่ได้เดินทางไปก่อนล่วงหน้าแล้วเมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มา ในบันทึก ซากุระบาน...ที่บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน อีกทั้งยังมีบันทึก ทริป ตามหาสีชมพู ขุนวาง-ขุนช่างเคี่ยน ของคุณ ชัย :) ตามมาอีก ผมช้ำใจมาก จึงต้องเริ่มแผนการอันชั่วร้าย

และแล้ว แผนการชั่วร้ายจึงเริ่มขึ้นในสมอง อิ อิ ... ทำฟันเสร็จ ก็แวะสหกรณ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ตรงข้าม ที่ทำงานของ BLOGGER หลาย ๆ ท่านใน Gotoknow เช่น พี่หม่อม ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี , คุณวัชรา ทองหยอด  เป็นต้น

ได้กาแฟมา 1 ขวด ขนมปังผึ้งน้อย 1 ชิ้น ... แค่นี้แหละ เดินทางได้แล้ว (ทำฟันมากินหรือเคี้ยวลำบากครับ)

เริ่มต้นการเดินทางจากหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เลี้ยวซ้ายตามถนนห้วยแก้วขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติ ดอยสุเทพ-ปุย

ไม่ได้ขี่รถเครื่องขึ้นดอยสุเทพ-ปุย มาหลายปีแล้ว ... เรียกว่า ล้าไปนาน ทำให้การขี่รถเข้าโค้ง ทางชัน ต้องระมัดระวังมากขึ้น เพราะไม่แน่ใจว่า มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงสำหรับทางข้างหน้าหรือไม่

วันนี้ใส่เสื้อกันหนาวมือสองตัวล่าสุดจากกาดหลวง ... กางเกงผ้าสีเขียวอุจจาระม้า ยี่ห้อ BOWLING (ดูมีฐานะ) ... รองเท้ากีฬายี่ห้อ Rebock (ซื้อตอนลดราคาอย่างหนัก) แต่ซื้อมาเป็นปี ๆ ไม่เคยใส่เลย เพิ่งจะใส่ช่วงหลังนี้แหละ (จะซื้อมาออกกำลังกาย แต่ความขี้เกียจแวะมาทักทายก่อน :) ... ถุงมือกันหนาว ยี่ห้อ Northface ปลอม เพิ่งซื้อจากงานสัปดาห์หนังสือของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำงานพี่หม่อม ... หมวกไหมพรมไอ้โม่ง ได้จากกาดนัดแถวบ้าน 35 บาท ... เป้เก่า ๆ ห้อยอยู่หน้ารถ บรรจุเครื่องเขียนและข้อสอบอัตนัยของเด็กที่ยังไม่ได้ตรวจ (ประมาณว่าจะไปทำงาน) ... ตะพายกระเป๋ากล้องกับกระเป๋าหนังกลับใส่ของส่วนตัว ... แค่นี้แหละ พร้อมตลุยได้ :)

ขี่รถมาเรื่อย ๆ จนถึงน้ำตกห้วยรับเสด็จ จึงเริ่มจอดรถบันทึกภาพเป็นจุดแรก แต่ไม่มีภาพน้ำตกให้ชมนะครับ มีแต่เส้นทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ให้ชม

 

ภาพที่ 1 ... ทางขึ้นเขายาว 4 กิโลเมตร สู่โค้งขุนกันฯ โค้งหักศอกเดียวก่อนจะถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ห่างจากพื้นราบ 10 กิโลเมตร

 

 

ภาพที่ 2 ... เลยจากวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ มาขึ้นเข้าสู่เส้นทางไปพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ แอบเห็นนางพญาเสือโคร่งก็จอดรถทันใด

 

 

ภาพที่ 3 ... อีกมุมเส้นทางขึ้นพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ (โปรดสังเกตครับว่า ท้องฟ้าเป็นรูปหัวใจ ช่างเป็นมุมที่บังเอิญมาก ๆ ครับ)

 

 

ภาพที่ 4 ... เลยพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์มาอีก 3 กิโลเมตร ตัดสินใจเลี้ยวซ้ายลงสู่บ้านแม้วดอยปุย (ที่คนชอบมาซื้อของฝากกัน) ระหว่างทางจะพบที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย  "ผาดำ" แวะ เข้าห้องน้ำ แถมที่นี่มีจุดชมวิวที่มองเห็นไปยังอำเภอหางดงทั้งหมด ร่องรอยการก่อฟืนสุมไฟยังมีอยู่ ก็มันหนาวเย็นนี่ครับ

 

 

ภาพที่ 5 ... เลยมาอีกนิดจาก "ผาดำ" เป็น "สวนสองแสน" สถานีวิจัยดอยปุย สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมีมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วครับ ... ภาพที่เป็น "ประตูจีน" ซึ่งปิดตาย แต่ยังคงสวยงามอยู่

 

 

ภาพที่ 6 ... "เก๋งจีน" เป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของ "สวนสองแสน" สถานีนี้ปลูกพืชเมืองหนาวทั้งหมด เช่น ท้อ บ๊วย กุหลาบพันปีขาว แดง ฯลฯ สังเกตว่า "นางพญาเสือโคร่ง" เริ่มบานแล้วเช่นกัน

 

 

ภาพที่ 7 ... เห็นแสง-เงาที่เกิดตรงประตูจีนแล้วทนไม่ได้ ... มันต้องบันทึกภาพเอาไว้ครับ

 

 

ภาพที่ 8 ... หากเลยจาก "สวนสองแสน" ไปจะเป็น "บ้านแม้วดอยปุย" ซึ่งมีของขาย และวัฒนธรรมชาวม้งให้เราเห็น แต่ ... ผมไม่ชอบเดินซื้อของ เมื่อขี่รถถึงที่จอดรถของบ้านแม้วฯ ผมก็พยายามหาดู "นางพญาเสือโคร่ง" แต่ยังบานไม่มาก จึงเลี้ยวรถกลับทันใด ขี่ไปให้ถึงสามแยกที่ลงมา ตรงสู่เส้นทางขึ้น "ดอยปุย" ... ระหว่างทางมีจุดชมวิวดอยปุยอยู่ด้านซ้ายมือ ซึ่งเห็น "บ้านแม้วดอยปุย" ทั้งหมด จุดนี้กางเตนท์ได้ครับ แต่ไม่มีห้องน้ำให้เลย ใครไปยิงกระต่ายในป่า จะเห็น "ขี้หมูป่า" เต็มเลย อิ อิ ไม่น่าพิศวงจริง ๆ ใครจะมานอนตรงจุด กรุณานำ "จอบ" มาด้วยครับ สงสัยหมูป่าตัวอื่น :)

 

 

ภาพที่ 9 ... เลยจุดชมวิวมาสัก 2 - 3 กิโลเมตร จะพบถนนหักศอก ตรงจุดนี้แหละ ด้านขวาจะมีถนนดินเข้าสู่ "สันกู่" ซึ่งคนที่ไม่ศึกษาข้อมูลให้ดี จะไม่ทราบว่า มี "สันกู่" อยู่ตรงนี้ อีกทั้งรถยนต์ไม่ควรนำเข้าไปครับ ให้จอดรถไว้ปากทางด้านหน้า มันไม่มีที่กลับรถด้านใน อีกทั้งเป็น "โบราณสถาน" ด้วย ช่วยกันนะครับ ช่องทางซ้ายล่างที่เห็น เป็นช่องทางเข้าไปครับ ร่มเย็นมาก

 

 

ภาพที่ 10 ... นี่แหละครับที่หลายท่านสงสัย นี่คือ "สันกู่" เจดีย์เก่า ๆ ที่สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 19 - 22 ครับ มีจุดชมวิวมองออกเห็นเมืองเชียงใหม่ด้านสนามกีฬา 700 ปีด้วยนะครับ เงียบ สงบ สยอง สยึ๋มกึ๋มมาก ยังไงจะนำรายละเอียดมาเล่าให้ฟังบันทึกหน้านะครับ

 

 

ภาพที่ 11 ... เลย "สันกู่" จะถึงด่านก่อนขึ้น "ยอดดอยปุย" ถ้าอยากขึ้นไปพิชิต "ยอดดอยปุย" ก็เดินขึ้นไปครับ 2 - 3 กิโลเมตร จอดรถไว้ที่ด่าน พิชิตเสร็จแล้วจะมีถนนด้านขวา เขียนว่า "ไปหมู่บ้านแม้วขุนช่างเคี่ยน" ... เชิญเข้าไปเลยครับ แล้วจะพบที่ทำการอุทยานฯ ขุนช่างเคี่ยน ... เป็นจุดกางเตนท์ รับคนได้ประมาณ 300 คน ผมเก็บบรรยากาศมาบ้าง ภาพนี้ "นางพญาเสือโคร่ง" มุมเงยครับ

 

 

ภาพที่ 12 ... อีกมุมของจุดกางเตนท์

 

 

ภาพที่ 13 ... จุดกางเตนท์มีศาลาชมวิวเมืองเชียงใหม่ ด้วยครับ

 

 

ภาพที่ 14 ... มีกล้วยไม้เมืองหนาวปลูกเป็นดง ที่นี่ครับ ไม่ทราบชื่อครับ

 

 

ภาพที่ 15 ... เลยจุดกางเตนท์อีกสัก 2 กิโลเมตร ... เริ่มพบเส้นทาง "นางพญาเสือโคร่ง" หรือ "ซากุระเมืองไทย" ที่หลาย ๆ ท่านใฝ่หาและอยากสัมผัส

 

 

ภาพที่ 16 ... มองไปลิบ ๆ นี่คือ เส้นทางที่เรามา ดูขนาดของถนนนะครับ รถเครื่องมาถึงแน่ ๆ ล่ะ ถ้าไม่เสียกลางทางเสียก่อน

 

 

ภาพที่ 17 ... เส้นทางอีกมุมหนึ่ง

 

 

ภาพที่ 18 ... เห็นศาลาและรถจอดนะครับ นี่คือ ร้านค้าสวัสดิการ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูงขุนช่างเคี่ยน (Side A) คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีวิวนางพญาเสือโคร่งชม มีกาแฟอาราบิก้าให้ชิม ร้อน 30 บาท รสชาติเข้มข้นครับ (ชิมมาแล้ว) มีที่พักให้นะครับ แต่ต้องโทรจองล่วงหน้า

 

 

ภาพที่ 19 ... ดอกนางพญาเสือโคร่งระยะใกล้ (ZOOM)

 

 

ภาพที่ 20 ... ศาลาชมวิวและจัดนิทรรศการ

 

 

ภาพที่ 21 ... ทิวต้นนางพญาเสือโคร่ง และบ้านพัก

 

 

ภาพที่ 22 ... อีกมุม เวลาเคลื่อนคล้อย แสงในการถ่ายภาพเริ่มน้อยลง ได้แค่นี้เองครับ

 

 

ภาพที่ 23 ... มุมเงยหน้าร้านสวัสดิการฯ

 

 

ภาพที่ 24 ... อีกมุม

 

 

ภาพที่ 25 ... มุมเงย อีกมุม

 

 

ภาพที่ 26 ... เลยร้านสวัสดิการฯ จะมีทางเข้าสู่ศูนย์วิจัยฯ ปลูกพืชเมืองไทยเต็มเลย จริง ๆ จะมีมุมฮิต ๆ ที่มีทิวนางพญาเสือโคร่งเป็นแถว แต่ผมเข้าไปแสงก็หมดไปแล้ว ไม่สวย ๆ แนะนำให้ไปชมที่บันทึก ซากุระบาน...ที่บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน ของท่าน ทหารอากาศขนาดยักษ์ กับบันทึก ทริป ตามหาสีชมพู ขุนวาง-ขุนช่างเคี่ยน ของคุณ ชัย :) ... ผมได้แต่ "ดอกบ๊วย" มาฝาก ครับ

 

 

ภาพที่ 27 ... แสงหมด เค้าจะกลับบ้านแล้วล่ะ ... เส้นทางด้านหน้าทางเข้า "บ้านแม้วขุนช่างเคี่ยน" ผมไม่เข้านะครับ นาฬิกาบอกเวลา 16.30 น. แล้วหมดเวลาราชการบนดอย ต้องเดินทางลงสู่พื้นราบแล้วล่ะครับ

 

ผมใช้เวลาเพลิดเพลินถึง 4 ชั่วโมงครับ เห็นทีต้องไปนั่งทำงานต่อที่มหาวิทยาลัยเพื่อเอาหน้าก่อน อิ อิ ... อย่าไปบอกใครนะครับว่า ทำไมวันจันทร์ผมถึงหายไปทั้งวัน ... เชียงใหม่มันมีอะไรดีจริง ๆ เชื่อไหมครับ

 

ปัจฉิมลิขิตว่า ... ภาพที่ออกมาพอดูได้ แต่แสงเงายังไม่ค่อยดี มีข้อจำกัดมากมาย เช่น ฝีมือยังอ่อน ต้องฝึกอีกเยอะครับ อยากดูภาพดี ๆ ของนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนช่างเคี่ยนต้องไปชมบันทึก ซากุระบาน...ที่บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน ของท่าน ทหารอากาศขนาดยักษ์ กับบันทึก ทริป ตามหาสีชมพู ขุนวาง-ขุนช่างเคี่ยน ของคุณ ชัย :) ... ผม CONFIRM ครับ :) ... ใครอยากมาควรถึงที่นี่ตอนเช้า ๆ ครับ รับรองแสงสวยมาก ๆ

 

เวลาที่ใช้โหลดภาพคงนานหน่อยนะครับ ... ขอบคุณจังที่รอชม