มาตลี เธอจงหลีกเลี่ยงรังนกในป่างิ้ว โดยบ่ายหน้ารถกลับ ถึงเราจะต้องสละชีวิตให้พวกอสูรก็ตามที ขออย่าให้นกเหล่านี้พลัดพรากจากรังเลย

กุลาวกสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๖. กุลาวกสูตร

ว่าด้วยรังนก

             [๒๕๒] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

             ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว สงครามระหว่างเทพกับอสูรประชิดกัน สงครามครั้งนั้นพวกอสูรเป็นฝ่ายชนะ พวกเทพเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ พวกเทพผู้พ่ายแพ้ต่างพากันหนีไปทางทิศเหนือ พวกอสูรได้ชวนกันไล่ติดตามพวกเทพเหล่านั้นไปทันที

             ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพได้ตรัสกับมาตลีสังคาหกเทพบุตรด้วยคาถาว่า

                          มาตลี เธอจงหลีกเลี่ยงรังนกในป่างิ้ว

                          โดยบ่ายหน้ารถกลับ

                          ถึงเราจะต้องสละชีวิตให้พวกอสูรก็ตามที

                          ขออย่าให้นกเหล่านี้พลัดพรากจากรังเลย

             ภิกษุทั้งหลาย มาตลีสังคาหกเทพบุตรรับพระดำรัสของท้าวสักกะจอมเทพว่า ‘ขอความเจริญจงมีแด่พระองค์’ แล้วให้รถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัวหันกลับ ครั้งนั้น พวกอสูรคิดว่า ‘บัดนี้ รถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัวของท้าวสักกะจอมเทพหันกลับมาแล้ว พวกเทพคงจักทำสงครามกับพวกอสูรเป็นครั้งที่ ๒ อีกแน่’ พวกอสูรต่างตกใจหนีกลับเข้าไปยังเมืองอสูร ชัยชนะครั้งนี้เป็นชัยชนะเพราะธรรมอย่างแท้จริงของท้าวสักกะจอมเทพ ด้วยประการฉะนี้

กุลาวกสูตรที่ ๖ จบ

------------------

อรรถกถากุลาวกสูตรที่ ๖

         ได้ยินว่า เสียงรถ เสียงม้าอาชาไนย เสียงธง เหมือนเสียงฟ้าผ่ารอบด้านมีแก่ท้าวสักกะผู้บ่ายหน้าเข้าป่าไม้งิ้วนั้น.
         พวกครุฑผู้มีกำลังในป่างิ้วนั้นได้ยินเสียงนั้นแล้ว ก็พากันหนี. พวกครุฑที่แก่เฒ่า ที่หมดแรงเพราะโรค และลูกนกที่ยังไม่เกิดขนปีก ไม่อาจจะหนีได้ กลัวตายตกใจร้องกันระเบ็งเซ็งแซ่.
         ท้าวสักกะได้ยินเสียงนั้นแล้วจึงตรัสถามสารถีมาตลีว่า เสียงอะไรพ่อ.
         สารถีมาตลีกราบทูลว่า ข้าแต่เทวะ พวกครุฑได้ยินเสียงรถของพระองค์ ไม่อาจจะหนีได้จึงร้อง. ท้าวสักกะได้ฟังคำนั้นแล้ว มีพระทัยประกอบด้วยพระกรุณา จึงตรัสว่า 
         รถจะไม่บดขยี้รังนกทางงอน ฉันใด ท่านจงหลีกรังนกนั้นด้วยทางงอนรถ ฉันนั้น. เพราะว่า รถที่เกิดด้วยบุญเป็นปัจจัยมุ่งหน้าไปที่ภูเขาจักรวาลก็ดี ที่ภูเขาสิเนรุก็ดี ย่อมไม่ขัดข้อง ย่อมไปด้วยอำนาจการไปในอากาศ. ถ้าจะพึงไปทางป่างิ้วนั้น เมื่อเกวียนใหญ่ไปกลางป่างาก็ดี กลางป่าละหุงก็ดี ป่าทั้งหมดก็ถูกเหยียบย่ำแหลกฉันใด แม้ป่างิ้วนั้นก็พึงเป็นฉันนั้น.