3 วันแล้วค่ะ

 

7 มีนาคม 2552  

               เมื่อวานกลับจากโรงพยาบาลด้วยความเหนื่อยล้า

      พ่อค่ะ..................…

 ครบ 3 วัน ที่หมอบอกแล้ว พ่อยังไม่ตื่นเลย ช่วง 5 ทุ่มของคืนที่ผ่านมา ความดันของพ่อเริ่มลดลง จนหมอต้องให้ยาเพิ่มความดันโลหิต  ปัสสาวะเริ่มออกมาก 

  …   พ่อค่ะ   หนูรู้ว่าความหวังของหนูมันเริ่มถอยห่างไกลออกไปทุกที  แต่คนเราอยู่ได้ด้วยความหวังใช่มั้ยคะ  แม้ว่าความหวังนั้นมันจะมีเพียงน้อยนิด  แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยหล่อเลี้ยงให้เราสู้ต่อไปได้      หนูพอรู้ค่ะว่าอะไรจะเกิดขึ้นเป็นลำดับต่อไป  หนูค่อยๆ เริ่มบอกแม่กับน้องแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง  แต่แม่ก็ยังขอ  เผื่อมีปาฏิหารย์เกิดขึ้น  หนูก็รอเหมือนกันค่ะ   หนูสงสารแม่  แม่ยังทำใจไม่ได้ (แม่เป็นคน ที่ตื่นขึ้นมาเจอพ่อเริ่มแรก )

  หนูก็ยังทำใจไม่ได้ค่ะ  แต่อย่างน้อยหนูก็ดีใจนะคะ ที่วันนั้นหนูแลกเวรได้ หนูไปนอนเป็นเพื่อนพ่อกับแม่ ได้ดูแลพ่อในช่วงภาวะวิกฤต  ได้เข้าไปเป็นหนึ่งในทีมที่ช่วย CPR พ่อ เหมือนที่ได้ช่วยคนอื่นๆ  แม้ว่าสุดท้ายผลออกมาจะเป็นอย่างไร  แต่อย่างน้อยหนูก็ได้ทำเต็มที่

              พ่อคะ.........ในความทรงจำของหนู วันที่พ่อเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง (11 กุมภาพันธ์) ช่วงรอเตียง  ทั้งๆ ที่พ่อหายใจหอบ  เหนื่อยมาก  แต่พอพ่อได้ยินคนข้างๆ เรียกหาญาติ  พ่อบอกให้หนูเข้าไปช่วยดูแล  (เพื่อนบอกว่า  ตาโก ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เพียบ (อาการ) ยังมีอารมณ์ไปดูคนอื่นอีก  เฮ้อ....)  พ่อคงคิดว่า พ่อโชคดีที่มีญาตินั่งอยู่ข้างๆ เลยอยากเผื่อแผ่ ญาติไปให้กับคนที่ไม่มีด้วย

             ก่อนย้ายเข้าห้องพิเศษ อากาศค่อนข้างร้อน  ลูกๆ ชาว 3 ข  เอาพัดลมมาเสริมให้  พ่อบอกให้ตั้งตรงกลางระหว่างเตียง  แล้วให้พัดลม  “ส่าย” ให้ถูกเตียงข้างๆ ด้วย (ปกติอยู่บ้านพ่อชอบล็อคพัดลมให้นิ่ง )  พ่อก็คงอยากเผื่อแผ่ความเย็นไปให้คนอื่นด้วย เช่นกัน ใช่มั้ยคะ

ไม่น่าเชื่อ  ...............

วันอังคาร  พ่อเดินออกกำลัง ฝึกกายภาพบำบัด  กินข้าวเหนียวกับไก่ย่าง ที่ใบตองซื้อมา ได้มาก (ปกติพ่อไม่ค่อยชอบ)  ตอนเย็นกินขนมกับนมได้อีก  หนูได้แต่แปลกใจ ทำไมวันนี้พ่อกินได้มาก หน้าตาดูสดใส  ยังแซวกันอยู่เลยว่าวันพรุ่งนี้(วันพุธ)  หมอจะเริ่มนับอาหารที่พ่อกินในแต่ละมื้อว่าจะได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะได้วางแผน “โด๊ป” ได้ถูก เพราะฉะนั้นอาหารที่เหลือ พ่อไม่ต้องแบ่งให้หลานกิน (บางวันพยาบาลมาดู ก็เข้าใจว่า วันนี้คนไข้กินข้าวได้มาก ต้องรีบบอกว่า ที่หมดเกลี้ยงคือฝีมือญาติ ไม่ใช่คนไข้ค่ะ)

พ่อยังหัวเราะกับใบตองเลย  “สงสัยอดแน่ ใบตองเอ๊ย..........”

แต่ทำไม...........เช้าวันพุธ  พ่อถึงไม่ตื่นละค่ะ