จิบน้ำชา ร่วมสร้างเคล็ดวิชา เยียวยาฟื้นฟู ให้เกิดเหล่าผู้กล้าทั่วแผ่นดิน

          จันทร์กระจ่างฟ้า  ณ.เรือนไม้ปุณกัณฑ์ ริมสำนักเส้าหลินทักษิณ แดนใต้ ในคืนจันทร์เต็มดวงที่คนทั่วโลกต่างรอคอย การมาเยือนของดวงจันทร์ เหล่าผู้กล้า (กล้าคิด  กล้าทำ  กล้าเขียน)

         ได้รับเทียบเชิญ ให้มาจิบน้ำชา ร่วมกันสร้างเคล็ดวิชา เยียวยาฟื้นฟู ให้เกิดนักสู้เหล่าผู้กล้าทั่วแผ่นดิน จากกระบี่สายฟ้า นักศึกษาหน้าหยก พลังไฮเพาว์เวอร์ (เอก จตุพร) และสำนักตักศิลา สองสามีภรรยาวิทยาการจัดการ ปรมาจารย์ ธวัชชัย และ ฮูหยินจันทร์ เจ้าของสถานที่ ...

        ทอดตาทอทั่วโต๊ะน้ำชายามนี้ ที่ข้างกาย ทางซ้ายมือ บุรุษอาชาไนย ที่ยอมหักไม่ยอมงอ ที่หาญกล้านำพาเณรน้อย ออกรับใช้แผ่นดินทั่วถิ่นอิสาน เอาวิชาการคืนสู่มาตุภูมิ นาม"แผ่นดิน"

       ถัดไปเป็นนักสู้ผู้หญิงที่ดูเหมือนไฮโซ ฉายาคุณนายดร.ที่ อิสระ แต่ทว่าเรียบง่ายไม่มากเรื่องให้เปลืองเวลา นักวิชาการ"อิสระ"ที่ได้ ย่อมหมายถึง มีอิสระที่จะได้ออกมารับใช้ประชาชน

      และตัวข้าพเจ้า" เฒ่าทารก วนิพกพเนจร"ฉายา "การทำงานคือการพัผ่อน" พวกเราทั้งหมดตั้งหน้าคอย สหายที่จะมาร่วมสมทบ จนไข่หลงดงผักเหลียงพร่องจาน ยำปลาสำลีอกแตกตายก็หายวับไปกับตา   แกงเลียงพระรามชมดงหมดไปตอนไหนไม่ทันสังเกตุ น้ำพริกแมงดา ลาจากถ้วย น้ำพริกกุ้งเสียบขอตามไปด้วย คงเหลือแต่ผัดเผ็ดเนื้อ ที่เผ็ดร้อน ทำให้ลมปราณของนักสู้ต่างถิ่น พรุ่งพล่าน ปรับสมดุลย์ไม่ทัน 

          สักพัก บัณฑิตสาวสายฟ้ามะปรางเปรี้ยวก็ชักพาผู้กล้ามาสมทบ ชายคิ้วขาวเจ้าสำนักUKM ผู้มีพลังอันแก่กล้า มีรังสีแห่งความดีเปี่ยมคุณธรรม  เพียงท่านเอื้อนเอ่ยทักทาย แก้วน้ำดื่มประตัวของทุกคนก็กระเทือนน้ำกระเซ็นต์เหมือนโฆษณาโซดาสิงห์ ยิ่งเสียงหัวเราะท่าน ยิ่งสั่นประสาทให้ผู้คนต้องสยบหลบหลีกโดยไม่ต้องเปล่งวาจา คารวะผู้เฒ่าขอคารวะ สักจอก ท่านอาจารย์ เจเจ

      ติดตามมาด้วยหนุ่มหน้าใส สบายสบาย ชื่อแซ่ฉายาเกรียงไกรทั่วยุทธบล็อก(ภพ)นามคนดอย ที่ไม่ค่อยปราศัย มีใบหน้าเปี่ยมสุขด้วยยิ้มตลอดเวลา คารวะเฒ่าขอคารวะเช่นกัน 

       อิ่มข้าวปลาอาหารก็ออกจากเหลา ปุณกัณฑ์ เหล่าผู้กล้าไม่นิยมน้ำจัณฑ์ แต่นิยมน้ำชา ก็เฮโลสาระพามากันที่ร้านน้ำชาหมื่นไม้ ตั้งใจมาชมชาชัก มาชิมสุดยอดโรตีที่บางเบาประดุจกระดาษซับทิชชู

       บัณฑิตสาวสายฟ้า อาสาไปสั่งน้ำชามาบริการ โดยบริกรโดยบริกรเจ้าร้าน   ถิ่นนี้ไม่ใช่ถิ่นผู้เฒ่าหากเป็นถิ่นผู้เฒ่าก็จะมีลีลาการสั่งน้ำชา แบบมนต์ฟ้ามือพากพ์หนังกำลังภายในว่า

    " เฮ้ย เสี่ยวเอ้อ เอาน้ำชามาสักจอก อย่าให้กูต้องบอกว่าให้มึงเอาจอกไปใส่น้ำชา"  .....

       ชาชักเจ้านี้รสชาดไม่เป็นที่ประทับใจ เหล่าผู้กล้านักชิมชายังไม่อิ่มใจ ทั้งที่อิ่มกาย จึงย้ายไปยังร้าน ซาลาเปาทอด ณ.ที่นี้ซาลาเปาทอดคือคำตอบสุดท้ายของสุดยอดความอร่อย

        ก่อนมาสู่ซาลาเปาทอด พวกเราผู้มีรสนิยมความทันสมัย ไปทัศนาพระจันทร์เต็มดวงที่อ่างเก็บน้ำในสำนักทักษิณเส้าหลินแดนใต้ พวกเราหลงไหลได้ปลื้มดืมด่ำกับธรรมชาติ ผลัดกันถ่ายผลัดกันชมภาพจันทร์ในกล้อง....ใ

         ในขณะที่เจ้าสำนัก UKM บอกว่าไม่มีใบหน้ามาเปรียบว่าจันทร์ใหญ่จริง สวยจริง ผู้เฒ่าหวนนึกถึงใบหน้าฮูหยินจันทร์ตอนนั่งกินข้าวด้วยกัน ฮูหยินจันทร์ นั่งหันหลังให้ดวงจันทร์ เป็นมุมที่ผู้เฒ่าเห็นจันทร์สองดวงมาเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง ผู้เฒ่าเห็นทั้งสองมีความแตกต่างเปรียบได้ดังว่า

 "อันจันทร์เพ็ญนั้นสว่างแต่ข้างขึ้น 

กระต่ายมึนเมาจันทร์จนเป็นบ้า

แต่ฮูหยินจันทร์ใสสุกทุกเวลา

 ชาวประชาโกทูโนว์จึงเมามึนทั้งขึ้นแรม"

      นี้เพียงขยับ เป็นบางส่วน หากถึงเวลา 13 อรหันต์มนุษย์ทองคำ ร่วมร่ายรำเคล็ดวิชาจะสนุกแค่ใหน  ผู้เฒ่าจะนำมาขยายนำเสนอบำเรอชาวโกทูโนว์ต่อไป.....