26-7-52
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสามีดิฉันมีอาการคล้ายคนเป็นหวัด มีไข้เล็กน้อย ดิฉันพยายามแนะนำให้คุณเธอใส่หน้ากากอนามัยและให้ความรู้โรคไข้หวัดใหญ่2009
สามีไม่ชอบใส่โดยอ้างว่าคันหน้าและอึดอัด
ดิฉันนอนอยู่ในห้องด้วยความไม่สบายใจเฝ้าแต่คิด ดิฉันจะดูแลตนเองอย่างไรเมื่อสามีไม่ยอมใส่หน้ากากอนามัย
แยกห้องนอนหลังจากนอนด้วยความไม่สบายใจมาหนึ่งวัน
ดิฉันขออนุญาติไปนอนห้องพระป๋อง
สวมหน้ากากอนามัยเวลาดูแล
หลังจากดิฉันจริงจังกับการป้องกัน สามีพยายามใส่หน้ากากอนามัยมากขึ้น
การจัดการสิ่งแวดล้อม
ดิฉันไม่ยอมไปนอนดูทีวีที่ห้องนั่งเล่นซึ่งสามีดูเป็นประจำจนกว่าอาการเธอจะดีขึ้น
ในวันหยุดดิฉันมั่นใจว่าอาการเธอดีแล้ว ดิฉันใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดชุดรับแขกที่คุณเธอนอนประจำและดิฉันไม่กล้าใช้ร่วมจนกว่าจะมั่นใจ
เอาหมอนข้างทุกๆใบไปตากแดด
นำผ้าห่มที่หมอปานชอบห่มไปตากแดดก่อนใช้
สร้างพฤติกรรมที่ดีโดยเป็นตัวอย่างให้คนในบ้านทำตาม
ล้างมือบ่อย ๆจนสามีและลูกๆคนในบ้านทำตาม
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์เน้นผักผลไม้ อาหารปรุงเสร็จใหม่ ๆ และต้องใช้ช้อนกลาง ( ทำก่อนมีหวัดระบาด )
เรียกแม่บ้านสองคนมาสอนเวลาออกจากบ้านไปคุยกับเพื่อนๆ ก่อนเข้าบ้านให้ล้างมือที่ห้องน้ำที่โรงรถ
ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไม่สังสรรค์ให้มากเพราะอาจนำเชื้อมาให้ครอบครัวเรา
เปิดประตูหน้าต่าง อาคารเพื่อให้เกิดการระบายของอากาศและให้เกิดการส่องผ่านของแสงอาทิตย์ภายในบ้าน
สอนแม่บ้านความสะอาดบริเวณลูกบิดประตูระหว่างห้องครัวและห้องอาหาร ห้องน้ำที่ใช้บ่อยๆ
ล้างมือภายหลังการออกจากห้องน้ำ หรือ ก่อนและหลังรับประทานอาหาร
หลังจากดิฉันไปประชุมที่พัทยาเมื่อวันที่23-7-52 กลับบ้านวันที่24 ระหว่างอยู่ในรถรู้สึกระคายคอเหมือนมีน้ำมูก ดิฉันไม่แน่ใจจึงใช้หน้ากากอนามัยจนแน่ใจว่าไม่ได้ติดเชื้อจึงหยุดใช้ค่ะ
เรื่องที่คุณหมอเล่า จะเป็นตัวอย่างที่ดีค่ะ เพราะ บางที คนใกล้ชิดเรานี่ บอกยากมากนะคะ
และคุณหมอคงต้องใจแข็ง ให้คนไข้สวมหน้ากากก่อนตรวจให้ เป็นห่วงคุณหมอค่ะ
ขอบคุณคุณพี่ศศินันท์ที่มาเยี่ยมค่ะ
ข้อมูลที่บล็อกคุณพี่หมออ่านแล้วดีมากๆค่ะ
หมอเล่าเพิ่มเติมจากบล็อกของคุณพี่ เพราะไม่ค่อยมีเวลาไปreview เกรงว่าจะผิดพลาดค่ะจึงเล่าเฉพาะประสบการณ์จริงค่ะ