จากกิจกรรมในบันทึกแรก ตอนบ่ายจะเป็นกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มที่ 2 จำนวนประมาณ 50 ท่านมาเข้ากิจกรรมในห้องพลังใจ เข้ามาทุกๆๆท่านเพิ่งอิ่มจากทานข้าว ผู้เขียนยังทานข้าวไม่เสร็จเลย ผู้ป่วยมาแล้ว ผู้ป่วยคงงงเหมือนกันว่า เข้ามาในห้องมีหมอนและที่นอนใช่แล้ว เราเริ่มกิจกรรมตอนบ่ายด้วยกิจกรรมผ่อนพักตระหนักรู้และการนวด

กิจกรรมต่อมาเป็นกิจกรรมแม่น้ำพิษ แม่น้ำพิษ อ่านจุดประสงค์ของกิจกรรม ขั้นตอนการทำกิจกรรมและการประเมินผลของกิจกรรมได้ที่นี่ครับ

ตามด้วยกิจกรรมเรื่องเล่าเร้าพลังของพี่ครูต้อย และการพับกระดาษเป็นรูปหัวใจของน้องๆโรงเรียนสหกรณ์นิคมเกลือที่พี่ครูต้อยและครูฉวีวรรณพามา คุณป้า คุณยาย คุณหมอ เจ้าหน้าที่ได้มีกิจกรรมร่วมกันเป็นการให้เขียนเรื่องที่ผู้ป่วยอยากบอกคุณหมอลงในหัวรูปหัวใจโดยมีเด็กๆๆเล็กๆๆช่วยเขียนเป็นเหมือนทูตน้อยๆๆ
ในท้ายของกิจกรรมได้ให้คุณหมอสิทธิพร ห่อหริตานนท์ ช่วยตอบปัญหาเกี่ยวกับเบาหวานหลังจากที่เราทำเรื่องสุนทรียสนทนา(dialogue) กันแล้ว
ในกลุ่มที่ 2 ต้องรีบเข้าไปรวมกับกลุ่มใหญ่ เพื่อทำ AAR หรือ After Action Review ว่าผู้ป่วยเบาหวานได้ความรู้อะไรบ้างและจะทำอะไรต่อไป
คุณหมออภิชาติ ชัฎอนันต์ ได้กรุณาสรุปรวมมาไว้ที่นี่ครับ
ผู้เขียนมีญาติมาเยี่ยมด้วยนี่ไง พี่นุ้ย แต่มีเวลาคุยกันหน่อยเดียวเอง
แต่งานประชุมต้องมีการเลิกรา ผู้เขียนไปอ่านงานของคุณหมอประเวศ วะสี ท่านกล่าวว่า
สุขภาพคือสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคมและปัญญา สุขภาวะทั้ง 4 ด้าน เชื่อมโยงกันเป็นบูรณาการ เชื่อมโยงโยงถึงกันและอยู่ในกันและกัน
ปัญญาเป็นศูนย์กลาง ถ้าปราศจากปัญญา สุขภาวะทางกาย ทางจิตและทางสังคมก็เป็นไปไม่ได้ การพัฒนาปัญญาต้องนำไปสู่การพัฒนากาย จิตและสังคม การพัฒนากาย จิตและสังคมต้องนำไปสู่การพัฒนาปัญญาทั้ง 4 ร่วมกัน จึงเกิดสุขภาวะที่สมบูรณ์ ปัญญาทำเป็น หมายถึงปัญญาที่เกิดจากการลงมือทำและทำเป็นในการพัฒนากายและจิตต้องมีการเรียนรู้จากการทำและเกิดปัญญาที่ทำให้ได้ดี ควรมีการส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ( Interactive learning through action)
สุขภาวะทางปัญญาเกิดจากการเรียนรู้ที่ทำให้รู้รอบ รู้เท่าทันสรรพสิ่ง เรียนรู้ให้ทำเป็น เรียนรู้เพื่อการอยู่ร่วมกัน และการเรียนรู้เพื่อบรรลุอิสรภาพ การเรียนรู้ดังกล่าวทำให้เกิดสุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิตสุขภาวะทางสังคมและสุขภาวะทางปัญญา รวมเป็นสุขภาวะที่สมบูรณ์
การไปร่วมกิจกรรมครั้งนี้ทำให้ผู้เขียนเองเกิดการเรียนรู้ในเรื่องเบาหวาน เรื่องการทำงาน เรื่องทำกิจกรรม ขอบคุณพี่ปราณี พี่ครูต้อยและเจ้าหน้าที่ทุกๆๆท่านของโรงพยาบาลสมุทรสาครที่ทำให้ได้เรียนรู้ในบริบทของสังคมที่แตกต่างไปจากด้านการศึกษา…ขอบคุณทุกๆๆท่านครับที่เข้ามาอ่าน…
ขอบคุณ
ประเวศ วะสี จาก หนังสือ 19 ปุจฉา พัฒนาจิตวิญญาณ แผนงานพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์(มสส.)
อาจารย์ทำงานอะไรกันแน่ค่ะ
สอนภาษาบ้างล่ะ นี่ก็มาสุขภาพ
เดี๋ยวก็ไปเลี้ยงวัวอีก
ทำหลายอย่างจังเลยค่ะ
เยี่ยมมาก ๆ
ภาษาอังกฤษลอกเค้ามาค่ะอาจารย์ขจิต
ส่วนร้องเพลงชาติถอยหลัง โธ่เอ้ย ง่ายจะตาย
อาจารย์ขจิตอย่ามาเล่นมุกกับคนขายมุกอย่างกอเลยค่ะ
ร้องเพลงชาติแล้วก็เดินถอยหลังล่ะสิค่ะ อิอิ
ฉลาดน่ะกอเนี๊ยะ^__^
ซื้อมุขหน่อยครับ ฮ่าๆๆๆๆ
เรียน ดร ขจิต ฝอยทอง
เป็นกิจกรรมที่สนุกและมีสาระครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ขอบคุณ อ.ดร.ขจิต และทุกท่านที่มาเยี่ยมชม ให้กำลังใจ ทีมงานมีความสุขในการทำงานเพื่อผู้ป่วยค่ะ แต่จะมีความสุขมากขึ้นถ้าผู้ป่วยของเราเก่งขึ้น เก่งขึ้นค่ะ งานนี้ขอบคุณหลาย ลำพังตนเองเวลาทำงานเสร็จก็ไม่มีความสามารถจะเก็บมาถ่ายทอดค่ะ...ประโยชน์ที่ได้ทั้งทับซ้อนและฟุ้งกระจาย...เฮ
ตามมาเป็นกำลังใจ พร้อมทั้งเก็บสิ่งดี ๆ ไปขยายผล
สวัสดีค่ะอาจารย์
*** สุขภาพ คือสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคมและปัญญา สุขภาวะทั้ง 4 ด้าน เชื่อมโยงกันเป็นบูรณาการ เชื่อมโยงถึงกันและอยู่ในกันและกัน
*** เห็นภาพชัดเลยค่ะ....จำนำไปประยุกต์ขยายผลให้เด็กๆ
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต อ่านแล้วอยากเชิญเป็นวิทยากรบ้างจังเลยค่ะ แต่เป็นบริบทของสังคมอีกแบบต่างจากโรงพยาบาล คือเป็นศูนย์วิชาการของกรมอนามัย ที่จะต้องผลักดันสนับสนุนให้ท้องถิ่นร่วมทำงาน(ที่เป็นสินค้า)ของกรมอนามัย เช่นเรื่องกฎหมายสาธารณสุขหลายเรื่อง ท้องถิ่นจะต้องนำไปบังคับใช้ ควบคุมกำกับ ได้แก่กระบวนการควบคุมเรื่องร้านอาหาร ตลาดสด ตลาดนัด ฯลฯ ตั้งแต่การออกใบอนุญาต ตรวจสอบ ประเมินรับรองมาตรฐาน ให้ท้องถิ่นทำได้ด้วยตัวของเขาเอง ซึ่งอยากให้เกิดระบบขึ้นมาให้ได้ค่ะ กำลังคิดโครงการจะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือจะจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้พร้อมกับศึกษาดูงาน สำหรับเจ้าหน้าที่เทศบาล/อบต. และไม่อยากให้ผู้เข้าประชุมเครียด อยากขอคำแนะนำค่ะ
อาจารย์สอนนักศึกษาด้วย จะเหนื่อยไหมคะเนี่ย...เกรงใจจัง
สวัสดีค่ะอ.ขจิต
งานน่าสนุกมาก ๆ
5555....เลี้ยงวัวมานาน จะขายได้หรือยังคะ
(^___^)