ธรรมชาติของมนุษย์ไม่มีใครหนีพ้นความตายไปได้ ใครทำกรรมดี ก็ได้กรรมดี ใครทำกรรมชั่วก็ได้รับกรรมชั่ว ... มันเป็นสัจธรรมที่มนุษย์ผู้ทรนงตนหลงลืม "กฎข้อนี้" เสมอ

ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือ Best Seller ที่เกี่ยวกับหนุ่มน้อยผู้มีพลังจิตพิเศษ มีอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์ หยั่งรู้ถึงอดีต อนาคต ... หนุ่มน้อยผู้นี้มีนามว่า ริชชี่ ... ริชชี่รู้ตัวเองว่ามีพลังพิเศษตั้งแต่อายุ 13 ปี จนปัจจุบันเขามีอายุ 22 ปี แล้ว กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

หนังสือเล่มนี้ ชื่อ "Super Richy : it's not easy to be me อุบัติการณ์มหัศจรรย์" เขียน/เรียบเรียงโดย กชนก โตธนายานนท์ และช่วยเรียบเรียง โดย อาภาพร  อุดมพืช

 

 

การอ่านหนังสือเล่มนี้ต้องใช้วิจารณาญาณของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะท่านจะพบกับเรื่องที่ท่านไม่อยากจะเชื่อ และไม่คิดจะเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ร่ำเรียนมาทางสายวิทยาศาสตร์ เชื่อในเหตุในผล แต่เรื่องบางเรื่อง นักวิทยาศาสตร์เองก็ยังหาคำตอบไม่ได้

ผมใช้เวลาอ่านหนังสือเล่มนี้ภายใน 2 - 3 วัน 390 หน้ากระดาษ ด้วยความใส่ใจเป็นอย่างยิ่งด้วยความเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง เพื่อทรงตัวให้มีความเป็นกลาง และมีเหตุและผลให้ได้มากที่สุด

มีหลายประเด็นในหนังสือที่น่านำเสนอ น่าแลกเปลี่ยน แต่ผมว่า ท่านต้องอ่านด้วยตัวของท่านเอง ใช้วิจารณญาณด้วยเหตุด้วยผลของท่านเอง

แต่มีประเด็นหนึ่ง ผมกลับให้ความสนใจค่อนข้างมาก เป็นเรื่องของ "คนที่ตายด้วยอุบัติเหตุ มักจะไม่รู้ตัวเองว่าได้ตายไปแล้ว" อันเนื่องจากดวงจิตได้แตกกระจายหลายส่วน กว่าดวงจิตกลับมารวมกันได้ วิญญาณก็สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับร่างของตน ตนเสียชีวิตไปหรือยัง

ฟังแล้วน่าขนลุกดีจัง ... ลองอ่านข้อเขียนบางส่วนที่เขียนเล่าเรื่องราวนี้ไว้ในข้อเขียน ชื่อ "เมื่อถึงคราว ... แม้จะมีอำนาจขนาดไหนก็ไม่อาจฝืนได้"

 

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ครับ

 

 

เมื่อถึงคราว ... แม้จะมีอำนาจขนาดไหนก็ไม่อาจฝืนได้

 

การเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ซึ่งริชชี่อธิบายว่า การเสียชีวิตในลักษณะนี้ จะทำให้ดวงจิตแตกกระจายไปหลายส่วน (เหมือนในภาพยนตร์ว่า คนสามารถแยกร่างออกเป็นสิบ ๆ ร่าง แล้วไปทำงานแต่ละอย่างที่ต่างกันได้ แต่กรณีดวงจิตแตกกระจายนี้คือเจ้าตัวจะไม่รู้เรื่อง จิตแต่ละจิตจะไม่รู้ว่ามีจิตอื่น ๆ ที่ทำงานตามที่จิตเดิมได้คิดไว้ก่อนเสียชีวิต) ดวงจิตที่แตกออกไปหลายส่วน จะไปตามที่ต่าง ๆ ที่ได้คิดหรือมีภารกิจที่ต้องไปทำยามมีชีวิตอยู่ รวมทั้งไปยังที่ ๆ วิญญาณมีความผูกพัน เช่น ไปที่บ้าน ไปเรียน ไปทานอาหาร ไปตามสถานที่ต่าง ๆ หรือต้องไปทำกิจกรรมนั้น ๆ โดยไม่รู้ตัวว่าได้เสียชีวิตไปแล้ว และต้องอาศัยเวลาในระยะหนึ่งที่จะรวมจิตได้ ต่างกับคนที่ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิเป็นประจำ ซึ่งหากประสบอุบัติเหตุ ทำให้ดวงจิตแตกไปจะใช้เวลาไม่นานนักในการรวมจิต

 

เคยมีกรณีรุ่นน้องของริชชี่ที่ประสบอุบัติเหตุทำให้จิตออกจากร่าง เขายังดำเนินชีวิตปกติ ไม่รู้ตัวว่าเป็นอะไร เช่น ไปอ่านหนังสือ รวมทั้งยังต้องไปสอบ ซึ่งจิตขณะนั้นก็ได้ขี่รถไปสอบด้วยเช่นกัน ทั้ง ๆ ที่ร่างจริงนอนอยู่ห้องไอซียูที่โรงพยาบาล

ผู้เขียนหนังสือได้สอบถามน้องว่า เขาสามารถจับต้อง ขับขี่รถได้ยังไง แล้วเมื่อเจอเพื่อน ๆ น้องทำอย่างไร ซึ่งน้องเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นเขาไม่รู้ตัวว่าจิตออกจากร่าง เขาก็ยังทำตัวเหมือนปกติทุกอย่าง ไปกิน ไปเที่ยวเหมือนเดิม ยังขี่มอเตอร์ไซค์ไปสอบอยู่ ซึ่งก็สามารถขับขี่ได้เหมือนปกติทุกประการ

ส่วนเวลาไปสอบก็จะแปลกใจตรงที่เพื่อน ๆ ไม่ยอมคุยด้วยเท่านั้น ตอนนั้นน้องก็เลยงงว่า เพื่อน ๆ โกรธอะไร แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะต้องกลับมาอ่านหนังสือสอบต่อ


การที่จิตยังสามารถขับขี่มอเตอร์ไซค์ได้อยู่ ไม่ได้หมายความว่า รถนั้นแล่นไปโดยที่เรา ๆ เห็นว่า ไม่มีคนขับ แต่เป็นความสามารถของจิตต่างหากที่ยังคงยึดมั่น ติดอยู่กับสิ่งนั้น ๆ จนสามารถสร้างมอเตอร์ไซค์ในโลกของวิญญาณได้ด้วยอำนาจจิตเอง และยังคงดำเนินวิถีชีวิตของตนเองไปตามที่เคยชิน จนกว่าจะสามารถ "รวมจิต" ได้จึงจะได้รู้ว่าได้ประสบอุบัติเหตุ

กรณีของน้องคนนี้ ริชชี่ขอให้องค์นารายณ์ช่วยตามหาจิตที่แตกเพื่อที่จะมารวมให้เป็นดวงเดียวเท่านั้น รวมครบแล้วจึงจะสามารถนำกลับมาเข้าร่างได้ ก็คือ ไม่ตาย

 

กรณีของเพื่อนริชชี่นั้น แม้จะเห็นว่า วิญญาณของเพื่อนยืนอยู่ที่งานศพนั้น แต่ริชชี่ก็ไม่อาจจะที่จะช่วยอะไรได้เลย วิญญาณที่ยืนอยู่นั้นไม่สามารถทักทายริชชี่ได้ เนื่องจากเป็นการยืนอยู่นิ่ง ๆ ของจิตเพียงส่วนเดียวจากที่แตกออกมาเป็นสิบ ๆ ส่วน ยังไม่ครบกับจิตอื่น ๆ ที่แตกไป เป็นเพียงจิต ๆ หนึ่งของเขาที่เหมือนกับได้ตั้งกล้องบันทึกเรื่องราวเอาไว้ ต่อเมื่อเขารวมจิตได้ครบทุกส่วนเมื่อไหร่ จิตในส่วนที่อยู่ที่งานศพนี้ก็จะฉายเรื่องราวในงานศพของเขาเองนี้ให้เจ้าตัวรู้ ประกอบกับจะปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดที่แต่ละจิตได้แตกออกไปทำด้วยเช่นกัน เขาถึงจะรู้ว่า ตอนที่เสียชีวิตไปใหม่ ๆ เขาได้ไปทำอะไรมาบ้าง และเกิดอะไรขึ้นบ้าง เหมือนเป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่จะมาปะติดปะต่อกันให้เจ้าตัวได้รู้ว่า เกิดอะไรขึ้นขณะที่จิตทั้งหมดได้แตกไป

การตามหาจิตที่แตกไปต้องใช้พลังจิตสูงมาก และต้องมีสมาธิสูง จิตแต่ละส่วนที่แตกไปจะไปตามที่ต่าง ๆ เช่น บ้างก็ไปเรียน บ้างก็ตกอยู่กับที่ ๆ เกิดอุบัติเหตุ เหมือนกับที่มีคนชอบเห็นวิญญาณยังยืนอยู่ในสถานที่ที่เขาตาย นั่นก็เป็นเพราะจิตส่วนหนึ่งของเขายังตกอยู่ตรงนั้นนั่นเอง บ้างก็ไปบ้านเพื่อน ไปหาพ่อแม่ ไปห้องสมุด กลับไปต่างจังหวัด ไปธุระต่างประเทศ ฯลฯ เป็นสิบ ๆ ที่ การตามหาจิตที่แตกไปจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และปกติริชชี่จะขอให้องค์นารายณ์ช่วยโดยเฉพาะในรายที่ยังมีชีวิตอยู่แต่นอนไม่ได้สติ แต่ส่วนรายที่เสียชีวิตไปแล้ว ก็ต้องถือว่า ให้เขาไปตามกรรมของเขา ไม่อาจที่จะฝืน "กฎแห่งกรรม" ได้

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

เมื่อผมประมวลทั้งหมดแล้ว ผมเห็น ... ธรรมชาติของมนุษย์ไม่มีใครหนีพ้นความตายไปได้ ใครทำกรรมดี ก็ได้กรรมดี ใครทำกรรมชั่วก็ได้รับกรรมชั่ว ... มันเป็นสัจธรรมที่มนุษย์ผู้ทรนงตนหลงลืม "กฎข้อนี้" เสมอ ... อย่าคิดว่า ทำชั่วร้ายเลวทรามแล้วไม่มีใครเห็น ... ผมเชื่อว่า เราไม่ได้มีแค่โลกมนุษย์หรอก แต่เรามีอีกโลกที่ขนานกันเสมอ

 

 

ขอบคุณหนังสือ "Super Richy : it's not easy to be me อุบัติการณ์มหัศจรรย์" เขียน/เรียบเรียงโดย กชนก โตธนายานนท์ และช่วยเรียบเรียง โดย อาภาพร  อุดมพืช ที่ทำให้ผมเห็นสัจธรรมมากขึ้น