เสียทีจนได้

ซวยซ้ำซวยซ้อนจริง ๆ

 

        เมื่อคืนนี้ จะเที่ยงคืนแล้ว ลูกสาวโทรศัพท์มาปลุก ด้วยน้ำเสียงที่ผิดปกติ พูดไปด้วย ร้องไห้ไปด้วยตลอดเวลา จนครูวรางค์ภรณ์ตกใจมากว่าเกิดอะไรขึ้น ค่อยปลอบประโลมและถามว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกบอกว่าทางมหาวิทยาลัยประกาศผลการพิจารณาทุนงานวิจัยแล้ว ลูกพลาดไป จากที่ขอไปห้าหมื่นบาท ได้รับพิจารณาเพียงหนึ่งหมื่นบาท ก็ปลอบใจไปว่าได้หนึ่งหมื่นก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ก็คงเป็นหน้าที่ของแม่ที่ต้องปลอบใจ เพราะรู้ว่าลูกหวังไว้มากและผิดหวัง กว่าจะคุยกันจนเข้าใจ น้ำเสียงลูกเริ่มเป็นปกติ ก็กินเวลาเป็นชั่วโมง จึงลากันต่างคนต่างเข้านอน

       

เช้าวันนี้ ลูกต้องไปสอบมาตรฐานวิชาชีพครูที่เหลืออีก 2 มาตรฐาน จาก 9 มาตรฐาน จึงจะได้รับใบประกอบวิชาชีพครู ช่วงเที่ยง ๆ ครูวรางค์ภรณ์โทรศัพท์ไปเพื่อถามข่าวคราวว่าทำข้อสอบได้หรือไม่ ปรากฏว่าโทรติดแต่ไม่มีคนรับ ก็คิดว่าลูกคงไม่ได้เปิดเสียงโทรศัพท์จึงไม่ได้ยิน ก็หยุดโทรเพราะคิดว่าเดี๋ยวลูกจะต้องเข้าสอบอีก ไว้คุยกันตอนเย็นหรือตอนกลางคืนก็ได้

       

ประมาณ 4 โมงเย็น มีโทรศัพท์เบอร์แปลก ๆ โทรเข้าเครื่องครูวรางค์ภรณ์ แต่ไม่ได้รับเพราะกำลังขับรถอยู่ จนเบอร์ท้ายสุดเป็นเบอร์ตู้สาธารณะโทรเข้ามาและมีเสียงลูกสาวพูดว่า แม่...แก้วนะ แล้วก็วางไป  ครูวรางค์ภรณ์เองก็งงกับเหตุการณ์ว่าลูกก็มีโทรศัพท์ ทำไมไม่ใช่เครื่องของตัวเองโทร จึงโทรกลับไปที่เครื่องของลูกสาว ปรากฏว่าเป็นเสียงให้ฝากข้อความ สักพักลูกโทรมาใหม่ด้วยเบอร์ที่ครูวรางค์ภรณ์ไม่คุ้นเคย ลูกบอกว่า แม่โทรหาแก้วหน่อยนะ เบอร์นี้นะ แล้ววางสายไป ครูวรางค์ภรณ์จึงโทรกลับไป พอได้ยินเสียงแม่ ลูกก็ปล่อยโฮมาอย่างเต็มกลั้น บอกด้วยเสียงสะอื้นว่า แม่ แก้วถูกล้วงกระเป๋า มันเอาไปหมดเลย รวมทั้งมือถือด้วย...ตอนนี้แก้วขอยืมโทรศัพท์พี่ผู้หญิงที่ยืนรอรถด้วยกัน โทรมาหาแม่...แล้วลูกก็สะอึกสะอื้นอย่างขวัญเสีย

       

ยอมรับว่าครูวรางค์ภรณ์ก็ตกใจกับเหตุการณ์ไม่ใช่น้อย รีบบอกลูกให้สงบสติอารมณ์ ไม่ต้องร้องไห้เพราะจะตกเป็นเป้าสายตา ให้รีบโทรอายัดบัตรเอทีเอ็ม แจ้งความ ซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ เพื่อจะได้ไว้ใช้ติดต่อกับครอบครัวที่กำลังเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง ดูลูกจะยังตั้งสติไม่ได้จะกลับหอพักอย่างเดียว จึงบอกลูกไปว่าถ้ากลับหอพักแล้วก็ต้องออกมาอีก ตอนนี้ให้รีบจัดการทุกอย่างเท่าที่จะทำเพื่อรักษาผลประโยชน์ของเราไว้ให้ดีที่สุด

 

ณ เวลานี้ ครูวรางค์ภรณ์ก็ยังติดต่อลูกไม่ได้เลย รอว่าเมื่อไหร่ลูกจะโทรมาหรือส่งเอ็มมาคุยกันสักหน่อยก็ยังดี จะได้ทำให้หายห่วงไปได้ ลูกบอกว่าโทรศัพท์นั้น ลูกยังสวมหูฟังอยู่เลย เขาก็ยังอุตส่าห์ดึงเอาไปจนได้ ข้อสำคัญดึงเอาโทรศัพท์ไปโดยที่เจ้าของที่สวมหูฟังไม่รู้ตัวเลย ชำนาญจริง ๆ

 

เหตุเกิดที่ป้ายรถประจำทางหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอล์ลงามวงศ์วานค่ะ