เขียน … ที่บ้าน
“…
หลังจากออกไปริดและตัดกิ่งไม้ แต่งสวนที่หน้าบ้านเรียบร้อย จึงอาบน้ำ ปรากฎว่า ใช้ขันตักราดซู่ ซู่ สูงไปหน่อย น้ำเข้าหู คราวนี้แหละอื้อมาเลย ลองวิธีการต่าง ๆ มากมายที่ค้นดูก็ยังไม่ได้ผล จึงตัดสินใจค้นหาคลินิกหู คอ จมูก ที่ใกล้ ๆ ก็ได้ที่ในเมือง ห่างจากบ้านไป ๑๐ กิโล ชื่อ คลินิกหู คอ จมูก ไชยวัฒน์-ธันยธร มีคุณหมอสองท่านประจำการ ตัวเองไม่ได้ไปหาหมอหู คอ จมูก มาเป็น ๒๐ ปีแล้วนี่ก็เลยต้องไปลงทะเบียนเป็นคนไข้ใหม่ เจ้าหน้าที่ก็ถามแพ้ยาอะไร เป็นโรคประจำตัวอะไร แล้วก็ไปนั่งรอคุณหมอเรียก
จริง ๆ อาการหูอื้อก็ไม่แน่ใจว่า หนักแค่ไหน ก่อนเข้าคลินิกเลยไปเดิน 7/11 สักรอบ ทดสอบหูอื้อก่อน แล้วตบต้นคอ พบว่า อื้อจริง เลยตัดสินใจเข้าไปตรวจดู ไม่อยากให้คาราคาซัง เสียคุณภาพชีวิตที่จะต้องอดทน
ตอนเข้าไปตรวจคุณหมอผู้หญิงก็ถามว่า เป็นไข้หวัดไม๊ น้ำเข้าหูด้านซ้าย คุณหมอใช้เครื่องแหย่ดูที่หูด้านขวาก่อน แล้วค่อยมาดูด้านซ้าย แล้วง้างจมูกด้วย นี่ก็เลยได้ความรู้ใหม่เกี่ยวกับตัวเองมาว่า ช่องจมูกด้านซ้ายมันแคบกว่าด้านขวา คุณหมอให้ปิดจมูก ปิดปาก ให้เกิดความดันที่หูข้างซ้าย ปกติจะต้องมีท่อด้านในกระดิก แต่ของผมไม่กระดิก หมอก็เลยบอกว่า ท่อน่าจะไม่ค่อยตรง และแคบ หากบวม หูข้างซ้ายจะหนักกว่าข้างขวา ท้ายสุด คุณหมอให้ไปนอนหงายบนเตียง คุณหมอใช้เครื่องดูดน้ำที่ค้างในหูออก อารมณ์เหมือนมีลมเย็น ๆ เข้ามา เวลาน้ำออกไป รู้สึกเย็น ๆ
อาการหูอื้อหายเป็นปลิดทิ้ง ไม่มียา ค่ารักษา ๔๐๐ บาท ก็ยอมสำหรับค่ารักษา ค่าความรู้ที่ได้มา คุ้มค่าล่ะ
ก็บันทึกไว้ เดี๋ยวจะจำรายละเอียดไม่ได้ก่อน หากเวลาเลยไปจากนี้
ป.ล. เครื่องมือที่ใช้ในการรักษาใหม่มาก ๆ ทันสมัยมาก ๆ ขอบอก
…”
เชียงใหม่ ยามฤดูร้อนผ่าว
๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙