สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
note by wwibul
อ่าน: 344
พรวนบทความตัวเอง ด้านการเงิน

มุมมองด้านการเงินของผม แตกแขนงจากมิติทางสังคม

คือ มีบทเรียนว่า สังคมง่อนแง่น นำสู่ วิกฤติการเงิน (ตัวอย่าง: ซิมบับเว)

และ ปัญหาการเงินรากเน่า จะนำสู่ วิกฤติสังคม (ตัวอย่าง: นาซีเยอรมัน, การเปลี่ยนแปลงการปกครองของรัสเซียและจีน)

หวังเข้าใจสังคม โดยไม่ต้องดูบริบททางการเงินมหภาค เป็นเรื่องที่เพ้อฝันไปหน่อย

ด้านลบ เงิน สร้างปัญหา

แต่ในด้านบวก การจัดการการเงินอย่างลงตัวจากระดับจุลภาค ขยายไปสู่ชุมชน ขยายไปสู่ระดับชาติ จะทำให้สังคมเข้มแข็ง

ไม่ใช่เข้มแข็งเพราะมีเงิน

แต่เข้มแข็งเพราะพึ่งตัวเองได้ พึ่งตัวเองเป็น

การเงิน เป็นเสาค้ำสังคมเสาหนึ่ง ที่จะมีส่วนกำหนดว่า สังคม จะอยู่รอดหรือไม่ ในระยะยาว

มองไปข้างหน้า วิกฤติประชากรศาสตร์ จะต้องทำให้เราต้องกลับมาทบทวนวิถีชีวิต จุดยืน และ วิธีการ ในมิติต่าง ๆ เพื่อเตรียมการรับมือ ทั้งในระดับปัจเจกบุคคล คือ ตัวเราเอง และในระดับใหญ่กว่านั้น คือ ทั้งชุมชน หรือ ทั้งสังคม

  • มิติการศึกษา
  • มิติสังคม & การเมือง 
  • มิติการเงิน
  • มิติสุขภาพ
  • มิติการจัดการชีวิตอย่างสมดุล

ส่วนที่ผมมองว่า อยู่ในวิสัยที่น่าจะจัดการได้ "ง่ายที่สุด" คือ มิติการเงิน โดยเฉพาะระดับปัจเจกบุคคล คือ ตัวเราเอง

ขณะเดียวกัน มีปัญหาระดับใหญ่ มา "ผสมโลง" สมทบอยู่หลายเรื่อง

เช่น

  • ปัญหาอำนาจเหนือตลาดของระบบการค้าผูกขาด ซึ่งจะทำให้ความสามารถการเป็นผู้ประกอบการระดับสังคม ค่อย ๆ อ่อนเปลี้ยลง โดยแรงต้านทาน ใกล้เคียงศูนย์

เหมือนสัตว์กินหญ้าท้องทุ่ง อยู่ ๆ มีสัตว์นักล่าจากถิ่นอื่นหลุดมาเป็นฝูงใหญ่มาอยู่ร่วม ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะเกิดการ "ทำลายล้างอย่างสร้างสรรค์" เพื่อปรับภูมิทัศน์สังคม

ใครถูกทำลาย ? ใครสร้างสรรค์ ? สร้างสรรค์เพื่อใคร ?

หลายปีก่อน หอยโข่ง ยังมีมากมายในทุ่งนาภาคใต้ ปัจจุบัน หอยเชอรี่เข้ามาเทคโอเวอร์กิจการ เพราะหอยพื้นถิ่น ไม่สามารถปรับตัวแข่งขันหอยแปลกหน้าได้ เราจะนับว่านี่เป็นกรณีตัวอย่างของการทำลายล้างอย่างสร้างสรรค์เพื่อปรับภูมิทัศน์สังคมหรือไม่ ?

 

  • ปัญหาเรื่องความเปราะบางทางเศรษฐกิจระดับโลก การเคลื่อนย้ายทุนเก็งกำไร ที่สเกลใหญ่จนขยับแต่ละที ประเทศกระเทือน

 

  • ปัญหานิสัยการใช้จ่ายแบบไม่สมดุลกับรายรับ (หาเงินได้น้อย อยู่ลำบาก หาเงินได้มาก ก็ชอบแส่หาความลำบาก)

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนิสัยเก่ากำเริบ สันดานแท้ยากกลับกลาย การเขียนเรื่องคณิตศาสตร์การเงิน ผมใช้สไตล์การเขียน "เอามันส์" คือไม่ได้เกรงอกเกรงใจว่าใครจะอ่านรู้เรื่องไหม

สารภาพ เพื่อขออภัยไว้ ณ ที่นี้

 

ส่วนหนึ่ง เป็นการพยายามทำความเข้าใจสติปัญญาคนยุคเก่า ในมุมมองที่อธิบายได้ทางคณิตศาสตร์ (เช่น เราไม่ควรเก็บไข่ทั้งหมดในตะกร้าใบเดียว การทำสวนสมรม การพนันเป็นอบายมุข ฯลฯ) โดยพยายามไม่อิงตำรา ซึ่งบางอย่าง อาจด้อยกว่าตำรามาก แต่บางอย่าง ก็มีเรื่องน่าสนใจให้คนเขียนตำราได้พิจารณา

แต่เขียนทั้งหมดจากใจจริงครับ ในสิ่งที่ผมเห็น ในสิ่งผมเชื่อ

หัวข้อนี้ คิดว่า คงยังมีต่ออีกยาว...

 

ปัญหาสังคม กับ ปัญหาการเงิน

เมื่อสังคมล่มสลาย: กรณีศึกษา Zimbabwe

บทเรียนประวัติศาสตร์ เล่าถึงที่มาของ "แบ๊งค์กงเต๊ก" ผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยวทางสังคมวิทยา

ข้อสังเกตเรื่องแชร์ลูกโซ่

บทเรียนเรื่องเงิน ผ่านเส้นทางคดเคี้ยวในใจคน ก่อนจบที่กองขยะ

ตามแห่

บทเรียนเรื่องกระบวนคิด ผ่านเส้นทางคดเคี้ยวชีวิตประจำวัน ก่อนจบที่ลานประหาร

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

เชื่อหรือไม่ เปลือกต้นไม้ นอกจากจะใช้เป็นยา ยังสามารถใช้วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานได้ ?

เงินร้อนท่วมเอเชีย

เคมีกับปัญหาความยากจน

 

คณิตศาสตร์การเงิน 

คณิตศาสตร์การเงิน: โลกเรขาคณิต

คณิตศาสตร์การเงิน: ความเสื่อม

คณิตศาสตร์การเงิน: การเติบโต

คณิตศาสตร์การเงิน: เงินเฟ้อระยะยาวของประเทศไทยเป็นเท่าไหร่ ?

คณิตศาสตร์การเงิน: การลงทุนกับสังคมชราภาพ

คณิตศาสตร์การเงิน: การเก็บออมสำหรับคนวัยทำงาน

คณิตศาสตร์การเงิน: การพนันเป็น negative-sum game

คณิตศาสตร์การเงิน: การกระจายความเสี่ยง ภาคสมการ

คณิตศาสตร์การเงิน: การกระจายความเสี่ยง-จำลองสถานการณ์

คณิตศาสตร์การเงิน: การกระจายความเสี่ยง - กรณีศึกษา

คณิตศาสตร์การเงิน: ทำไมการลงทุนจึงมีความเสี่ยงและควรมีระยะเวลาที่ยาวนาน ... อธิบายโดยการทำ stochastic simulation

คณิตศาสตร์การเงิน: หนี้ดี-หนี้เลว

คณิตศาสตร์การเงิน: ทำไมออมก่อนจึงรวยกว่า ? (1)

คณิตศาสตร์การเงิน: ทำไมออมก่อนจึงรวยกว่า ? (2)

คณิตศาสตร์การเงิน: ทำไม "เต่า" จึงชนะ "กระต่าย"

คณิตศาสตร์การเงิน: การประกันความเสี่ยงสุขภาพ

 

 

ปัญหาอำนาจเหนือตลาด

ทำไมห้างนอกจึงนิยมบุกไทย

ภูเขาน้ำแข็ง โชวห่วย และห้างยักษ์

ห้างค้าปลีกต้นทุนศูนย์ เป็นไปได้หรือไม่ ?

เรียนรู้ปัญหาค้าปลีก-ค้าส่งไทย ผ่าน Citizen Report

อนาคตร้านยาในไทย

 

ระดับมหภาค

น้ำขึ้น-น้ำลงของธนาภิวัฒน์

บทวิเคราะห์ทิศทางตลาดทุนโลก 2007

เมื่อเงินหนึ่งบาท เป็นมากกว่าเงินหนึ่งบาท

เงินสะพัด...กับ GDP

คณิตศาสตร์การเงิน: ปรากฎการณ์ "หนี้ต่อทุน"

ราคาของคุณภาพ

คณิตศาสตร์การเงิน: การประกันความเสี่ยงสุขภาพ

 

ระดับปัจเจกบุคคล

คุณไม่จำเป็นต้องฉลาดที่สุด...

การลงทุนเพื่อสุขภาพหลายมิติ

คณิตศาสตร์การเงิน: สี่ปีของการอ่านหนังสือ "(จะเลือก) เงินหรือชีวิต"

ประกันล้นพ้นตัว

โฆษณาจุดไข่ปลา...ศาสตร์การล้วงกระเป๋าขั้นสูง 

ลปรร เรื่องการประหยัดน้ำมันรถ (อยู่นอก gotoknow)

 

สร้าง: อา. 13 ม.ค. 2551 @ 12:51   แก้ไข: พ. 23 ม.ค. 2551 @ 11:17   ขนาด: 15974 ไบต์
ความคิดเห็น
P
1. Sasinand
เมื่อ พ. 23 ม.ค. 2551 @ 10:02
525610 [ลบ]

สวัสดีค่ะ

 การเขียนเรื่องคณิตศาสตร์การเงิน ผมใช้สไตล์การเขียน "เอามันส์" คือไม่ได้เกรงอกเกรงใจว่าใครจะอ่านรู้เรื่องไหม

ดีจังค่ะ เมื่ออ่านพบข้อความนี้ บางครั้งคนเรา ก็มีความสุขกับการเขียนอะไรๆ ที่หลายคนอาจไม่ค่อยสนใจนัก แต่ก็อยากเขียน.....

ดิฉัน ชอบอ่าน และจะเข้ามาอ่านค่ะ เพราะ บังเอิญว่า คนในครอบครัว ทำเรื่องการเงินอยู่ และมีการคุยกันบ่อยในเรื่องทั่วๆไป ไม่ลงลึกเพราะ คนทำงานการเงิน จะเก็บความลับเก่ง ให้คนอื่นรู้ได้เท่าที่ให้ได้ แต่ถ้าเป็นความลับ ไม่มีทางที่จะบอกใคร และเราก็จะไม่ถามเขาด้วยแน่นอน

เลยมีความรูสึกคุ้นเคยกับสิ่งที่คุณวิบุลเขียนค่ะ

เงินเป็นสิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่งในชีวิต แต่ไม่ใช่สำคัญที่สุด

แต่ถ้า   มีเงินน้อยไป ชีวิต ลำบาก การจัดการการเงินอย่างลงตัว เป็นสิ่งสำคัญมาก

เงิน ได้กลายเป็น "หนามยอกอก" ที่ทิ่มแทงคนหลายคน จนบางคนต้องล้มหายตายจากไปทั้งที่ยังมีลมหายใจอยู่ดังที่ได้เห็นกันอยู่เนืองๆ

การมีฐานะมั่นคงจากการใช้แรงงานของตนเองตลอดชีวิต ถึงแม้จะเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง

แต่ก็เป็นศิลปะที่มีหลักการบางอย่างเป็นตัวกำกับ การเข้าใจหลักการดังกล่าว จะช่วยให้ไม่เกิดสภาวะที่ทุ่มเททำงานหารายได้อย่างหนัก แต่ในบั้นปลายชีวิตก็ยังหาความมั่นคงทางการเงินไม่ได้  นะคะ

คนเรา  มีแนวโน้ม ที่จะใช้จ่ายเงินที่หามาได้อย่างตามใจตนเอง เพราะถือว่าเป็นสิ่งตอบแทนการทำงานที่เหน็ดเหนื่อย

จนละเลยที่จะเก็บเงินบางส่วนไว้เพื่อทำให้งอกเงยสำหรับอนาคตที่สุขสบายยิ่งขึ้น

ถ้า ไม่รู้จักการออม หรือรู้จักการทำให้เงิน งอกเงยขึ้น

เราจะไม่มีอนาคตที่จะมีชีวิตสุขสบายเมื่อพ้นวัยทำงานไปแล้ว

 

P
2. wwibul
เมื่อ พ. 23 ม.ค. 2551 @ 11:31
525664 [ลบ]

สวัสดีครับ พี่Sasinanda

 

  • ผมเคยอ่านเจอ ไม่แน่ใจว่าเป็นคำสอนคนจีน หรือของคนยิว

"หาเงินได้ มิสู้ ใช้เงินเป็น"

  • ผมถือว่า เป็น สุดยอดของคำสั่งสอน 
  • คือเขามองว่า เรื่องเกี่ยวกับการเงินมีสองฟาก
  • คือฟาก หาเงินได้ กับฟาก ใช้เงินเป็น
  • คนทั่วไป มักเข้าใจเอาว่า เรื่องเงิน มีแค่ข้อแรก
  • แถมยังตีความว่า "ใช้เงินเป็น=การจ่ายเงิน"
  • หรือที่โหดหน่อย ก็จะเป็น "ใช้เงินเป็น=ใช้เงินฟาดหัว เพื่อถางทาง"
  • แต่จุดตายของคน มักอยู่ในข้อหลัง
  • ทำให้เป็นบ่อเกิดของนิสัย "งก ๆ เค็ม ๆ" (คำของท่าน คนไร้กรอบ) ทำให้ "เงินเป็นนาย"
  • เข้าใจทั้งสองฟาก ชีวิตจะสมดุล
  • แต่ฟากที่สอง เป็นเรื่องที่ยากมาก ๆๆๆ
  • ผมเข้าใจโดยเหตุผล ผ่านคณิตศาสตร์ แล้วมาลองปรับใช้กับตัวเอง บางคน ผ่านการเรียนรู้จากชีวิตจริง ก็ทุ่นแรงไปได้เยอะ
  • ฟากที่สอง มีเรื่องลึกล้ำอีกมากครับ ที่ผมยังหยั่งไม่ถึง รออ่านคนอื่นเขียนครับ...

 

P

ผมอยากทราบว่าเงินมาจากอะไรครับ

ถ้ามีประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้น เงินจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรด้วยหรือเปล่าครับ เพราะเหตุใด

แล้วถ้าไม่มีสถาบันการเงินจะเป็นอย่างไรครับ

 

 

 

P
4. wwibul
เมื่อ พ. 23 ม.ค. 2551 @ 14:25
525781 [ลบ]

สวัสดีครับ ท่าน ว่าที่ ร.ต. วุฒิชัย สังข์พงษ์

 

  • คำถาม ยากไปมาก ๆ สำหรับผมครับ
  • คำตอบลึก ๆ ผมเสนอให้ลองไปถามที่บล็อก เศรษฐศาสตร์เพื่อชีวิต - ปัทมาวดี โพชนุกูล ซูซูกิ ดูนะครับ
  • ถ้าจะขอลองตอบ... 
  • โดยตอบตามมุมมองส่วนตัว ไม่อิงหลักวิชาการใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งผมไม่สนใจว่าจะถูกหรือผิด และแน่ใจว่า คงจะผิดมากกว่าถูก ก็จะเป็นดังนี้ครับ

 

เงินคืออะไร

เงิน คือ สื่อกลางแลกเปลี่ยนข้อมูล เวลา พลังงาน สถานที่ ความเชื่อมั่น ที่คนสร้างขึ้น ให้ใช้ระหว่างกัน

เงิน จึงเป็น กิจกรรมการสื่อสาร แต่ไม่ใช่การสื่อสารปรกติ เป็นการสื่อสารนามธรรมที่อยู่อีกระนาบหนึ่ง ที่ควรให้นักเศรษฐศาสตร์มาอธิบาย เพราะอธิบายยากจริง ๆ

เช่น เบี้ยกุดชุม ก็เป็นเงินประเภทหนึ่ง

แต้มบัตร ที่ได้จากการรูดจู๊ด เอ๊ย รูดปึ้ด ก็เป็นเงินประเภทหนึ่ง

ความเชื่อมั่น ก็เป็นเงินประเภทหนึ่ง

ซิมบับเว มีซิมบับเวดอลลาร์แบบธนบัตรสิบล้านเหรียญให้คนใช้กัน เพราะฉบับที่ตัวเลขน้อยกว่านั้น คนไม่เชื่อมั่นแล้ว

ทอง เป็นเงินประเภทหนึ่ง

เพราะความเชื่อมั่นในทอง เพิ่มขึ้นเร็วกว่าเงิน 

 

เงินเพิ่มตามประชากรไหม

การสื่อสาร เป็นกิจกรรมที่เพิ่มตามจำนวนคน แม้จะไม่เสมอไป

ผมจึงเชื่อว่า เงิน เพิ่มขึ้นตามประชากร

 

สถาบันการเงินต้องมีไหม 

สถาบันการเงิน เป็นระบบการจัดการ ของเงิน

ยังไงก็ต้องมีอยู่แล้วครับ เพราะถ้าไม่มีระบบจัดการ เงินก็อยู่ไม่ได้ และถ้าถึงจุดนั้น สังคมก็อยู่ไม่ได้ด้วยเช่นกัน เพราะถ้าไม่มีการสื่อสารระหว่างกัน นั่นก็ไม่ใช่สังคมแล้ว

 

P
5. Sasinand
เมื่อ พ. 23 ม.ค. 2551 @ 15:19
525828 [ลบ]

ขออนุญาตแนะนำเพิ่มค่ะ

เราไปเรียนรู้เรื่อง ระบบสถาบันการเงิน ค้นข้อมูลได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยค่ะ

ถ้าต้องการรู้ ตั้งแต่เริ่มมีระบบการเงินเลย  ต้องไปดูที่พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยค่ะ

ระบบสถาบันการเงินฉบับปัจจุบัน  มีเนื้อหาและวัตถุประสงค์ที่ไม่ทะเยอทะยานมากเหมือนฉบับก่อนๆ

 เปิดโอกาสให้ขอใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์รายย่อย ที่เน้นบริการทางการเงินแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และลูกค้ากลุ่มรายได้ต่ำ

และยังมี การเพิ่มบทบาทของสาขาธนาคารต่างชาติในประเทศไทยด้วยค่ะ

P
6. wwibul
เมื่อ พ. 23 ม.ค. 2551 @ 15:37
525858 [ลบ]

สวัสดีครับ พี่ Sasinanda  

  • ขอบคุณครับ

 

"การมีฐานะมั่นคงจากการใช้แรงงานของตนเองตลอดชีวิต ถึงแม้จะเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง แต่ก็เป็นศิลปะที่มีหลักการบางอย่างเป็นตัวกำกับ การเข้าใจหลักการดังกล่าว จะช่วยให้ไม่เกิดสภาวะที่ทุ่มเททำงานหารายได้อย่างหนัก แต่ในบั้นปลายชีวิตก็ยังหาความมั่นคงทางการเงินไม่ได้..."

  • ประเด็นนี้ เป็นเรื่องที่เหมือนเส้นผมบังภูเขา
  • หาเรื่องเล่าดี ๆ ยาก
  • success story ไม่ค่อยมี แต่เห็น failure story มาบ้าง
  • ผมเข้าใจด้วยเหตุและผล แต่ตัวเองไม่มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจ เพราะประสบการณ์ตรง มีไม่มากพอ ทำได้เพียงแต่อนุมานจาก failure story ของคนอื่น
  • อยากฟังประสบการณ์ของท่านอื่น ๆ เหมือนกันครับ
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
สัพเพเหระ บันทึกเรื่องเบา ๆ เรื่องไร้สาระ บันทึกผ่อนคลายอารมณ์ บันทึกเรื่องตลกขบขัน บันทึกโรแมนติก บันทึกบันเทิงใจแกมไร้สาระ ก็พอจะมีอยู่บ้างนิดหน่อย พอเป็นน้ำจิ้ม ที่เหลือ มักจะหนัก ถึงหนักมาก