สื่อกิจกรรมศิลปะเพื่อให้ประสบการณ์เรียนรู้สังคมอย่างบูรณาการ 

การรวมกลุ่มเพื่อจัดการการเรียนรู้และการได้มีส่วนร่วมทางการปฏิบัติที่ทำให้เกิดประสบการณ์ทางการเรียนรู้ เป็นกระบวนการเรียนรู้ในเชิงปฏิรูปอย่างหนึ่ง เนื่องจากกระบวนการดังกล่าว จะทำให้โครงสร้างในการปฏิสัมพันธ์กับบทเรียน ตลอดจนโครงสร้างในการจัดความสัมพันธ์ของกลุ่มคนและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ครูและผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ เปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนและผู้ถ่ายทอดเนื้อหาไปเป็นผู้จัดโอกาสและสนับสนุนให้เกิดพลังการเรียนรู้ ส่วนผู้เรียนก็เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้รอรับความรู้หรือ Passived Learner ไปเป็นผู้ปฏิบัติและสร้างประสบการณ์ที่จะก่อให้เกิดบทเรียนและกระบวนการเรียนรู้อย่างมีความหมาย ซึ่งเป็น Active Learner อีกทั้งก่อให้เกิดมิติความเป็นชุมชนและพลังการจัดการการเรียนรู้เป็นกลุ่ม ให้ประสบการณ์ตรงอย่างบูรณาการแก่ผู้มีส่วนร่วมที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากวิธีเรียนรู้คนเดียว

กระบวนการดังกล่าวนี้ เมื่อนำเอาเรื่องราวเกี่ยวกับชุมชน ตลอดจนเรื่องราวเกี่ยวกับสังคมและสิ่งแวดล้อมมาเป็นประเด็นเนื้อหาการเรียนรู้ ก็จะทำให้ผู้เรียนกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเด็ก เยาวชน กลุ่มปัจเจก กลุ่มชาวบ้าน และเครือข่ายทำงานภาคสาธารณะระดับต่างๆ เกิดประสบการณ์ทางสังคมและได้บทเรียนที่เข้มข้น ทว่า เมื่อเป็นการเรียนรู้สังคมและชุมชน อีกทั้งเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติเป็นกลุ่มประชาคมนั้น หลายสิ่งอาจยากแก่การสื่อสารเรีนรู้ให้เพียงพอต่อการเกิดพลังความเป็นชุมชน  การใช้การวาดรูปและกิจกรรมศิลปะ มาเป็นเครื่องมือและวิธีจัดกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าว จะเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้การสื่อสารและการปฏิสัมพันธ์เพื่อการเรียนรู้ เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างบูรณาการของกลุ่มคนที่หลากหลาย เป็นช่องทางเกิดประสบการณ์ต่อสังคมที่เข้มข้นและมีความลึกซึ้ง 

                         ภาพที่ ๑ การวาดรูปและสื่อกิจกรรมศิลปะ เป็นการรวบรวมข้อมูลด้วยภาษาภาพและการจัดวางองค์ประกอบที่มีความหมายจากสัดส่วนและความเชื่อมโยงกันขององค์ประกอบย่อยๆให้เกิดชุดความหมายที่อยู่เหนือการอธิบาย ช่วยส่งเสริมการทำงานความคิด การปรึกษาหารือ การระดมความคิด และการนำเอาความเป็นส่วนรวมมาทำงานด้วยกันเป็นกลุ่ม ลดความแตกต่างทางสังคมและส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานด้วยกันในวิถีพลเมือง

  ปัจจัยและองค์ประกอบแห่งความสำเร็จของการออกแบบและจัดกระบวนการ

๑. ลักษณะกลุ่มทำงานและเรียนรู้ เหมาะสมสำหรับกลุ่มที่มีความแตกต่างหลากหลาย กลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่มชาวบ้าน กลุ่มคนทำงานประจำในองค์กรต่างสาขา กลุ่มทำงานสหสาขา กลุ่มที่มีความแตกต่างทางสังคม วัฒนธรรม กลุ่มนานาชาติ ต่างศาสนา เชื้อชาติ ภาษา กลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านการสื่อสารด้วยภาษาการพูด อ่าน เขียน สามารถออกแบบและจัดกระบวนการได้ถึง ๓๐๐-๕๐๐ คน แต่จะได้ผลดีมากขึ้นหากดำเนินการเป็นกลุ่มขนาด ๕๐ คนจนถึงกลุ่มขนาดเล็กต่ำกว่า ๑๐ คน
๒. ระยะเวลา ครึ่งวันหรือ ๑ วัน
๓. สถานที่ การจัดเวทีและการจัดสภาพแวดล้อม ควรเป็นห้องประชุมที่กว้างขวาง ไม่มีเสา นั่งกับพื้นหรือเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระพอสมควร ศาลาวัด ใต้ร่มไม้ ไม่มีความพลุกพล่านและสิ่งรบกวนให้เสียสมาธิ สามารถติดตั้งรูปภาพและติดกระดาษได้อย่างสะดวก หลากหลาย
๔. คำถามเพื่อการระดมความคิดและทำกิจกรรมเรียนรู้  พัฒนาประเด็นการทำกิจกรรม ตลอดจนประเด็นการทำงานบนเวทีให้เป็นคำถามหลักและคำถามย่อยๆที่สื่อความหมาย มีพลังต่อการทำงาน เพื่อวาดรูปและร่วมกันระดมความคิด ก่อเกิดประสบการณ์ทางสังคมและให้นัยต่อการเรียนรู้ชุมชนอย่างมีความหมาย
๕. การแบ่งกลุ่มย่อย ควรถือหลักแบ่งกลุ่มเพื่อให้การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติมีความทั่วถึง ซึ่งกลุ่มในการทำกิจกรรมกลุ่มย่อยที่เหมาะสม ควรอยู่ระหว่างกลุ่มละ ๕-๒๕ คน
๖. สื่อและโสตทัศนูปกรณ์ที่ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์สองทาง ควรจัดหาและเตรียมสื่อโสตทัศนูปกรณ์ที่ส่งเสริมบทบาทของความเป็นสื่อบุคคลและเอื้อต่อการเกิดปฏิสัมพันธ์สองทาง ผสมผสานหลายอย่างเพื่อครอบคลุมความจำเป็นและเพิ่มโอกาสการปฏิสัมพันธ์อย่างบูรณาการ
๗. วิทยากรกระบวนการและทีมดำเนินการ วิทยากรและครูผู้สอนที่เปลี่ยนบทบาทเป็นผู้จัดกระบวนการสนับสนุนการเรียนรู้ ควรมีทักษะพื้นฐานสำคัญคือการทำงานเชิงความคิดที่สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรมต่างๆได้อย่างไม่จำกัด การตั้งคำถามและการแจกแจงเงื่อนไขการทำกิจกรรม การกำกับเวที การกระตุ้นการคิดและทำกิจกรรม และการสรุปบทเรียน วิทยากรที่ทำงานออกแบบเชิงความคิดและสร้างทีมให้เข้าใจการปฏิบัติได้ อาจมีเพียงคนเดียวและสร้างทีมขึ้นจากกลุ่มทำกิจกรรมไปตามความเหมาะสม

  วัสดุอุปกรณ์   

๑. กระดาษปรู๊ฟต่อกันเป็นแผ่นใหญ่ สำหรับกลุ่มย่อยกลุ่มละ ๑ แผ่นต่อ ๑ กิจกรรม
๒. สีเทียนกลุ่มย่อยกลุ่มละ ๑ กล่อง หรือปากกาปากสักหลาดกลุ่มละ ๓-๔ สี
๓. บอร์ดขาตั้งตามจำนวนกลุ่มย่อยและสำหรับวิทยากรอย่างพอเพียง
๔. ตัวหนีบ กระดาษกาว สติกเกอร์ และวัสดุตบแต่งที่เอื้อต่อการวาดรูปและทำงานศิลปะ

  การจัดกิจกรรม  

๑. จัดกระบวนการเตรียมความพร้อมเพื่อทำงานและมีส่วนร่วมให้ได้งานและได้การเรียนรู้อย่างเป็นกลุ่มก้อน
๒. ร่วมกันแสดงความคาดหวัง สร้างกรอบกติกาและวางแนวปฏิบัติ ที่สะท้อนความต้องการของเวทีให้มากที่สุด
๓. บอกวัตถุประสงค์ จุดหมาย หลักคิด ผลที่คาดหวัง เงื่อนไขความสำเร็จ
๔. แบ่งกลุ่มย่อย ให้โจทย์และประเด็นคำถาม ให้กิจกรรม วัสดุอุปกรณ์ ระยะเวลา
๕. รวมกลุ่มเพื่อนำเสนอผลงานกลุ่มย่อย
๗. อภิปราย เสริมความรู้
๘. กิจกรรม ๔-๗ หมุนเวียนไปตามจำนวนประเด็นคำถามย่อย
๙. สรุปบทเรียน

ดังภาพตัวอย่างภาพที่ ๒ และ ๓ ต่อไปนี้ ........................

 วาดรูปอย่างมีส่วนร่วม  เพื่อสำรวจและเรียนรู้ชุมชนจากประสบการณ์

                                 ภาพที่ ๒ สำรวจและเรียนรู้ชุมชนจากประสบการณ์ : การวาดรูปเป็นกลุ่ม เมื่อแบ่งกลุ่มย่อยและทำงานกลุ่มตามขั้นตอน ๓-๗ เพื่อเป็นเครื่องมือเรียนรู้และวิธีวิเคราะห์ความเป็นชุมชนมิติต่างๆจากประสบการณ์ของสมาชิกชุมชนที่เข้าร่วมเวทีกิจกรรม  โจทย์และคำถามที่ ๑ : ชุมชนพุทธมณฑล มีสิ่งดีอะไรที่ทำให้มีสุขภาวะ และอยู่ตรงไหนบ้าง ? แล้วให้สมาชิกในกลุ่มร่วมกันวาดออกมาเป็นภาพชุมชน

 ร่วมกันวาดต่อเติม  สุขภาวะสังคมและชุมชนที่พึงประสงค์

                                 ภาพที่ ๓ ต่อเติมการร่วมสร้างสุขภาวะสังคมชุมชนอันพึงประสงค์ : ร่วมกันต่อเติมภาพที่วาดขึ้นรอบแรกภาพที่ ๑ เพื่อเรียนรู้ความเป็นเจ้าของชุมชนและร่วมกันสร้างวิสัยทัศน์ต่อชุมชน โจทย์และคำถามที่ ๒ : หากทุกคนต้องการทำให้ชุมชนพุทธมณฑล ยิ่งมีสุขภาวะที่ยั่งยืน เด็กๆได้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมพัฒนาด้วยตนเองอย่างเต็มที่ จะต้องทำสิ่งใดขึ้นมาอีกบ้าง ? แล้วให้สมาชิกในกลุ่มร่วมกันวาดออกมาเป็นภาพชุมชนในความคาดหวังและแนวคิดในการพัฒนาสุขภาวะที่พึงประสงค์ร่วมกัน

                         ภาพที่ ๔ หลังจากระดมความคิด วาดรูปชุมชนในกลุ่มย่อย และนำเสนอเพื่อเรียนรู้ด้วยกันในเวทีรวมแล้ว รูปภาพและผลงานกิจกรรมศิลปะที่เป็นเครื่องมือจัดการความรู้และสร้างกระบวนการเรียนรู้จากการทำงานเป็นกลุ่ม ควรติดตั้งและจัดแสดงให้เป็นสภาพแวดล้อมของเวทีเรียนรู้ ทำให้มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงานด้วยกันมากยิ่งๆขึ้น

 เคล็ดวิชากระบวนกร  Facilitators Tip 

๑. ฝึกฝนตนเอง เพื่อเลือกวัสดุเครื่องเขียน โดยเฉพาะกระดาษและสีให้สอดคล้องกับความถนัด นำกิจกรรมด้วยความเป็นธรรมชาติตนเองให้มากที่สุด ผ่อนคลาย ลดความกังวล สื่อสะท้อนพลังที่ออกมาจากจิตใจ จริงใจ
๒. เดินกระตุ้นการคิดและการทำงานให้สนุก ส่งเสริมกำลังใจ ให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มย่อยได้วาดความคิดตนเองออกมา
๓. เตรียมกิจกรรมสร้างความตื่นตัวสอดแทรกระหว่างกิจกรรมต่างๆอยู่เสมอ

  การสะท้อนการเรียนรู้ เสริมวิชาการ และสรุปบทเรียน 

วิทยากรจัดโอกาสให้เวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสะท้อนทรรศนะ สิ่งที่เกิดการเรียนรู้ แนวคิดในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและในสถานการณ์อื่นๆ จุดอ่อน จุดแข็ง ข้อจำกัดและความคิดเห็นในการปรับปรุงแก้ไข การสะท้อนทรรศนะต่อชุมชนและการรับรู้ต่อประเด็นสังคม การสะท้อนทรรศนะต่อการพัฒนาทักษะตนเองในการทำงานกับผู้อื่น การพัฒนาความเข้าใจตนเอง การพัฒนาความสามารถในการสื่อสารและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ การได้ประสบการณ์ในการคิดและแสดงออก การได้เรียนรู้ชุมชน เรียนรู้ผู้อื่น และการได้เพิ่มพูนประสบการณ์มากขึ้นต่อความเป็นกลุ่มก้อนและชุมชน

จากนั้น สิ่งที่ควรทำอยู่เสมอก็คือ การสร้างโอกาสให้เวทีได้มีความงอกงามทางการเรียนรู้สิ่งใหม่ที่เชื่อมโยงขึ้นจากพื้นฐานประสบการณ์เพื่อกลับออกไปดำเนินชีวิตและนำเอาสิ่งที่ได้รับไปประยุกต์ใช้เพื่อพึ่งตนเองในการแก้ปัญหาและมีส่วนร่วมในการพัฒนาที่เป็นความริเริ่มด้วยตนเองได้มากยิ่งๆขึ้นอยู่เสมอ โดยเสริมความรู้เกี่ยวกับการรวมกลุ่มกับการพัฒนาความเป็นพลเมืองและการปฏิรูปการเรียนรู้ทางสังคมในประเด็นที่เป็นความสนใจของชุมชนนั้นๆ.