สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ทุกคนต้องตระหนักก็คือว่า การถามของพวกเขาเหล่านั้น เป็นหนึ่งในพัฒนาการของการเจริญเติบโต

เจ้าหนูจำไม

พ่อแม่หลายๆคนที่มีลูกอยู่ในช่วงอายุสามถึงสิบปี คงจะรับรู้ได้ถึงความน่ารักของเด็กในวัยนี้ เพราะว่าเจ้าตัวเล็กทั้งหลายกำลังโตวันโตคืน กินเก่งนอนหลับ(ประโยคนี้มียกเว้นได้) หลายคนยังคงเป็นปลื้มกับสิ่งที่เขาเหล่านั้นได้แสดงออกถึงพฤติกรรมใหม่ๆ บางคนถึงกับขนาดต้องเขียนลงไว้ในบันทึกส่วนตัวของลูกก็มี ไม่ว่าจะเป็น "การไปโรงเรียนวันแรกของหนู" "ฉลองครบรอบวันเกิดสามปี" (จริงๆแล้วก็บันทึกไว้ว่า ครบรอบสองปี หนึ่งปี หกเดือน หนึ่งเดือน ขึ้นอยู่กับความเห่อส่วนบุคคล) เด็กในช่วงวัยนี้จะมีความน่ารัก ทั้งรูปร่างสรีระและพฤติกรรมที่เขากำลังพัฒนาความเป็นตัวตนขึ้นมา ส่วนหนึ่งของผลจากพัฒนาการเหล่านี้นี่เอง ที่ทำให้พวกเขาเหล่านั้นกลายเป็นเด็กที่ช่างซักช่างถาม ช่างสงสัยไปเสียทุกเรื่อง แรกๆก็น่าภูมิใจยิ่งนักที่ลูกรักของเราช่างสงสัย ถามเก่ง เลยลงบันทึกประจำตัวลูกไปอีกแล้วว่า สงสัยโตขึ้นคงจะได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ (ผู้ยิ่งใหญ่) นานไปเข้า ความภูมิใจต่างๆก็ค่อยๆลดลงไปทุกที เลยพาลสงสัยในใจไปว่า มันสงสัยอะไรกันนักหนา(วะ) ไม่ว่าจะ "ทำไมต้องเป็นสีเขียวล่ะพ่อ" "กรุงเทพที่ไหนคะ" "จรวดขึ้นไปในอวกาศที่ไหนคะ" ทำไมต้องอย่างนี้ ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น เธอถามได้ทั้งวันถ้ามีประเด็น วันหนึ่งขณะกลับบ้านด้วยกัน แม่เจ้าประคุณทูนหัวเอ่ยปากถามขึ้นมาว่า "คนเรามาจากไหนกันล่ะพ่อ" แว๊บแรกในใจคือ หัวใจพองโต ดีใจที่ลูกสาววัยเกือบสามขวบตั้งคำถามได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ความรู้สึกต่อมาก็คือ ตายล่ะหวา จะตอบมันยังไงดี คิดไปคิดมาก็ตอบอย่างใจเย็นว่า "ก็เกิดมาเพราะมีพ่อและแม่ยังไงครับลูก" แล้วรีบภาวนาว่า หายสงสัยเถอะนะ อย่าถามเรื่องนี้ต่อเลย เจ้าประคู๊น

สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ทุกคนต้องตระหนักก็คือว่า การถามของพวกเขาเหล่านั้น เป็นหนึ่งในพัฒนาการของการเจริญเติบโต เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจ การพัฒนาความเป็นตัวตนของเด็กๆ พ่อแม่ต้องเข้าใจและมีหน้าที่ดูแล ไขข้อข้องใจต่างๆของลูกตราบเท่าที่เราจะสามารถทำได้ สิ่งใดที่รู้ก็พยายามตอบให้เขาเข้าใจตามวัย สิ่งใดไม่รู้ก็อย่าพยายามถูไถ สู้ยอมรับไปเลยว่าเราก็ไม่ทราบเหมือนกัน อย่าได้แสดงความหงุดหงิดที่ลูกพยายามถามแล้วถามอีก เหมือนไม่มีที่สิ้นสุด เพราะหากเขาเข้าใจว่า การที่เขาถามแล้วทำให้พ่อแม่โกรธ เขาก็จะไม่เข้าใจเลยว่าทำไม? จะกลายเป็นว่า เราไปขัดขวางพัฒนาการทางด้านความรู้จักคิด จินตนาการ และการแสดงออกของลูก โตขึ้นไปเขาจะไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าคิดและไม่กล้าแสดงออก