หนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 2 มกราคม 2552 ลงข่าวการศึกษาเกี่ยวกับ "ผู้รับจ้างและจ้างวานทำผลงานวิชาการทำวิทยฐานะ" ดังนี้

 

ครูขู่ฟ้องดีเอสไอฟันมือปืนรับจ้าง : เขียนผลงานวิทยฐานะ-ก.ค.ศ.ชี้ทำได้

 

นายประเสริฐ งามพันธุ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยถึงกรณีที่นายจำเริญ พรหมมาศ นายกสมาคมศึกษานิเทศก์แห่งประเทศไทย ระบุถึงปัญหาครูไม่ได้ทำผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนวิทยฐานะด้วยตัวเองแต่ว่าจ้างมือปืนด้วยราคาตั้งแต่ 50,000 - 120,000 บาท ว่าเป็นปัญหาที่สำนักงาน ก.ค.ศ.ได้รับการร้องเรียนมาโดยตลอด แต่เมื่อลงไปตรวจสอบทางลึก ก็ไม่พบหลักฐานที่จะมาเอาผิดทางวินัยได้ และแม้จะส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด ตรวจสอบ ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า ไม่มีมูลเพียงพอที่จะเอาผิดตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ได้ เรื่องจึงยุติทุกครั้ง ซึ่งจนถึงตอนนี้แม้จะใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้มา 4 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยลงโทษทางวินัยร้ายแรงเรื่องนี้กับข้าราชการครูคนใดสักราย ซึ่งโทษสำหรับการคัดลอกดัดแปลง รวมทั้งการจ้างวานทั้งผู้ที่จ้างวานและผู้ที่รับจ้างวาน ถ้าเป็นข้าราชการจะมีโทษทางวินัยร้ายแรง ส่วนหากผู้รับจ้างวาน เป็นคนนอกวงการครู ก็ต้องว่ากันไปตามความผิดของกฏหมายที่เกี่ยวข้อง

เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายจำเริญระบุว่า มีผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ.รับเชิญไปเป็นวิทยากร โดยระบุคุณสมบัติชัดเจนในแผ่นพับโฆษณาว่า เคยอ่านผลงานทางวิชาการนั้น อยากให้ผู้ร้องเรียนระบุให้ชัดว่าเป็นใคร เพราะถ้ามาเหมารวม ก็จะไม่เป็นธรรมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ก.ค.ศ. เพราะส่วนใหญ่ล้วนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีคุณวุฒิและวัยวุฒิกันทั้งนั้น ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ.ท่านใดดำเนินการตามที่ถูกร้องเรียนแน่นอน อยากให้นำแผ่นพับดังกล่าวมาร้องเรียนเพื่อจะได้ตรวจสอบต่อไป อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลด้วยกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ ต้องช่วยกันตรวจสอบให้ชัดถ้ามีเบาะแส ส่วนการจะไปร้องเรียนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบเรื่องนี้นั้นก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลสามารถดำเนินการได้

ด้านนายจำเริญกล่าวว่า เคยมอบหลักฐานแผ่นพับดังกล่าวให้กับรองเลขาธิการ ก.ค.ศ.ท่านหนึ่งแต่เรื่องก็เงียบหาย ดังนั้น ตนจะส่งมอบให้กับเลขาธิการ ก.ค.ศ.ต่อไป โดยจะมีทั้งหนังสือเชิญชวนการเข้าอบรมประชุมสัมมนาและประวัติวิทยากรผู้ให้การอบรมคนดังกล่าวประกอบด้วย อย่างไรก็ตาม หากการร้องเรียนไปยังสำนักงาน ก.ค.ศ.แล้วไม่มีความคืบหน้า ตนก็มีแนวคิดที่จะไปร้องเรียนต่อดีเอสไอให้ช่วยตรวจสอบต่อไป และจะขอให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เข้ามาดูแลและดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง

 

......................................................................................................................................

อ่านข่าวจบ ก็เพิ่งทราบว่า ...

  • การคัดลอกผลงานวิชาการ ถือเป็นโทษวินัยร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 หมายถึง ถ้าพบความผิดจริง ต้องไล่ออกสถานเดียว
  • นับตั้งแต่มีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาแล้ว 4 ปี ไม่เคยมีครูคนใดที่ได้รับโทษวินัยร้ายแรง แม้แต่คนเดียว
  • มีการร้องเรียนเรื่องของการคัดลอกผลงานวิชาการเพื่อขอวิทยฐานะ แต่กลับไม่มีหลักฐานเพียงพอ เป็นเรื่องแปลกแต่จริง ระบบอุปถัมภ์ยังคงใช้งานได้อยู่ในเมืองไทยหรือเปล่า หรือทุกคนเป็นคนดีเท่าเทียมกัน ข่าวที่ออกมาตลอด 4 ปี เป็นข่าวลวง เชื่อถือไม่ได้หรือ

 

กรณีนี้ผมเคยพบแล้วที่บันทึก "ครู" ว่าจ้างคนอื่นทำผลงานวิชาการ เพื่อเลื่อนวิทยฐานะของตัวเอง ... ถูกต้องใช่ไหม ?

 

เกิดอะไรขึ้นหรือครับ ?

เชื่อเถอะว่า การจ้างวาน หรือ รับจ้างวาน มีอยู่จริง การสืบทางลึกและทางลับ ย่อมพบพยานและหลักฐานแน่นอน แล้วมันเกิดอะไรขึ้น

  • ผู้กระทำผิด สามารถซ่อนเร้นพยานและหลักฐานได้อย่างแนบเนียน จนไม่สามารถจับได้
  • ระบบตรวจสอบผลงานวิชาการสำหรับครูที่ขอวิทยฐานะยังทำได้ไม่ดี หรือไม่มีเลย ทำให้ไม่สามารถทราบได้ว่า ผู้ทำผลงานวิชาการได้คัดลอกผลงานคนอื่นมาหรือไม่ หากมีโปรแกรมตรวจสอบ หรือฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันกับงานวิจัยและทำผลงานทั่วประเทศ เรื่องการคัดลอกน่าจะตรวจสอบได้ในระดับหนึ่ง
  • มีการใช้ระบบอุปถัมภ์ช่วยเหลือกันของคนในวงการ เช่น เพื่อนกัน ญาติกัน คนเสน่หากัน ฯลฯ เพื่อปกปิดการกระทำผิด บางครั้งการเรียกรับเงิน คอรัปชั่น ย่อมเกิดตามมา
  • หากตรวจสอบได้ว่า คนในบังคับบัญชากระทำผิด ผู้บังคับบัญชาก็กลัวว่า ตัวเองบริหารงานบกพร่อง จึงทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ สนใจน้อย ๆ เพื่อป้องกันขาเก้าอี้ตัวเองไว้ก่อน
  • ความหย่อนยานของผู้คุมกฎระเบียบการตรวจสอบผลงานวิชาการ ทำให้ไม่มีมาตรฐาน
  • ความไม่จริงจังของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ที่ปล่อยปละละเลย
  • ฯลฯ (ช่วยคิดด้วยครับ คิดไม่ออกแล้ว)

 

ผลที่เกิดขึ้น ?

  • การคัดลอกผลงานวิชาการ เป็นเรื่องปกติ ใคร ๆ เขาก็ทำกัน
  • ต่างคนต่างไม่สนใจในวิธีการซึ่งกันและกัน ใช้วิธีการใด ก็ได้วิทยฐานะเหมือนกัน
  • คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของคนเป็นครูเสื่อมถอย สังคมเสื่อมทรามเร็วขึ้น
  • มีแต่คนขี้โกงเท่านั้นที่ทำให้ชีวิตการงานของตัวเองเจริญก้าวหน้าขึ้น คนดีก็หนีไปอยู่รู หรือไม่ท้อถอยจนหนีลาออกหมด
  • ขาดมาตรฐานการตรวจสอบผลงานวิชาการที่เที่ยงตรงและเที่ยงธรรม จะมีมาตรฐานใด ก็ควรมีเหมือนกันทั้งประเทศ
  • การคอรัปชันของคนขี้โกงเหล่านี้ จะเหมือนมอดปลวกที่คอยแทะเอาเงินหลวงไปใช้อย่างหน้าตาเฉย ระบบสอนเขาเอง
  • ฯลฯ (ช่วยคิดอีกนะครับ)

 

ทั้งหมดนี้เป็นความคิดส่วนตัวครับ ... อยากลองตั้งโจทย์และหาคำตอบด้วยสามัญสำนึกที่มีของตัวเองเท่านั้น ท่านไม่จำเป็นต้องมาเห็นด้วยกับผมทั้งหมด เพราะผมจริงใจพอที่อยากคิดอะไรก็เขียนอย่างนั้น ไม่โกหกตัวเอง และไม่ได้มีเจตนาจะโจมตีคนดี ๆ แน่นอน ครับ

บุญรักษา คนดีทุกท่านครับ :)

 

 

.......................................................................................................................................

 

แหล่งอ้างอิง

มติชน.  "ครูขู่ฟ้องดีเอสไอฟันมือปืนรับจ้าง : เขียนผลงานวิทยฐานะ-ก.ค.ศ.ชี้ทำได้", มติชน, 31, 11255 (วันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2552) : หน้า 23.

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547.  http://www.moe.go.th/webld/pdf/A_9.pdf (2 มกราคม 2552).