พูดเรื่องนี้ครั้งใดก็เหมือนกับแก้ตัว เพราะความที่เป็นครู แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นครู ก็คงไม่รู้ว่า ปัญหาจริงๆ มีมากกว่าคุณภาพครู ดังที่พูดกัน
สมศ.ประเมินคุณภาพโรงเรียนรอบสอง โรงเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินสูงที่สุด เป็นโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ข่าวทิ้งท้ายด้วยประโยคสำคัญว่า เพราะครูไม่มีคุณภาพ
สังเกตไหมครับ ที่ผ่านมา ไม่ว่าอะไรก็ตาม ที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับเยาวชนซึ่งเป็นข่าว ครูมักต้องตกเป็นจำเลยของสังคมด้วยทุกครั้ง
ครูไม่มีคุณภาพ ต้องผลิตครูพันธุ์ใหม่ หลักสูตร 5 ปี เป็นแนวทางแก้ไขคุณภาพครู อีกทางหนึ่ง ให้ครูทำผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ นายกรัฐมนตรีกล่าวประโยคนี้ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ครูไม่มีคุณภาพส่วนหนึ่งคงเป็นความจริง แต่อีกส่วนคงไม่ใช่ แต่โดนเมื่อไร เมื่อนั้นก็หมายถึงทุกคน
เหตุอื่นๆมีมากมายนะครับ มิใช่คุณภาพครูอย่างเดียว อาทิ
- ครูคนเดียวสอนสองชั้น สามชั้น เนื่องจากครูขาด ครูไม่ครบชั้น สอนได้ครับ จะกี่ชั้นครูก็สอนได้ แต่คุณภาพ จะทำอย่างไรกัน? ปัญหาเรื่องนี้ยังคงอยู่นะครับ จะยุบโรงเรียนขนาดเล็ก จะบรรจุ จะคงอัตราเกษียณ-เออร์ลี่ เป็นแนวทางของรัฐ แต่ไปถึงไหนแล้ว
- ครูสอนไม่ตรงวิชาเอก เอาครูเกษตรไปสอนคณิตศาสตร์ เอาครูสังคมไปสอนภาษาอังกฤษ เอาครูปฐมวัยไปสอนวิทยาศาสตร์ ฯลฯ โดยเฉพาะโรงเรียนในช่วงชั้นที่ 1 และ 2 แล้วไง? พอนักเรียนมีผลการทดสอบระดับชาติต่ำกว่าเกณฑ์ เอาอีกแล้ว..คุณภาพครู
- การบริหารและการจัดการในโรงเรียน ครูมีส่วนร่วมเพียงใด แทบไม่มีปากเสียง โรงเรียนจะทำโน่นทำนี่ มิใช่ครูนะครับ แม้แต่กรรมการสถานศึกษาซึ่งมีบทบาทตามกฎหมาย ก็มีส่วนน้อยมาก ผู้บริหารเป็นคนบัญชาการเองทั้งสิ้น มิใช่ครู แต่จำเลยทุกครั้งคือครู
- เชื่อไหมครับว่า ทุกกิจกรรมในโรงเรียน สำคัญที่สุดตามหลักการ ทฤษฎี คือ การจัดการเรียนการสอน แต่ในทางปฏิบัติ ทุกเรื่องสามารถแทรกหรือทำก่อนได้ทั้งหมด การเรียนการสอนคิวสุดท้ายครับ บางครั้งครูต้องเก้อในการเตรียมการสอน เพราะนักเรียนหายไปกับกิจกรรมอื่นๆ บางคราวครูต้องถูกเรียกไปทำงาน ซึ่งมักจะเร่งด่วนอยู่บ่อยๆ การเรียนการสอนต้องงดไว้ก่อน นี้คือข้อเท็จจริง ซึ่งสังคมควรสดับ
- การพิจารณาความดีความชอบเป็นกรณีพิเศษ หรือ 2 ขั้น ผลการจัดการเรียนการสอน ครูที่สอนเก่ง ตั้งใจสอน หมดสิทธิ์ครับ เพราะเมื่อครูเน้นเรื่องสอน งานอื่นที่ไม่ใช่สอนก็ด้อยไปโดยปริยาย เมื่อเป็นเช่นนี้บ่อยเข้า อะไรจะเกิดขึ้น งานอื่นก็เยี่ยมสิครับ ยกเว้นคุณภาพนักเรียน
- ครูทำงานสารพัดอย่างนะครับ มิใช่สอนอย่างเดียว งานธุรการ งานพัสดุ งานการเงิน ฯลฯ งานนอกที่โรงเรียนทำร่วมกับหน่วยงานอื่นๆอีก โดยเฉพาะการรายงานข้อมูลต่างๆ ทำให้ครูหลายคนมีเวลาสอนน้อยกว่าเวลาทำงานอื่นเสียอีก ทั้งที่ครูควรมีหน้าที่สอน แปลกไหมครับ แต่เป็นคำตอบถึงคุณภาพนักเรียนได้เป็นอย่างดี
ล่าสุดผลประเมินภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ต่ำกว่าเกณฑ์ วิกฤติแล้ว อ่านภาษาไทยไม่เข้าใจ จะไปทำอะไรได้ อ่านโจทย์ก็ตีโจทย์ไม่แตก รัฐมนตรีบอกจะแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้ภายใน 7 ปี ฟังแล้วก็ยังไม่เห็นความหวังอยู่ดีครับ ซ้ำร้ายต้องรอถึง 7 ปี ทำไมจึงไม่มีความหวัง เพราะปัญหาของโรงเรียนที่แท้จริง ซึ่งเป็นสาเหตุมีอยู่อย่างหลากหลาย ยังคงมี และจะยังคงอยู่ครับ ให้อีก 10 ปีข้างหน้าก็ตาม ลองพิจารณาเรื่องที่เป็นปัญหาและยังคงอยู่ดูได้
ครูขาดมิใช่พึ่งเป็น แต่เป็นมานานเต็มทีแล้ว จนเดี๋ยวนี้ ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้านัก การบริหารจัดการโดยคณะกรรมการสถานศึกษา ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 ซึ่งผ่านมา 10 ปีแล้ว ก็ยังไม่ได้เข้ามามีบทบาทอะไรกับโรงเรียนมากอย่างควรจะเป็น ผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จของโรงเรียนยังคงเป็นผู้บริหารเช่นเดิม เรื่องครูไปทำงานอื่นจนไม่มีเวลาสอน มีแนวทางจะบรรจุครูธุรการเข้ามาแบ่งเบา แต่ก็ได้แค่พูด ถึงได้จริง ก็คงไม่ครบทุกโรง ที่จะมีสิทธิ์ก่อนคือโรงเรียนใหญ่ แต่ถึงเวลานี้ยังนะครับ เรื่องพิจารณาความดีความชอบ โดยใช้ผลการจัดการเรียนการสอนด้วยแล้ว ยังไม่เคยได้ยินผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องคนใด พูดถึงเรื่องนี้ครับ
การพัฒนาคุณภาพครูอย่างเดียว ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะแนวทางการพัฒนาครู ด้วยการให้ทำผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ ก็ดูไม่มีความหวัง เพราะยังมีเสียงบ่น เสียงเตือน จากทั้งเพื่อนครูและสื่อมวลชนว่า ครูก้าวหน้า แต่เด็กเหมือนเดิม เกณฑ์ในการประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะใหม่ กำลังถูกปรับ เพื่อจะนำออกมาใช้ตามนโยบายของรัฐมนตรี รู้มั้ยครับว่า 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ กติกาการประเมินวิทยฐานะเปลี่ยนแปลงไปมา รวมทั้งแก้ไข เยียวยา ไม่รู้ว่ากี่ครั้งแล้ว ว่าจะเน้นการสอนจริงในชั้นเรียน จะเน้นที่คุณภาพนักเรียน ก็ยังทำไม่ได้จริง
แนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืน และไม่ต้องรอครูพันธุ์ใหม่ ที่สำคัญและต้องทำเป็นเรื่องแรก คือ รัฐต้องให้ครูสอนนักเรียนอย่างเต็มเวลา เต็มความสามารถ ต้องคืนเวลาสอนให้กับครูครับ ใครสอนดี ตั้งใจสอน พิจารณาความดีความชอบให้ก่อน ถ้ามีความสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ก็พิจารณาเลื่อนวิทยฐานะให้เลย รวมถึง ต้องให้ครูมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการมากกว่าที่เป็นอยู่ ครูจะได้รู้สึกเป็นเจ้าของโรงเรียนตัวจริงเสียงจริงด้วยคนหนึ่ง เพราะมีส่วนร่วมคิดร่วมทำ
เพื่อนครูบางคนเคยเล่าพฤติกรรมชีวิตครูของตัวเองให้ฟังว่า มาโรงเรียนตอนเช้าแค่ถึงป้ายโรงเรียนก็อยากจะกลับบ้านแล้ว บางคนเลยโรงเรียนไปเลย ไม่เข้าโรงเรียน ผมเชื่ออย่างสนิทใจว่า ครูพวกนี้มิใช่ไม่มีคุณภาพ เพราะเขาตั้งใจสอนนักเรียน หลายเรื่องหลายราวในโรงเรียนต่างหาก ที่ทำให้เกิดอาการเช่นนี้
สวัสดีค่ะ
มาเป็นกำลังใจให้คุณครู ทำดีที่สุดแล้ว
พ่อแม่ก็ต้องมีส่วนร่วม ต้องดูแลให้ป็นคนดี ใฝ่เรียนรู้ รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว
บ้านและโรงเรียนต้องช่วยกัน
" ครูไม่มีคุณภาพ "
หัวร่อมิได้ ร่ำไห้มิออก....ครับ
แวะมาให้กำลังใจครูดีทุกท่านนะคะ
รักครูคะ..รักครู..รักอาชีพครู
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย ขอชื่นชมคุณครูและมีความรู้สึกที่ดีกับครูทุกคน มอบดอกไม้สวยๆจากที่บ้านมาฝากค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
สวัสดีค่ะอาจารย์อยากมาต่อให้ถึง ข้อที่ 10 จังเลย...นอกจากครูไม่อยากเข้าประตูโรงเรียน..ก็ยังมีนักการภารโรงด้วยที่ไม่อยากเข้าโรงเรียน..คงอึดอัดกับระบบการบริหารมาเป็นทอดๆๆๆ ..คริ..คริ..ในโรงเรียนมีหัวหน้าหลายชั้นด้วยค่ะ..คนปฏิบัติหัวหมุน..สุดท้ายจะท้อ..แต่ไม่ถอย..