การขับเคลื่อนต่อไปก็คงต้องให้ชัดในส่วนของการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง จาก ครอบครัว ชุมชน โรงเรียน และตัวเด็กเอง ในอนาคตการเชื่อมต่อกับ อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับสูงขึ้นไป เช่น สพท.,สพฐ,สช ก็คงต้องให้เกิดขึ้นเพื่อความยั่งยืน

ถึงแม้ว่าชนบทไทยจะมีพืชผัก ที่ปลูกไว้รับประทานเองและหาซื้อได้ไม่ยากนัก รวมถึงแหล่งอาหารที่มีอยู่เพียงพอ แต่การไม่ใส่ใจในการจัดการโภชนาการทั้งในระดับครอบครัว และระดับโรงเรียน ส่งผลให้เกิดภาวะโภชนาการที่ไม่สมดุลทั้งๆที่เราไม่ได้ขาดแคลนอาหาร แต่เราขาด เรื่องของ “ความรู้” ในการส่งเสริมโภชนาการที่ถูกต้อง ผลกระทบที่เกิดขึ้นที่เห็นได้ชัดก็คือ ภาวะโภชนาการไม่สมดุล น้ำหนักและส่วนสูงไม่เป็นไปตามเกณฑ์  ปัจจัยทางกายที่เกิดจากภาวะโภชนาการไม่สมดุลยังส่งผลต่อยังสติปัญญาของเด็กด้วย

โครงการประกวดแผนส่งเสริมโภชนาการดีอย่างยั่งยืนในโรงเรียน  เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระตุ้นและผลักดันให้โรงเรียน เอาใจใส่อย่างจริงจังในเรื่องการรับประทานอาหารของเด็กนักเรียนให้ถูกส่วน ให้ข้อมูลแก่ครูอาจารย์และเด็กนักเรียนให้มีความรู้ ความเองการข้าใจ ในเรื่องการรับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการซึ่งแนะนำโดยกรมอนามัย  ภายใต้แนวคิด “เด็กไทยมีโภชนาการดี กินผักอย่างน้อยมื้อละ ๔ ช้อนกินข้าว และกินอาหารถูกสัดส่วนผมและทีมงานเดินทางทางกรุงเทพฯ ตรงไปยังจังหวัดอุดรธานี เพื่อทำกระบวนการถอดบทเรียนความสำเร็จ ของการดำเนินโครงการโภชนาการยั่งยืน ของโรงเรียนในสามจังหวัด (อุดรธานี,ขอนแก่น และ หนองคาย)  โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก บริษัทไฮคิว ผลิตภัณฑ์อาหารจำกัด ร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

นับว่าเป็นโครงการที่เกิดจากการร่วมมือกันระหว่างบริษัทเอกชน ร่วมกับหน่วยงานของรัฐ แม้ว่าประเด็นการพัฒนาด้านสุขภาพ จะเห็นผลช้า และผลงานเชิงประจักษ์ต้องใช้เวลานาน  แต่ต้องยอมรับว่าบริษัทเอกชนเองก็ให้ใจเต็มที่

โรงเรียนที่เข้าร่วมการถอดบทเรียน มีโรงเรียนมาจาก ๓ จังหวัดได้แก่ จังหวัดขอนแก่น,จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดหนองคาย รวมทั้งหมด ๒๓ โรงเรียนและโรงเรียนทั้งหมดมาจากบริบทที่คล้ายคลึงกัน มีทั้งโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนของรัฐ ซึ่งสภาพปัญหาและความต้องการของโรงเรียนทั้งสองกลุ่มแตกต่างกันในด้านความพร้อมและศักยภาพ รวมไปถึงความสามารถในการบริหารจัดการ

โรงเรียนของรัฐ อาศัยงบประมาณบางส่วนจากรัฐ และนักเรียนส่วนหนึ่งมีเศรษฐานะที่ปานกลางถึงยากจน มีโครงการอาหารกลางวันบริการคิดรายหัว แต่งบประมาณค่าหัวอาหารกลางวันเด็กไม่เพียงพอ ส่งผลการบริหารจัดการโภชนาการในโรงเรียนที่ไม่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลเพียงพอ

โรงเรียนเอกชน เป็นโรงเรียนที่มีความพร้อมส่วนของงบประมาณ และสามารถบริหารจัดการโภชนาการในโรงเรียนได้เบ็ดเสร็จ แต่ยังมีปัญหาความไม่เข้าใจของผู้ปกครองบางส่วนที่ตามใจลูกในการรับประทานอาหาร ทำให้เด็กเกิดสุขนิสัยไม่ถูกต้อง เกิดภาวะทุพโภชนาการตามมา

การเริ่มต้นในการพัฒนาส่งเสริมโภชนาการดีอย่างยั่งยืนในโรงเรียนครั้งนี้มีจุดเริ่มต้น สองจุดแตกต่างกัน กลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่ไม่มีปัญหา หรือมีปัญหาทางโภชนาการไม่มาก กลุ่มนี้เริ่มต้นจากการพัฒนาศักยภาพที่ตนเองมีอยู่ และต่อยอดไปเรื่อยๆ ส่วนกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มที่มีปัญหาภาวะโภชนาการอยู่เดิมคิดจากปัญหาที่มี การทำโครงการก็เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

โครงการส่งเสริมโภชนาการดีอย่างยั่งยืนในโรงเรียนที่เกิดขึ้นจากการเข้าไปสนับสนุนของบริษัทไฮคิว ผลิตภัณฑ์อาหาร ร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการพัฒนาดังกล่าว ถือว่าก้าวสำคัญในการร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมประเมินผลความสำเร็จที่เกิดจากการพัฒนา หลังจากที่ดำเนินการมาได้ระยะหนึ่ง การถอดบทเรียนจึงเป็นการประเมินผลแบบเสริมพลังโดย ใช้เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด ๒๓ โรงเรียน

กระบวนการที่ทีมงานได้วางแผนเพื่อถอดบทเรียน ใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นหลัก โดยแยกกลุ่มเป็นจังหวัด และใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเล่าเรื่องราวสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในโครงการส่งเสริมโภชนาการในโรงเรียน  นอกจากทีมงานถอดบทเรียนจะได้บทเรียนจากคำบอกเล่าแล้ว เพื่อนครูต่างโรงเรียนก็ได้เรียนรู้ร่วมกันไปด้วย ในช่วงเย็นก็เป็นการไขว้ประสบการณ์โดยการนำเสนอภาพรวมของจังหวัด โดยครูที่เข้าร่วมกระบวนการเป็นผู้นำเสนอ และ Facilitator ประจำกลุ่มก็สรุปในมุมมองที่ได้เรียนรู้เติมเต็มให้เห็นภาพที่สมบูรณ์มากขึ้น

 

การทำงานของทีมงานถอดบทเรียน  เราได้กำหนดไว้ โดยแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่มๆ ละ ๒ คน (Facilitator, Notetaker) รับผิดชอบในการจัดกระบวนการเรียนรู้ และ สรุปการถอดบทเรียนเพื่อจัดทำเอกสารสำหรับหน่วยงานที่ดำเนินโครงการนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

ในวันที่ ๖ ก.พ.๕๓ เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งวัน ส่วนวันที่ ๗ เป็นงานนิทรรศการ แสดงผลงาน ดังนั้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันแรก ก็จะถูกเติมเต็มด้วยผลงานที่โรงเรียนต่างๆนำมาแสดงในวันถัดมา ทั้งสองวันจึงถือว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่ทีมงานถอดบทเรียนต้องเก็บเกี่ยวให้ครบถ้วน

สิ่งที่ผมและทีมงานได้เรียนรู้  ผู้สนใจสามารถอ่านได้จากเอกสาร ที่ทำเป็น Press release ที่เป็นเอกสารสรุปเบื้องต้นสำหรับสื่อมวลชนที่มาร่วมงานและรับฟังผลการถอดบทเรียนพร้อมกันไปด้วย

เอกสารสามารถ Download อ่านได้จาก Press release โภชนาการยั่งยืน

Rz7

ส่วนในวันที่สอง นอกจากพวกเราได้เรียนรู้ผ่านบู้ธการนำเสนอของโรงเรียนต่างๆที่เตรียมการนำเสนอกันอย่างเต็มที่ เห็นทั้งความตั้งใจและความยิ่งใหญ่ของงานที่ทาง บริษัทเลมอน เรย์ ได้ช่วยจัด Event ครั้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว  ยังมีเวทีสื่อมวลชนและคุณครูที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ที่ร่วมฟังสรุปการถอดบทเรียน

 

สิ่งหนึ่งที่ผมฝากไว้ในเวทีสื่อมวลชนในวันที่สองก็คือ ความสำเร็จครั้งนี้ เป็นการเริ่มต้นที่ดี ในการตระหนักถึงความสำคัญของงานโภชนาการ แม้ว่าเป็นเพียงหนึ่งในงานส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียน แต่สำคัญมากต่อเด็กนักเรียน การขับเคลื่อนต่อไปก็คงต้องให้ชัดในส่วนของการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง จาก ครอบครัว ชุมชน โรงเรียน และตัวเด็กเอง ในอนาคตการเชื่อมต่อกับ อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับสูงขึ้นไป เช่น สพท.,สพฐ,สช ก็คงต้องให้เกิดขึ้นเพื่อความยั่งยืน ส่วนข้อเสนอแนะอื่นๆ ที่ทางทีมงานให้ข้อเสนอแนะ คือ เน้นการใช้และสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้อย่างแท้จริงและเกิดการเรียนรู้จนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม พร้อมกับ ปลูกจิตสำนึกของสังคมให้เกิดขึ้นร่วมกันว่า ภาวะโภชนาการในเด็กเป็นเรื่องที่สำคัญ และเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่จะต้องขับเคลื่อนการพัฒนาภาวะโภชนาการขึ้นในระดับประเทศ ในด้านการจัดการความรู้ ควรส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายการเรียนรู้ เชิงประเด็น “การส่งเสริมภาวะโภชนาการอย่างยั่งยืน” ในกลุ่มโรงเรียนที่ดำเนินการในประเด็นดังกล่าว ในรูปของตลาดเรียนรู้ หรือเปิดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่หลากหลาย

คำว่า “ยั่งยืน” ก็ไม่ใช่เพียงแค่วาทกรรมสวยหรู หากเป็นไปได้จริง

Rz9

ขอบคุณทีมงานถอดบทเรียนที่ใช้พลังศักยภาพและให้ “ใจ” เต็มที่ในการทำงาน จนทำให้งานครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างสวยงามและน่าประทับใจ

Img_4231

ขอบคุณบริษัทไฮคิว ผลิตภัณฑ์อาหาร,กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข,บริษัทเลมอนเรย์,โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการทั้ง ๒๓ โรงเรียน(จาก จ.อุดรธานี,ขอนแก่น,หนองคาย) ที่ช่วยกันรังสรรค์สิ่งดีๆให้กับสังคมไทย

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

๘ กพ.๕๓

ศาลายา,มหิดล


 

อ่านบันทึกการถอดบทเรียนที่เกี่ยวข้อง