สังข์ทอง VS อเล็กซานเดอร์

          ช่วงนี้บ้านผมติดละครเรื่องหนึ่ง สังข์ทอง คือหนังเรื่องนั้นครับ

            ละครเรื่องนี้ผมดูตั้งแต่เรียนหนังสืออยู่ชั้นประถม ชอบทั้งหนัง ชอบทั้งเพลง สังข์ทองลูกแม่ งามแท้พ่อคุณ... ยังจำได้ และร้องเป็น เนื่องจากอ่านเนื้อร้องบนซองขนมอบกรอบ กาก้า ซองละ 2 บาท จำได้ขึ้นใจ สักราวๆปี พ.ศ. 2525-26 ก็ชักเลือนๆไปแล้ว แถมด้วยการอ่านหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยเพิ่มเติมอีกต่างหาก สมัยนั้นมีหนังไทยจักรๆวงศ์ๆ ที่ผมติดแจอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น สิงหไกรภพ สี่ยอดกุมาร เทพสามฤดู (ไม่ใช่ระดูนะครับ) ทั้ง 4 เรื่องนี้อยู่ในใจผมมาตลอดเลยครับจนปีพ.ศ.นี้ พ.ศ. 2551 ก็มีสังข์ทองอีกครั้ง ผมจึงต้องหยุดดูด้วยประการฉะนี้ แต่ต่างกันที่คราวนี้ผมมีลูกสาวตัวเล็กๆอีก 2 คนร่วมดูอยู่ด้วย คนหนึ่ง 7 ขวบ อีกคนหนึ่ง 2 ขวบครึ่ง ดังนั้นเวลาดูก็จะต้องคอยตอบคำถามของแม่คุณทั้งสองอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น เมื่อไหร่จะถอดหัวเงาะล่ะพ่อจ๋า”“ทำไมเป็นสีทอง”“ทำไมต้องมียักษ์ แล้วโลกนี้มียักษ์จริงๆไหมพ่อ”“แล้วเงาะป่าจะจับปลาได้ไหม ฯลฯ ๆๆๆ (หมายความว่า ถูกถามเยอะจริงๆ บางทีไม่ได้ดูหนังเลยครับ)

            ปัญหาจากการดูหนังย้อนยุคตอนแก่ของผมก็มีบ้าง ทั้งนี้เป็นเพราะเราอยากดูแบบเก่าๆ แบบเดิมๆ ประสาคนแก่ๆนั่นแหละ และประเด็นมันก็อยู่ที่ตรงนี้นี่เองครับ

            ภาษาวิบัติ

            ถ้าหากลองตั้งใจฟังดีๆนั้น เราจะรู้สึกว่า ภาษาที่ตัวละครพูดออกมานั้น หลายๆครั้งมันเป็นภาษาปัจจุบันทันสมัยวัยรุ่นจ๋า ตอนแรกๆก็ไม่สนใจหรอกครับ แต่เมื่อตอนที่แม่คุณรจนาจะต้องเลือกคู่นั้น เธอไม่ยอมเสี่ยงพวงมาลัยออกไป ลูกรู้สึกว่า มันไม่ใช่เพคะเสด็จแม่ เธอกำลังบอกเสด็จแม่ของเธอว่า คนเหล่านี้ไม่ใช่เนื้อคู่ของเธอ โอ้โฮ มันไม่ใช่ มันไม่ใช่ ภาษาแบบนี้ ไม่ใช่หนังไทยแน่ๆเลยครับ

            ในบทประพันธ์นั้น กล่าวกันว่า ตอนที่ลูกสาวท้าวสามนต้องเลือกคู่นั้น เป็นช่วงที่คำกลอนเขียนไว้ได้ไพเราะที่สุด แต่บทละครตอนนี้กลับเป็นเพลงอะไรก็ไม่รู้ น่าเสียดายเป็นที่สุด น่าเสียดายความเป็นไทยสมัยนี้เสียจริงๆ

            รสนิยมทางเพศ

            ตอนนี้เรื่องราวกำลังเมามัน เพราะว่ารจนาและเจ้าเงาะกำลังถูกขับไล่ให้ไปอยู่ที่กระท่อมปลายนา และเจ้าเงาะนั้นก็ถูกกลั่นแกล้งจากราชบุตรเขยคนอื่นๆ ซึ่งตอนนี้ไม่มีเมื่อสมัยก่อนนู้น และไม่แน่ใจว่าอยู่ในเค้าโครงเรื่องเก่าหรือไม่ แต่นั่นก็พอจะทำใจได้ เพราะหนังไทยยืดเรื่องเก่งมากๆ บางครั้งก็มากไปจนน่ารำคาญ แต่เรื่องของเรื่องมันไม่ได้อยู่ที่การยืดยาดอะไรเทือกนี้หรอก ปัญหามันอยู่ที่ว่า ตอนนี้เขยหนึ่งกับเขยจีนกำลังแอบไปแกล้งเจ้าเงาะอยู่นะสิ เวลาไปต้องแอบไปตอนกลางคืน ไปกันสองคน แอบไปกันจนเมียทั้ง 2 เริ่มสงสัยว่าพระสวามีตัวเองหายไปไหน ว่าแล้วก็คิดกันไปไกล สงวัยว่าราชบุตรเขยทั้งคู่มีอะไรกัน เขาเป็นพวกรักเพศเดียวกัน ว่าไปนู่น อันนี้ไม่น่าให้อภัย เพราะฉีกออกจากเค้าโครงเรื่องเก่าไปอย่างแรงยิ่ง (ภาษาใต้บ้านผมเองครับ ขออภัย) คิดได้อย่างไรเนี่ย ลูกสาวท้าวสามนคิดว่าพระสวามีทั้งคู่เป็นเกย์ โอ้มายก๊อด!! หนังไทยโบราณมีเกย์ด้วย หรือว่าเรื่องนี้ไม่ได้ถูกแต่งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 หรือว่าสมัยนั้น บ้านเราเมืองเรามีเกย์กันจนเป็นที่ยอมรับแล้ว หรือว่าอยู่ในสมัยเดียวกับพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ซึ่งท่านเป็นชายรักเพศเดียวกัน หรือว่าการร่วมเพศเดียวกันนั้นเป็นของสูง โอย..สุดจะคิดกับหนังไทยบ้านเรา

            จะว่าไปแล้ว ผมนี่เป็นพวกสนับสนุนการทำตามใจตัวเองอยู่แล้ว ใครใคร่เกย์ใคร่ ใครใคร่หญิงใคร่ เพราะเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล sexual orientation เป็นเรื่องความชอบ รสนิยมของส่วนบุคคล ผมเคารพในการตัดสินใจหรือรสนิยมของปัจเจกอยู่แล้ว แต่นี่เป็นละครที่เอามาจากเค้าโครงเรื่องเดิม เรื่องไทยๆ ซึ่งตอนนั้นสังคมไทยอาจจะไม่รู้จักเกย์ (แต่น่าจะมีเกย์) ซะด้วยซ้ำ น่าเสียดายจริงๆ

            กลายเป็นว่าต้องมานั่งตอบคำถามลูกสาวอีกแล้ว ว่าพระพี่นางคนนี้โกรธทำไม ฮ่า ฮ่า พ่อมันเลยตอบไปว่า เขากลัวว่าสามีเขาไปรักกับสามีของพระพี่นางอีกองค์น่ะลูก แต่นั่นแหละ ลูกสาวคนโตผมรู้จักเรื่องนี้ครับ เขารู้จักเกย์ รู้จักตุ๊ดเรียบร้อยโรงเรียนเพศของพ่อมันแล้ว เลยไม่ลำบากผมเท่าไหร่นัก แล้วลูกคนอื่นเข้าใจแล้วหรือยังเอ่ย ? ละครเรื่องนี้ต้องติดป้ายว่า สำหรับอายุ 14 ปีขึ้นไป ครับ (ฮา)