จิตอาสา กศน ไผ่ล้อม

สวัสดีปีใหม่ก่อนนะครับ บันทึกนี้เป็นบันทึกข้ามปีเลยนะครับ เพราะมีกิจกรรมตั้งแต่ปีที่แล้วในวันที่ 9 ธันวาคม แต่ผู้เขียนเพิ่งมีเวลาเขียน ไม่ชอบทำอะไรค้างคา แต่มีงานมากจริงๆวันนี้เลยใช้เวลาสะสางบันทึกที่ตกค้าง

 

ตอนเช้าวันที่ 8 ธันวาคม 2553 ผู้เขียนมีกิจกรรมงานวิชาการที่มหาวิทยาลัย ตั้งใจว่าจะไปค้างที่อำเภอภาชีเลยเอาเห็ดนางฟ้าภูฐาน ไปฝากพี่ใหญ่ด้วย พี่ใหญ่ให้ความกรุณาพาไปดูต้นไม้ที่เคยส่งให้ครั้งก่อน  และพาไปเลี้ยงข้าวด้วย

 

 

ก่อนผู้เขียนจะเดินทางไปอยุธยา พี่ใหญ่ให้หนังสือของพ่อพี่ใหญ่และฝากเงินไปทำบุญกับกลุ่มจิตอาสาของกศน.ไผ่ล้อมด้วย

 

เมื่อเดินทางมาถึงที่อยุธยาท่านผอ.กศน.จังหวัดคือผอ.ดิศกุล เลี้ยงกาแฟก่อน รอครูดาธิณีมารับ ที่เห็นในภาพคือลูกสาวจอมแก่นของครูกิ่ง ชื่อน้องเก็บตังส์  ท่านผอ.ชวนคุยเรื่องการบริหารงานของกศน.

 

 

วันรุ่งขึ้นวันที่ 9 ธันวาคม เราออกเดินทางกันตอนตี 4 เช้ามาก เพื่อเดินทางเอาสิ่งของและทุนการศึกษาไปให้นักเรียนโรงเรียนบ้านท่าตาสี  อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ในตอนเดินทางก็มีสมาชิกหลับคารถแบบนี้ (ครูต้น ครูดาตื่นๆถึงแล้ว)

 

 

 

ผู้เขียนถามครูดาธิณีว่าทำไมมาไกลจัง ปรากฏว่ามีครูท่านหนึ่งเคยอยู่อยุธยาแล้วสอบบรรจุได้ เลยมาอยู่ที่นี่(อาจารย์ท่านที่ใส่เสื้อเหลือง)  ผู้เขียนไม่ผิดหวังเพราะท่านผอ.แจ้งว่า 14 ปีมาแล้ว ยังไม่เคยมีคณะไหนเข้ามาเยี่ยมและเอาของมาให้นักเรียนแบบคณะนี้มาก่อน

 

 

ผู้เขียนสะกดนักเรียนเสียงดังๆด้วยเกม (ทำเหมือนร่ายมนต์เลย ฮา)ปรากฏว่าได้ผล ให้นักเรียนทำอะไรก็ทำ เลยชวนชาวจิตอาสาที่เป็นนักศึกษามาร่วมกิจกรรมกับนักเรียน มีนักศึกษาท่านหนึ่งอายุมากแล้ว แต่สนใจกิจกรรมกับนักเรียนมาก ไม่ได้ลุกไปไหนเลย

 

 

ใจจริงแล้วผู้เขียนอยากให้นักศึกษา กศน. มีการร่วมกิจกรรมกับนักเรียนมากกว่านี้  เพราะไหนๆก็มาแล้ว  ผู้เขียนชอบแนวคิดของคุณครูที่นี่เพราะทำอะไรเป็นธรรมชาติมาก ขนาดช่อดอกไม้ก็ใช้ลูกมะเขือเทศทำเก๋ไปอีกแบบประหยัดดอกไม้ แถมมีคุณท่าทางจิตใจมากกว่าด้วย

 

 

ได้เวลากินข้าวเที่ยง เวลาผ่านไปไวมาก ครูใหม่กับครูดาแอบไปตำส้มตำ ท่าทางอร่อย เพราะกินกันไม่ชวนเลย ฮ่าๆ  ตอนที่นักเรียนกินข้าว ผู้เขียนแอบไปดูหลังโรงเรียนมีโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ที่สามารถเลี้ยงนักเรียนได้ มีการเลี้ยงปลา ปลูกกล้วย มะพร้าว หน้าโรงเรียนปลูกบัว เอาไว้ทำกับข้าวให้นักเรียนได้ ท่านผอ.เป็นกันเองมาก อยากให้ไปเห็นกับตา

 

 

 

นอกจากนี้ผู้เขียนยังแอบไปดูนักเรียนกินขนมจีนเป็นอาหารกลางวันมาด้วย บางทีคนที่อยู่ในเมือง มีอะไรกินเหลือเฟือ ถ้าได้ไปเห็นภาพนักเรียนกินขนมจีนอย่างเอร็ดอร่อย คงเห็นคุณค่าของที่เรากิน ไม่จำเป็นอย่ากินทิ้งขว้าง เพราะมีคนที่อดอยากมากกว่าเรามีมาก ว่ากันว่า คนที่อดแล้วรู้ว่ามีอะไรจะกิน กับคนที่อดแล้วรู้ว่าไม่มีอะไรจะกิน ความรู้สึกมันต่างกันมาก

 

 

 

 

 

ตอนกลางวันมีแข่งกีฬานักเรียนกับ อาสามสมัครจิตอาสา ปรากฏว่านักเรียนเก่งมาก ร่วมกิจกรรมได้ดี พี่นักศึกษากศน.ตอนแรกก็แข็งขันดี แต่เมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้ เลยหอบนักเรียนทีละคนแบบในภาพ ฮามาก

 

 

 

และแล้วก็ได้เวลาให้นักศึกษา กศน ทุกคนมีส่วนร่วมโดยการส่งต่อลูกโป่งใส่น้ำ สรุปว่าแพ้นักเรียนอีก ฮา

 

 

ตอนสุดท้ายมีการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน และถ่ายรูปรวม ผู้เขียนเดินทางไปกับกลุ่มนักศึกษาไปลงที่ตลาดนาเกลือ เพื่อมาต่อกิจกรรมกับทีมงาน AFS ในบันทึกนี้ 

 

 

ขอบคุณสมาชิก กศน.ทุกๆท่าน และพี่ใหญ่ที่ให้โอกาสและร่วมกันทำความดี ขอบคุณผู้อ่านทุกๆท่านด้วยครับที่เข้ามาอ่าน…

 

 

 

 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่บันทึก

พี่ใหญ่

http://gotoknow.org/blog/nongnarts2/415067

ครูดาธิณี

http://gotoknow.org/blog/twinss/413075

ครูใหม่

http://gotoknow.org/blog/thongmai/412974