การวิจัยในชั้นเรียน :แนวทางสู่การเป็นครูมืออาชีพ ผู้เขียนได้กำหนดหัวข้อในการนำเสนอดังต่อไปนี้1. ความหมายของการวิจัยในชั้นเรียน 2. หลักการวิจัยในชั้นเรียน 3. รูปแบบของการวิจัยในชั้นเรียน 4. ประโยชน์ของการวิจัยในชั้นเรียน

1. ความหมายของการวิจัยในชั้นเรียน
การวิจัยในชั้นเรียนผู้คิดคือ 
Kurt  Lewin  เป็นนักจิตวิทยาทางสังคม  ต่อมา  Stephen    Corey  แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย  รัฐนิวยอร์กเป็นผู้ประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนในชั้นเรียน

 พระธรรมปิฏก  ( ป.อ. ปยุตโต  2542  :  3)  ให้ความหมายของการวิจัยไว้ว่าเป็นลักษณะหนึ่งของการใชัปัญญาพร้อมทั้งเป็นการทำให้เกิดปัญญาหรือทำให้ปัญญาพัฒนาขึ้นจุดสำคัญของการวิจัยก็คือ  การค้นหาความจริง  หาความจริงให้เจอซึ่งแบ่งได้เป็น  4  ระดับ  คือ

1.      ค้นหาความจริง

2.      ค้นหาสิ่งที่ดี  สิ่งที่ต้องการสิ่งที่เป็นประโยชน์

3.      ค้นหาหนทางที่จะทำให้ดี  และวิธีการที่จะทำให้ดี

4.      หาวิธีที่จะทำให้สำเร็จ

 เสริมศักดิ์  วิศาลาภรณ์  (  2539  :  183  )  กล่าวว่า  การวิจัยในชั้นเรียนมีเป้าหมายสำคัญคือ  พัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน เพราะเชื่อว่าถ้าครูใช้กิจกรรมการสอนที่ดีและเหมาะสมกับผู้เรียน  ย่อมทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูงขึ้น  และบรรลุเป้าหมายทางการพัฒนานักเรียน

 2.  หลักการวิจัยในชั้นเรียน
 ผู้เขียนมั่นใจว่าครูผู้สอนสามารถทำวิจัยในชั้นเรียนได้โดยทำวิจัยไปพร้อมกับการเรียนการสอน  เมื่อสิ้นปีการศึกษาครูผู้สอนก็จะมีงานวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนของโรงเรียนตน  ผลของการวิจัยในครั้งแรกอาจไม่สมบูรณ์แต่เมื่อทำวิจัยครั้งต่อไปครูผู้สอนก็จะมีประสบการณ์  มีความมั่นใจมากขึ้นผลของงานวิจัยจะสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น  ผู้เขียนอยากให้กำลังใจครูผู้สอนทุกท่านว่าการทำวิจัยในชั้นเรียนไม่ใช่เรื่องยากการวิจัยในชั้นเรียนมีหลักของการวิจัยดังนี้

 1.  หน้าที่หลักของครูคือการสอน (  Teaching  )  การวิจัยในชั้นเรียนของครูต้องไม่รบกวนเวลาสอนปกติ  ครูผู้สอนควรวางแผนในเรื่องของเวลาและมีความเต็มใจในการทำวิจัยในชั้นเรียนของตนเองครูผู้สอนต้องทุ่มเทให้กับการสอนอย่างเต็มที่  การทำวิจัยในชั้นเรียนเป็นการพัฒนาวิธีสอนของครูเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียน

  2. วิธีการรวบรวมข้อมูล  (จะกล่าวในบทต่อไป )

  วิธีการรวบรวมข้อมูลครูผู้สอนจะต้องใช้วิธีการรวบรวมข้อมูลที่เชื่อถือได้มีการวางแผนในการเก็บข้อมูลอย่างดี  ผู้เขียนเชื่อว่าครูผู้สอนมีการเขียนแผนการสอนอย่างดีอยู่แล้วเพียงแต่ครูผู้สอนใช้การสังเกตและบันทึกผลหลังการสอนจะเป็นข้อมูลให้แก่ครูผู้สอนและรู้ปัญหาต่างๆในชั้นเรียนของตนการเก็บรวบรวมข้อมูลไม่จำเป็นต้องใช้การเก็บข้อมูลที่ซับซ้อนและเสียเวลามาก  การวิเคราะห์ข้อมูลก็ใช้วิธีการง่ายๆเช่น ใช้การหาค่าเฉลี่ยเป็นต้น

3.  วิธีการ (Method) การที่จะนำมาใช้ในการวิจัยจะต้องเชื่อถือได้

  วิธีการที่จะนำมาใช้ในการวิจัยจะต้องเชื่อถือได้  พอที่จะให้ครูสามารถตั้งสมมุติฐานได้อย่างมั่นใจและสามารถพัฒนากลวิธีที่เหมาะสมกับสภาพชั้นเรียนได้  การจัดระเบียบวิธีการวิจัยเป็นสิ่งสำคัญ  ถึงแม้ว่าการวิจัยในชั้นเรียนจะถือว่าเป็นการฝึกปฏิบัติเป็นงานวิจัยขนาดเล็กและใช้ประโยชน์เพื่อปรับปรุงการสอนของครูผู้สอนแต่ละคนก็ตาม เพราะถ้ามีการเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนการตัดสินใจของครูผู้สอนควรตั้งอยู่บนข้อมูลที่เชื่อถือได้  มีความถูกต้องตามหลักวิชาการ

4. ปัญหาที่จะนำมาวิจัย  (Problem)

 ปัญหาที่จะนำมาวิจัยจะต้องเป็นปัญหาที่ครูผู้สอนต้องทุ่มเทเวลาอย่างเต็มที่และสามารถใช้พลังงานในโครงการวิจัยที่ตนเองสนใจอย่างแท้จริงและมีความสำคัญต่อการพัฒนาการเรียนการสอนของตน  ปัญหาที่จะนำมาวิจัยจะต้องเป็นปัญหาที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญเป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้  ถ้าครูผู้สอนเลือกปัญหาที่ซับซ้อนหรือเป็นปัญหาที่มีลักษณะไม่แน่นอนมากเกินไปก็จะทำให้การวิจัยในชั้นเรียนเกิดความล้มเหลวได้

 5. ครูผู้สอนที่ทำการวิจัยจะต้องให้ความสนใจเกี่ยวกับกระบวนการด้านจริยธรรมของงานวิจัยที่จะทำด้วย  (Ethics)

 ครูผู้สอนที่ทำวิจัยจะต้องทำหนังสือขออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาเช่น       ผู้อำนวยการโรงเรียนหรือหัวหน้าหน่วยงานเสียก่อน  เพื่อผู้บริหารจะได้เข้าใจและให้การสนับสนุน  นอกจากนี้ผู้เขียนมีความเห็นว่าการอ้างอิงเอกสารมีความสำคัญมากเป็นการให้ความเคารพแก่เจ้าของผลงานการวิจัยในชั้นเรียนจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับครูผู้สอน  ผู้เขียนพบว่ามีการคัดลอกผลงานการวิจัยในชั้นเรียน  ผู้เขียนคิดว่าการลอกผลงานกันไม่เป็นประโยชน์แก่ครูผู้ทำวิจัยแล้วยังเป็นเสมือนขยะทางวิชาการด้วย

 สรุปได้ว่าหลักการวิจัยในชั้นเรียนครูผู้ทำวิจัยจะต้องคำนึงถึงว่า หน้าที่หลักของครูคือการสอน  การรวบรวมข้อมูลมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ วิธีการที่จะนำมาใช้ในการวิจัยในชั้นเรียนจะต้องเชื่อถือได้  ปัญหาที่จะนำมาวิจัยต้องเป็นปัญหาที่มีความสำคัญ หลักข้อสุดท้ายคือทำวิจัยจะต้องให้ความสนใจเกี่ยวกับกระบวนการทางด้านจริยธรรมของงานวิจัยที่จะทำด้วย ต่อไปจะเป็นรูปแบบการวิจัยนะครับ

 

 ท่านใดมีความคิดเห็นเพิ่มเติมหรือมีความเห็นแตกต่างออกไป...ชี้แจงมาได้เลยครับผม..