โทรหาเเหน่เด้อ จำเบอร์โทรน้องได้บ่

เมื่อวันก่อน โทรหาคุณเเม่คนไข้กลุ่มสูญเสีย เเม่น้องเเฮค เพื่อสอบถามความเป็นไป แต่สิ่งที่ได้ทราบแล้วทำให้รู้สึกดีใจคือเเม่แฮคดีขึ้นมากนับจากวันที่ลูกจากไปแล้ว 6 เดือน   เต่คนที่น่าเป็นห่วงที่เเม่แฮคเล่าให้ฟังคือเเม่น้องติ๊ก  น้องติ๊กเป็นคนไข้ที่อยู่ในโปรเเกรมการดูแลของทีมนำเด็กอีกคนเรื่องราวของติ๊ก ได้ถูกถ่ายทอดไว้ในบันทึกนี้ ติ๊กจากไปเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 52 ที่บ้านจังหวัดหนองบัวลำภู หลังจากที่

 กิจกรรมกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนผู้สูญเสีย

ชายหนุ่มเสื้อเหลืองคือน้องอาร์มนักสงคมฯ คนตัวใหญ่ใจดี

เเม่ติ๊กเข้าร่วมกิจกรรมค่ายฯ ที่สกลนคร(คนเสื้อเเขนยาวสีฟ้า ถัดมาคือพ่อติ๊ก)

        ติ๊กจากไปไม่นาน วันที่ 17 -18 ม.ค. 52 ทีมนำทางคลินิกกุมารฯของเราได้จัดกิจกรรมค่ายสร้างเสริมพลังชีวิตผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งและผู้ดูแลขึ้น เเม่น้องติ๊กเเพ็คกระเป๋าไปกับเราและวันนั้นแม่น้องติ๊กทำให้เรารู้สึกว่า ทำไมเขาเก่งจัง cope ได้เร็วมาก ดูแม่ติ๊กร่วมกิจกรรมอย่างมีความสุข ร้องเพลง สนุกสนาน แต่ในใจก็คิดว่าใช่สิ่งที่เขารู้สึกจริงหรือเปล่า หรือทำเพื่อกลบเกลื่อนความเศร้า ฉันเองรู้สึกไม่วางใจเท่าไรนัก

           พอเมื่อได้ฟังแม่เเฮคพูดจึงนึกถึงคำพูดของอาจารย์ชาตรี วิฑูรชาติ ที่ท่านเคย lecture ไว้เมื่อคราวจัดประชุมวิชาการส่วนภูมิภาค ที่ทางภาควิขากุมารฯจัดร่วมกับชมรมทารกเเรกเกิดเเห่งประเทศไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาครั้งนั้นฉันไปทำหน้าที่พิธีกร แต่ก็แอบเก็บเกี่ยวความรู้เรื่อง palliative care ใน NICUมาพอสมควร อาจารย์ชาตรีได้พุดถึง grief ได้อย่างน่าสนใจว่า grief โดยปกติจะเกิดทันทีหลังสูญเสีย ถ้าไม่เกิดถือว่าผิดปกติ เเต่มีเหมือนกันที่อาจจะเกิดช้า เรียกว่า Delay grief  คือเกิดหลัง 3 เดือน 6 เดือน

                  ฉันรู้สึกเป็นห่วงแม่ติ๊กขึ้นมาทันที จึงรีบโทรศัพท์หา กริ๊ง กริ๊ง ..."ฮัลโหล เเม่น้องติ๊ก หมอกุ้งเด้อ(คนอิสานจะเรียกพยาบาลว่าหมอ) เฮ็ดหยังอยู่น้อ "ฉันถามคำถามเเรก กำลังเดินเก็บเงินค่าน้ำของหมู่บ้านอยู่ เป็นจั่งได๋น้อพอดีได้ข่าวจากเเม่น้องเเฮค ว่าเเม่น้องติ๊กช่วงนี่กำลังเศร้าหลาย คึดฮอดลูกเเฮง ว่าเป็นหลายกว่าช่วงเเรกๆ ว่าซั่น กะเลยเป็นห่วงจั่งได้โทรมาถามข่าวนั่นหละ

                "เป็นอีหลีคุณกุ้ง ช่วงเดือนที่เเล้วค่ะ เป็นแฮงว่าเจ้าของเป็นคักอยู่ ถึงขั้นรุนเเรงเลย นอนคึดเห็นเเต่หน้าติ๊ก นอนบ่หลับ คึดเห็นแล้วกะอยากฮ้องไห้ คุณกุ้งเคยเว้าสู่ฟังตอนเข้ากลุ่มออกค่ายว่า 3 เดือนสิดีขึ้น ฮ่วยเจ้าของคือเป็นแฮงขึ้น เป็นหลายๆคือเดือนที่ เเล้ว เฮ็ดจั่งได๋จั่งดีขึ้นล่ะเเม่น้องติ๊ก ตอนนี้ดีขึ้นแล้วเเม่นบ่ ตั้งสติใหม่คุณกุ้ง คิดไปคิดมารู้ตัวเองเลยกลับมาคิดใหม่ว่าเฮามีครอบครัว มีลูกอีกผู้หนึ่งที่ต้องดูแล จึงเริ่มไปวัด โทรหาเพื่อนเเม่เจมส์ เเม่โอ๊ต เเม่แฮค คนที่หัวอกเดียวกัน หาเเนวเฮ็ด ร้องเพลง "เก่งๆ เก่งแล้วหาทางออกให้เจ้าของได้ดีมาก ที่สำคัญเพื่อนช่วยเพื่อนนี่เเหละดีหลายเด้อ เฮาคุยกับคนที่เป็นคือเฮาเขาสิเข้าใจเฮาดีที่สุด" ฉัน Empower เเม่น้องติ๊ก

        ถึงวันนี้ดีขึ้นหลายแล้วคุณกุ้งกะเลยชวนเพื่อนๆ หลายๆคนที่ลูกเฮาเสียคือกันสิไปเป็นกำลังใจให้น้องๆที่ป่วยอยู่โดยเฉพาะน้องทิพย์ที่ต้องให้กำลังใจหลายๆ นัดกันไว้แล้ว ว่าจะซื้อของไปแจกเด็กป่วยบนตึก

ฉันเลยบอกว่าเป็นความคิดที่ดี และบอกแม่ติ๊กว่ากำลังจะตั้งทีมจิตอาสามิตรภาพบำบัดผู้ป่วยเด็กมะเร็งอยู่พอดีถ้างั้นเราได้กองกำลังสำคัญเเล้วดีเลย ถ้างั้นเดี๋ยวรอนัดหมายกันอีกทีนะ ปิดท้ายสำหรับการพูดคุยในวันนี้ฉันบอกเเม่ติ๊กว่า "สู้สู้เป็นกำลังใจให้เสมอ คือเก่า ถ้าจัดค่ายครั้งต่อไปจะชวนไปด้วย" เเม่ติ๊กตอบตกลง