ความเห็น: 43
อาจารย์จตุพร และ อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ชวนเด็กไทยกินผัก (รอบสื่อมวลชน)
ชอบกินผักกันมั้ยครับพวกเรา ^_^
ผมทักทายแปลกๆเรื่องผักก็เพราะว่า วันสองวันนี้ผมได้ยินคำว่าผักสัก 1,000 ครั้งได้กระมังครับ อิอิ นั่นเพราะเจ้าเดย์รับเกียรติจากพี่เอกให้เข้าร่วมงานกันในทีมนักถอดบทเรียน ในกรอบของงานวิชาการด้วยครับ โอ้โห...ส่วนตัวนะครับ...อยากจะถามอีกคำถามว่า อะไรเอ่ย...ไม่เข้าพวก?? ก็ขอตอบเองว่า น้องเดย์ย์ย์ย์(ทำเสียงเจียมยาวๆ) อารมณ์ประมาณ...เจ้าเป็นไผ ใยมามั่วกับนักวิชาการเจ๋งๆกลุ่มนี้ได้ฮึ๊!!! 555
เล่าเป็นภาษาสื่อสารง่ายๆละกันเด้อครับว่า ทางกรมอนามัย จับมือกับบริษัทอาหารเอกชนอย่าง ไฮ-คิว เจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆยี่ห้อโรซ่านั่นแหละครับ คิดโครงการหนึ่งขึ้น...สนับสนุนความรู้และเงินทุนอย่างจริงจัง เชื้อชวนให้คุณครูและนักเรียนประถมทั่วประเทศคิดโครงการเจ๋งๆ จุดประสงค์ก็เพื่อให้เด็กๆไม่ค่อยถูกกับผักนั้น...ได้มีความรู้ความเข้าใจในประโยชน์ของผัก ผลไม้ ต่อเนื่องไปยังให้เด็กเค้ากินผักมากขึ้นนั่นเอง และโรงเรียนจังหวัดทางอีสานเหนือเช่น ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย 3 จังหวัดผู้ตั้งใจดีสมัครตนเข้ามานั่งล้อมวงพูดคุย มาสุมหัวแบ่งปัน และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมใหม่ๆกันที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี วันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2553
จากการที่โรงเรียนได้รับการสนับสนุน --- คุณครูคิดโครงการนำไปปฏิบัติ และเด็กๆก็หน้าเขียวหน้าเหลืองเพราะกินผักมากขึ้น...สุขภาพดีสมองโดดเด้ง --- มาถึงเวลาที่ทั้ง 23 โรงเรียนได้มาพบปะแลกเปลี่ยนเรื่องราวกันในวันที่ 6 ก.พ. 2553 ท่ามกลางทีมงานกรมอนามัย, บริษัทไฮ-คิว และเรา...ทีมถอดบทเรียนทั้ง 6 , พวกเรารับรู้ได้เต็มๆ กับเรื่องราวกิจกรรมน่าทึ่งมากมายผ่านน้ำเสียงและแววตาของคุณครูเพื่อศิษย์ทุกท่าน...

วันที่ 7 ก.พ. 2553 พี่เอกหัวหน้าทีมที่หน้าตาดี และอาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ก็ได้ขึ้นเวที พูดคุย เล่าสรุปเรื่องราวดีดีนี้ให้สื่อมวลชนรับรู้ ผมจึงขอสรุปเป็นตัวหนังสือให้ได้ทราบกัน
ท่านอาจารย์สง่านั้นชื่นชมบริษัทไฮ-คิวให้เราฟัง เล่าเรื่องราวยาวไกลตั้งแต่สมัยเมล็ดมะเขือเทศกำแรกในมือที่หว่านลงผืนดินจังหวัดหนองคาย...มะเขือเทศเติบโตสุกแดงด้วยน้ำจากแม่โขง...เดินทางเข้าโรงงานผลิตซอส...บริษัทเติบโตในภาคธุรกิจ มีรายได้ และมีส่วนขับเคลื่อนเศษฐกิจมวลรวมของประเทศไทย...มาถึงวันที่คืนกำไรสู่สังคมด้วยการมองเห็นทะลุถึงว่า การกินอาหารในเด็กนั้นยังน่าห่วง, ไม่ครบ 5 หมู่, อ้วนไป ผอมไป, คือผลกระทบแย่ๆนั้นเยอะนั่นเอง บริษัทจึงเอากำไรมาลงทางนี้ดีกว่า...คือการเสริมสร้างนิสัยการกินที่ดีถูกหลักโภชนาการให้เด็กไทย
"เราอยากจะบอกว่าการคืนกำไรสู่สังคมนั้น ภาคธุรกิจสามารถทำได้หลายรูปแบบ แต่บริษัทไฮ-คิว ผลิตภันฑ์อาหารนั้นมองว่าเด็กคือต้นกล้าของแผ่นดิน ถ้าต้นกล้างอกขึ้นมาเป็นต้นไม้ใหญ่ ที่แข็งแรงแล้ว ก็ย่อมจะกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่เขียวชะอุ่ม และทำให้แผ่นดินนั้นชุ่มเย็น แล้วก็เจริญงอกงามตามมาได้" อาจารย์สง่า ดามาพงษ์
อาจารย์สง่ายังกล่าวต่อว่า การลงทุนกับเด็กนั้นเป็นการลงทุนระยะยาว คืออาจารย์พูดให้เห็นภาพว่า คนทั่วๆไปนั้นอาจมองการลงทุนนี้แตกต่างกันไป บ้างบอกว่าก็แค่สอนให้เค้าอ่านออกเขียนได้, จับเข้าโรงเรียนที่ดี, สอบได้ที่หนึ่ง, สอบเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย อะไรก็ว่าไป blah blah blah แต่ลืมนึกไปว่า แล้วเด็กเค้าจะเอาเรี่ยวแรงจากไหนมาจับดินสอเขียนก.ไก่ บวก 1 เป็น 2 ได้. ก่อนที่จะโต เรียนจบเอาลูกเอาเมียนั้น เด็กจำเป็นต้องมีเซลส์สมองที่ดีมาก่อน นั่นก็คือปลูกฝังการกินที่ถูกต้อง และเหมาะสมให้เด็กควบคู่ไปด้วยเช่นนั้นนั่นเอ๊งงง!! ^_^
กรมอนามัยรับรู้ปัญหาการกินนี้มาตลอด แอบบอกด้วยว่าเด็กเค้ากินผักกันแค่วันละหนึ่งช้อนเอง ทั้งที่จริงน่ะต้อง 12 ช้อนจึงจะเพียงพอ ชวนให้กินผักกับห้ามให้กินขนมก๊อบแก๊บนั้นอันไหนยากกว่ากันผมว่าน่าคิด เพราะ 9,800 ล้านบาท คือยอดเงินโดยประมาณที่เด็กไทยใช้ไปกับการซื้อขนมขบเคี้ยว แต่ตังค์ที่พกมาโรงเรียนนั้นประมาณ 3,400 ล้านบาท!?!?! (มันจะเอาตังค์มาจากไหนไปซื้อขนมอย่างว่า ถ้าไม่ใช่พ่อแม่หนับหนุน หรือละเลย / ผู้เขียน) คือไอ้ขนมที่ดีพอมีประโยชน์นั้น ใน 10 ถุงก็จะมีบ้างแค่ถุงครึ่งเท่านั้นเอง นอกนั้นมีทั้งหวานจัด เค็มจัด ไม่ก็ผงชูรสเยอะ น่ากลัวไปกว่านั้นคือสิ่งเหล่านี้ซื้อหาง่ายมากทั้งในและหน้าโรงเรียน แล้วมันจะไปเหลือรึ๊???
นี่เองคือที่มาที่ไป (จริงๆอยากเขียนแทนด้วยคำว่าบริบท จะได้ดูมีวิชาการแต่นิ้วมันห้ามไว้ อิอิ) ของโครงการแผนส่งเสริมโภชนาการดีอย่างยั่งยืนในโรงเรียน ซึ่งครั้งนี้ทุกหน่วยย้ำว่าต้องยั่งยืน นั่นเพราะใช่ว่าไม่เคยทำมาก่อนนะพวกโครงการแนวๆนี้ อาจารย์สง่าเล่าให้ฟังว่าเคยทำมาแล้ว บ่อยมากด้วย แต่มันจะออกมาประมาณว่าเกิดขึ้นแล้ว...และจบไป ไม่มีแม้กระทั่งเอกสารอ้างอิง บันทึกที่พาดพิงถึงความรู้ความสำเร็จนั้นๆ...สูญเปล่าและจางหาย ว่างั้นเถอะครับ ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะสานต่อไปไม่รู้จบ

ไฟส่องมาที่อาจารย์พี่เอกบ้าง พี่เอกมีบทบาทบนเวทีนี้ด้วยการมาเล่าสนุกสนุกให้สื่อมวลชนได้ทราบว่าเมื่อวานที่ถอดบทเรียนกันนั้นน่ะ...เกิดอะไรขึ้นในห้องเล็กๆ เราคุยอะไรกันบ้าง พี่เอกเล่าว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจากการพูดคุยคือเด็กไม่ค่อยกินผักนั่นแหละ ทั้งๆที่ชนบทไทยน่ะนะแทบจะเรียกว่ามีผักกินเยอะมากๆ โรงเรียนก็ปลูกผักด้วย ส่งเสริมให้กินผักตามปกติ แต่ตัวเด็กนั่นเองที่เรียกร้องจะกินอาหารอย่างอื่นที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ ผู้ปกครองเองก็ไม่ใช่ว่าตามใจหรอก...แต่ไม่รู้จะทำยังไงมากกว่า
ปล่อยให้เป็นอย่างนี้อยู่นาน เมื่อเราเริ่มมอบโครงการโภชนาการฯนี้ให้ คุณครูท่านก็คิด คิด คิด ว่าจะทำไงดีน๊า?? คิดกันแบบว่าบางโครงการก็รู้สึกไม่เกี่ยวกับการกินผัก แต่ด้วยความเป็นครูไง ย่อมคิดอะไรที่ลึกซึ้งไปกว่า เช่นยังไม่ต้องเอาเรื่องผักขึ้นมาบังคับให้เด็กทำหน้าขมเมื่อได้ยิน แค่บอกถึงความมีประโยชน์อันน้อยนิดของน้ำอัดลม หรือขนมกรุบกรอบ พอครูบอกว่าอะไรไม่ดี เค้าก็ย่อมฟังและติดหูในที่สุด ให้เค้ารู้หลีกอาหารประเภทนี้ พูดทุกวันๆ ต่อมาเมื่อขจัดอาหารขยะหมดไปก็ สรรหาของดีมีประโยชน์เช่นผัก...ซึ่งมีมากๆๆๆๆๆๆๆมายๆๆๆๆๆๆๆๆ มาแทนที่ ซึ่งด้วยที่ผักบ้านเรามันหลากหลาย มีอะไรให้เรียนรู้เยอะแยะ สามารถมาปรับเป็นกิจกรรมสนุกๆได้อีกเพียบ!! จึงเกิดนวัตกรรมใหม่เช่น การแทรกเรื่องผักเข้าไปในบทเรียนทุกวิชา(แทรกได้ทุกวิชาจริงๆนะ...เชื่อเลย!!) หรือโรงเรียนไหนที่ไม่มีพื้นที่ปลูกก็ปลูกใส่ถุงนมโรงเรียนที่เป็นพลาสติกวางไว้โรงเพาะ ได้ความรู้ ได้เฝ้ารอและเก็บเกียวไปกินด้วย (สมัยเด็กๆ) อันต่อไปนี้เจ๋งสุดขีด...พี่ประถมเล่นละครกล่องนมให้น้องอนุบาลเด็กเล็กดู คือเอากล่องนมมาปาดครึ่งตัด 3 ด้าน แปะตัวการ์ตูนบนหัวกล่องท้ายกล่องงุ้มลงมาแล้วเอามือสอดขยับผับๆเสมือนเป็นปากตัวละคร เล่าเรื่องคุณประโยชน์ของการกินผักแบบสนุกสนาน ย่อยง่าย น้องๆชอบ ^^ รวมทั้งสื่อการสอนอื่นอีกเป็นกระตั๊ก โภชนาการที่ดีมีผลประโยชน์ต่อเด็กมาก คุณครูที่พร้อมก็ย่อมเป็นส่วนสำคัญให้งานนี้สำเร็จ พวกเราเห็นใจครูทุกท่านนะครับ ลำพังงานสอนก็เยอะอยู่แล้ว ท่าน

นิทรรศการของทั้ง 23 โรงเรียนที่จัดกันในวันนี้ ผมได้เดินดูไปก็ปลื้มจังครับ ได้คุยกับครู กับเด็กประจำบูธแล้วหัวใจพองโต เด็กมันรู้เรื่องที่มันพูดเว้ย อธิบายเป็น Shot ๆๆๆๆๆๆๆ ตอบคำถามปากเปล่าแบบซื่อๆไม่มีติดขัด คุณครูก็ตื่นเต้นที่มีคนเข้าไปดูไปถาม หอบแฟ้มโครงการมาเปิดให้ผมดูอย่างภาคภูมิใจ ผมเห็นแล้วซึ้งครับ ซึ้งทุกครั้งที่เห็นความตั้งใจดีของคนในสังคมที่ร่วมใจกันทำอะไรดีดีสักอย่าง...นี่เพียงเรื่องโภชนาการอย่างเดียวนะครับ เรายังได้เห็นการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมขนาดนี้ :)
ผมฝันเช่นเดียวกันกับทุกฝ่ายในงานนี้ครับ...คือความยั่งยืน เพราะลูกสาวลูกชายผมและเด็กๆของเราในอนาคตทุกคนใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตอยู่โรงเรียนเป็น 10 ปี เราดูแลที่บ้านเต็มที่ครับผมเชื่อ ฉะนั้นอาหารเที่ยงแสนวิเศษของเค้าน่ะ รบกวนแม่ครัวปรุงให้แซบ และมีประโยชน์ครบถ้วนนะครับ...เรามาร่วมมือกัน ;)
...................................................
ขอบพระคุณมากๆครับพี่เอก ที่มอบโอกาสให้ผมได้ร่วมงานใหญ่ครั้งนี้...ครั้งแรกด้วยนะพี่อย่างที่รู้
ได้อยู่ท่ามกลางคนเก่งๆมืออาชีพนอกจากพี่เอกแล้ว ยังมีพี่ศิลา พี่หนานเกียรติ พี่ดิเรก พี่หมวยสีตะวัน ผมได้เรียนรู้เยอะมากครับ
รสชาติการสนทนาทุกมื้ออาหารและยามว่าง ผมได้คำศัพท์ใหม่ทางวิชาการเยอะดี อิอิ ใช้พูดกับเพื่อนคงตลกดี ดูน่าเชื่อถือขึ้นมานิดๆ 555
ดีใจที่ได้ร่วมงานนี้นะครับ...มันจะเป็นความทรงจำที่ดีของผมไปอีกแสนนาน ^^
ความเห็น
ผมโตมากับวาทกรรมแถวๆ บ้านว่า ...กินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นพื้น
ออกจากบ้าน ก็มารับรู้อีกว่า ....กินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นยา...
......ขอบคุณครับ....
เด็กที่บ้านไม่ชอบกินผัก...โครงการนี้ดีจังนะ
พ่อแม่เด็กก็ใช้ทุกวิถีทางเพื่อ..ให้ลูกกินผัก
สุขสันต์ในวันแห่งความรักค่ะน้องเดย์
สวัสดีครับคุณพี่New.ครูบันเทิง
สวัสดีวันแห่งความรักครับผม ^^ มีภาพวันวิวาห์ด้วยนี่ครับ :~) วันแห่งความรักของพี่ครูบันเทิงกับสามีขอให้ยั่งยืนเป็นตำนานเหมือนวันนี้นะครับ (ดูผมเปรียบซิ อิอิ หวานมั้ย?)
ขอบพระคุณมากๆเลยนะครับผม ^_^
สวัสดีครับพี่พนัสแผ่นดิน
ขอบพระคุณมากเลยนะครับที่เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนวาทกรรม ^^
ผมนี้ก็ใช่ว่าชอบผักมากหรอกครับ แต่กินเพราะต้องกินด้วยเพราะเห็นเป็นประโยชน์หาใช่ของโปรด แต่บางมื้อนี้ต้องกินนะครับกับอาหารบางประเภท ร่างกายเรียกร้องด้วยแหละ 555
ผักพืชเป็นยา เราเกิดจากธรรมชาติ ฉะนั้นคงไม่มีวันแยกกันได้เลยเนาะ :~)
ขอบพระคุณมากครับพี่พนัส
สวัสดีครับพี่นาง นาง...มณีวรรณ ตั้งขจรศักดิ์
นี่ๆๆๆๆ มีเรื่องเล่าครับจากการได้ไปร่วมงานโครงการนี้แหละ
มีคุณครูท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เด็กคนหนึ่งที่ไม่ค่อยกินผักเลย วันนึงป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลไปหาหมอ หมอบอกว่าถ้าอยากหายต้องกินผักเยอะๆ ปรากฎว่าเด็กเชื่อครับ!!! มาถึงโรงเรียนแทบจะกินผักแทนข้าว 555 คุณครูท่านนั้นให้ข้อสังเกตุว่า เด็กเชื่อหมอมากกว่าครู มากกว่าพ่อแม่แฮะ อิอิ
ได้ผลจริงๆนะครับพี่นาง ฮ่าๆ
สุขสันต์วันแห่งความรักจ๊า ;)
สวัสดีจ๊าคุณครูแป๋ม มิตรรักแฟนเพลง ^^ ครูแป๋ม
คิดถึงจังครับ เป็นจังได๋บ้างหนอสุขสบายดีบ๊อ?? (ขออนุญาตทักทายแบบอีสานนะครับ อิอิ)
สุขสันต์วันแห่งความรักเช่นกันครับคุณแป๋ม ขอบพระคุณมากมายสำหรับกุหลาบแดงดอกโต ช่วงนี้เดย์ยังต้องปั่นงานราษฎ์ส่งพี่เอกจตุพรอย่างด่วนครับ 555 เอาใจช่วยด้วยนะ ^^
คุณแป๋มต้องได้ดอกไม้จากนักเรียนเยอะมากแน่เลยใช่ม๊า? ^_^ เป็นปลื้มด้วยคนนะครับกับคุณครูที่รักของศิษย์คนนี้
เดย์
นอกจากจะถ่ายภาพเก่งเเล้ว ยังบรรยายเรื่องราวได้อย่างน่าอ่าน
ผมอ่านเรื่องเล่าที่เดย์ส่งมาให้ผมอ่านเเล้ว(ทางเมลล์) เยี่ยมยุทธ์มากๆเลยครับ
มา กทม.อีกครั้ง มีฉลองใหญ่นะครับ :)
ไม่กี่วันพี่จะกลับบ้านที่ปายครับ จะปรึกษาเรื่องตั๋วเครื่องบิน (ขาเดียวครับ )
สวัสดีครับพี่ชายเอก
ขอบพระคุณมากครับพี่เอก ขอบคุณหลายๆ การได้รับคำชมจากมืออาชีพนี้มันสำคัญและมีพลังนะพี่ อีกอย่างมันทำให้เรารู้ทิศทางที่จะสร้างสรรค์งานต่อไป อิอิ ความหวังครั้งต่อไปคือเจ้ามือเค้ายอมรับและ งานของเรา "ใช้ได้" เป็นพอครับ แค่นี้ผมกโล่งและมีความสุขมากเลย
เล่าให้ตู่ฟังด้วยความภูมิใจที่มีมิตรดีดีเช่นพี่เอกและพี่ท่านอื่นๆเข้ามาในชีวิตครับ ^^
คืนนี้ปั่นส่งอีกโรงเรียน 555 ดึกอีกแน่ๆ ฮิฮิ
หวัดดีเดย์
เขียนเก่งจังเลย
วาเลนไทน์ปีนี้คงมีความสุขมากๆ เลยใช่ป่าว....
อุ๊ย...... อิจฉา จังเร้ยยยยย จ้า
อิอิ มากทม. โทรหา พอลล่าด้วยนะคะ
สวัสดีจ๊าพอลล่า♥paula .`๏'- ที่ปรึกษาตัวน้อย.`๏'-
ไป กทม. จะโทรไปเล่นด้วยเด้อจ๊า อิอิ นี่เดือนหน้าก็กะจะไปดูคอนเสิร์ตอยู่ด้วย :P
งานเขียนตอนนี้เสร็จแล้วครับ ส่งพี่เอกแล้วด้วย ช่วงที่ทำน่ะนะน้ำหนักลดไป 2 กิโล!!! ตอนนี้คืนมาหนึ่งแล้วครับ :)
คิดถึงเสมอและดูแลสุขภาพด้วยนะจ๊ะ ;)
สวัสดีครับผมพี่k-kukiat
นักวาดการ์ตูนสุดเจ๋ง ^^
ขอให้สุขภาพไม่อำนวยแค่ชั่วครู่แล้วก็หายนะครับ :~) ผมเข้าใจเลยว่าพอไม่สบายนี้มันไม่ดีเลย
วันที่ตอบคอมเมนต์นี้คงสบายดีแล้วแน่ๆใช่มั้ยครับผม ขอบพระคุณที่แวะมาทักทายนะครับ ^_^






















