สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
ชายผู้หลงรักมวลเมฆ
บัญชา ธนบุญสมบัติ
P บัญชา ธนบุญสมบัติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 878
009 : เรือนกระจกจริง vs เรือนกระจกโลก - ต่างกันอย่างไร?


ในช่วงกระแสโลกร้อน (global warming) อันเชี่ยวกรากขณะนี้ มีคำหลายคำที่ถูกอ้างถึงกันบ่อยๆ และด้วยความที่ถูกอ้างถึงบ่อยครั้งนี่เองที่ทำให้ความเข้าใจพื้นฐานบางอย่างคลาดเคลื่อนไปได้

หนึ่งในคำนั้นคือ ปรากฏการณ์เรือนกระจก (greenhouse effect) นั่นเอง

ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องนี้มีอะไรบ้าง มาดูกันหน่อย

 

ลองไปตั้งต้นที่ เรือนกระจกของจริง (actual greenhouse) กันก่อน

เรือนกระจกซึ่งใช้บ่มเพาะพืช มีหลังคาเป็นกระจกซึ่งยอมให้แสงอาทิตย์ส่องผ่าน

เมื่อพื้นดินในเรือนอุ่นขึ้น ก็จะทำให้อากาศที่อยู่ติดผิวอุ่นขึ้นด้วย
 

อากาศที่อุ่นนี้จะลอยตัวขึ้นและพยายามหนีออกไป แต่หนีไปไหนไม่ได้เพราะมีหลังคาและผนังขวางอยู่ อากาศภายในก็เลยอบอุ่น


นั่นคือ ภายในเรือนกระจกมีอุณหภูมิสูงขึ้น เพราะอากาศอุ่นไม่สามารถไหลเวียนไปไหน คล้าย ๆ กับตอนที่คุณห่มผ้าห่มหนา ๆ แล้วรู้สึกอบอุ่น หรือเข้าไปในรถที่จอดทิ้งไว้กลางแดดนาน ๆ แล้วรู้สึกว่าภายในรถร้อนอบอ้าว

แต่เดิมนั้นมักจะอธิบายกันอย่างไม่ถูกต้องว่า เรือนกระจกจริงอุ่นขึ้นเพราะแสงทะลุผ่านกระจกเข้ามาได้ แต่รังสีอินฟราเรดหรือคลื่นความร้อน (infrared radiation) ทะลุออกไปไม่ได้

 

 

กล่าวคือ เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมายังโลก ก็จะมีบางส่วนสะท้อนกลับไปในอวกาศ บางส่วนก็ถูกดูดกลืนโดยชั้นบรรยากาศ

ส่วนที่เหลือจะทะลุชั้นบรรยากาศเข้ามาถึงผิวโลก  พื้นผิวโลก (ทั้งพื้นน้ำและพื้นดิน) ที่อุ่น ๆ นี้จะแผ่รังสีออกไป โดยส่วนใหญ่เป็นรังสีอินฟราเรด

รังสีอินฟราเรดบางส่วนจะทะลุผ่านชั้นบรรยากาศออกไป แต่บางส่วนจะถูกดูดกลืนไว้โดยแก๊สบางชนิด เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ไอน้ำ แก๊สมีเทน และแก๊สไนตรัสออกไซด์  (แก๊สเหล่านี้จึงเรียกว่า แก๊สเรือนกระจก หรือ greenhouse gases นั่นเอง)

เมื่อโมเลกุลของแก๊สเหล่านี้ดูดกลืนรังสีไว้ ก็จะเปลี่ยนพลังงานของรังสีไปเป็นพลังงานศักย์และพลังงานจลน์

แต่โมเลกุลพวกนี้ร้อนวิชา จึงอยู่ได้แค่ครู่เดียวก็จะส่งรังสีออกมาอีกในทุกทิศทุกทาง

และแน่นอนที่บางส่วนส่งกลับตรงมายังผิวโลก ทำให้ผิวโลกและชั้นบรรยากาศที่ติดกับผิวโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น


โดยสรุป จุดแตกต่างที่สำคัญก็คือ

  • ในกรณีเรือนกระจกจริง : อากาศภายในมีอุณหภูมิสูงขึ้น เนื่องจากอากาศไม่ไหลเวียน
  • ในกรณีเรือนกระจกโลก : เมื่อบรรยากาศของโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น อากาศจะไหลเวียนโดยสะดวก ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพลมฟ้าอากาศไปทั่ว


นี่เองที่ทำให้นักวิชาการที่เคร่งครัดบางท่านบ่นว่า

คำว่า ปรากฏการณ์เรือนกระจกที่เราคุ้นเคยกันมานานนั้น เป็นคำที่ถูกเลือกใช้ผิด

(แต่คงจะแก้ไขยากแล้ว)


อีกเรื่องที่มักจะเข้าใจกันไม่ครบก็คือ
ที่ชอบพูดกันว่า ปรากฏการณ์เรือนกระจกทำให้โลกเป็นไข้ หรือเกิด ภาวะโลกร้อน (global warming) นั้นก็มีส่วนถูกอยู่บ้าง เมื่อมองจากสายตาของคนในยุคปัจจุบัน

แต่ถ้าโลกนี้ไม่มีปรากฏการณ์เรือนกระจกแล้วไซร้ ก็จะทำให้....

อุณหภูมิของผิวโลกก็จะติดลบ

บรรพบุรุษของเราอาจจะไม่เกิด

ทั้งคุณและผมก็จะไม่มีโอกาสมาคุยกันผ่านบล็อกดี ๆ อย่าง GotoKnow นี้เป็นแน่ ^__^


แหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์

 


ประวัติของบทความ

  • ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ Know How & Know Why เซ็คชั่น Sci-Tech นสพ. กรุงเทพธุรกิจ ในชื่อ เรื่องบิดๆ เบือนๆ ของปรากฏการณ์เรือนกระจก
  • แก้ไข/ดัดแปลงนำลงใน GotoKnow เพื่อประโยชน์สาธารณะ 



แต่ปรากฏการณ์เรือนกระจกที่เกิดขึ้นกับบรรยากาศใกล้ผิวโลกมีกลไกที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง! 


สร้าง: พ. 12 ธ.ค. 2550 @ 09:07   แก้ไข: จ. 09 มิ.ย. 2551 @ 13:44   ขนาด: 11110 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีรูป
1. wwibul
เมื่อ พ. 12 ธ.ค. 2550 @ 13:35
488240 [ลบ]

  • ขอบคุณครับ พี่ชิว ที่ช่วยให้ขจัดความเข้าใจผิดจากใจได้เปลาะนึง
  • เป็นความรู้ที่ "ชิว ชิว" สมชื่อเลยครับ

 

P
2. ดอกไม้ทะเล
เมื่อ พ. 12 ธ.ค. 2550 @ 21:21
488810 [ลบ]

สวัสดีค่ะอาจารย์บัญชา

  • ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ  ได้ความรู้ใหม่อีกแล้ว 
  • ภาษาที่ใช้สื่อความหมายนี่สำคัญจริงๆ   การใช้คำให้ตรงตามปรากฏการณ์  ก็จะทำให้เราเข้าใจความหมายของปรากฏการณ์นั้นตามที่เป็น 
  • ...มิใช่เข้าใจเอาตามความหมายของถ้อยคำเทียบเคียงที่มีมาแต่ต้น   โดยมิได้สืบค้น  ซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดไปไกลได้ 
  • นึกถึงหนังสือเรียนของหลานๆแล้ว  ดิฉันออกจะหวั่นๆใจอยู่ค่ะ  : )
P
3. บัญชา ธนบุญสมบัติ
เมื่อ พฤ. 13 ธ.ค. 2550 @ 08:50
489228 [ลบ]

สวัสดีครับ

        อีกคำหนึ่งที่ผมรำคาญใจนิดๆ คือ "ลดโลกร้อน"

        เพราะโดยข้อเท็จจริงแล้ว ในช่วงเวลาอันสั้นนี้ ยังลดไม่ได้ครับ!

        ทำไม?  นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ต่อให้เราหยุดการใช้พลังงานทั้งหมดวันนี้ โลกก็ยังจะร้อนต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพราะแก๊สเรือนกระจกยังคงทำหน้าที่ของมันตามธรรมชาติ (เป็นเช่นนั้นเอง)

        โลกอาจจะเย็นลงได้บ้าง หากมีฝุ่นควัน (dust) และละอองลอย (aerosol) จากภูเขาไฟระเบิดออกไปบดบังแสงอาทิตย์ แต่นี่ก็จะช่วยให้โลกเย็นลงไม่ถึง 1 องศาเซลเซียส และก็ไม่นานมากนัก (ราวๆ 1 ปี)

        จากนั้นก็ร้อนต่อไปครับ!

        ประเด็นสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญบอกก็คือ จะรับมือและปรับตัวกับ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (climate change) อย่างไร ถึงจะเกิดประโยชน์และลดความเสี่ยงจากภับพิบัติต่างๆ มากกว่า

ไม่มีรูป
4. รักษ์ต้นไม้
เมื่อ อ. 29 ม.ค. 2551 @ 23:35
532245 [ลบ]

สวัสดีครับ

โดยส่วนตัวแล้วผมยังไม่ปักใจเชื่อว่าการที่โลกร้อนเป็นสาเหตุมาจาก ก๊าซเรือนกระจก(โดยทั้งหมด)

ลองคิด(มั่ว)ๆดูเอาเอง สาเหตุที่โลกร้อนผมคิด(มั่ว)ว่ามาจากการลดลงของพื้นที่ป่า  เพราะต้นไม้หาอาหารโดยการดูดซับพลังงานจากแสงอาทิตย์ เปลี่ยนพลังงานจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปเก็บอยู่ในรูปของพลังงานเคมีจำพวกแป้ง  โดยการสังเคราะห์แสง(ใช้น้ำและคาร์บอนไดออกไซด์) แล้วนำมาสร้างเป็นลำต้น ใบ(เซลลูโลส) พอต้นไม้ตายหรือใบไม้ร่วง พลังงานนั้นก็ยังไม่ถูกปลดปล่อย หรือปลดปล่อย(โดยการย่อยสลายของจุลินทรีย์) ออกมาแต่ก็ไม่ทั้งหมด บางส่วนก็ยังคงอยู่ในรูปของพันธะเคมีต่อไป  ปิโตรเลียมเป็นตัวอย่างที่ดีของกรณีนี้

แล้วปัจจุบันนี้พื้นที่ป่า ลดลงจากอดีตไปมาก พลังงานลงมาบนพื้นโลกในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ถูก(พื้นดิน คอนกรีต ฯลฯ)ปลดปล่อยออกไปในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(แทนที่บางส่วนจะถูกดึงไว้ในรูปพันธะโมเลกุล) แล้วชั้นบรรยากาศก็อมรังสีอินฟาเรดไว้  ความจริงมันก็อมตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์นั่นแล่ะแต่สมัยนี้มันมีให้อมเยอะขึ้น โลกก็เลยร้อนขึ้น

จบการมั่วแต่เพียงเท่านี้  สวัสดีครับ

ไม่มีรูป
5. ปลากะพง ณ บาดาล
เมื่อ อา. 03 ก.พ. 2551 @ 21:18
536414 [ลบ]

ขอบพระคุณมากครับอาจารย์บัญชา
เพราะว่าผมเข้าใจผิดมาตลอดว่า

  1. ปรากฏการณ์เรือนกระจกกับโลกร้อนเป็นสิ่งเดียวกัน
  2. แก๊สเรือนกระจกเป็นเหมือนโล่ที่สะท้อนรังสีจากโลก
    กลับเข้ามายังโลก (ผมเข้าใจแบบนี้เลยเจอคำถามว่า
    ทำไมมันไม่สะท้อนรังสีที่ดวงอาทิตย์
    แผ่มายังโลกในอัตราเดียวกันหละ?
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 203.151.232.70
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
ท้องฟ้าเปรียบเสมือนฉากอันตระการตา ที่ธรรมชาติเป็นผู้สร้างสรรค์ขึ้นโดยแทบไม่ซ้ำแบบกันเลย แทบทุกวินาที ^__^