"บำเหน็จค้ำประกัน" สิทธิประโยชน์เพื่อความสุขของผู้รับบำนาญ

"บำเหน็จค้ำประกัน" สิทธิประโยชน์เพื่อความสุขของผู้รับบำนาญ

แนวคิดและที่มา...

ชีวิตของข้าราชการ ในคราวที่ทำงานอยู่ จะมีสิทธิ คือ ได้รับเงินเดือน และเมื่อออกจากราชการแล้ว สิทธิของข้าราชการท่านนั้น ก็จะได้รับบำนาญ (รวม ช.ค.บ.) แต่เมื่อครั้งเสียชีวิตแล้ว สิทธิจะตกไปอยู่ที่ทายาทจะเป็นผู้รับบำเหน็จตกทอด...

สิทธิในบำนาญ :

บำนาญ คือ เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมาซึ่งจ่ายเป็นรายเดือน

พ.ร.บ. 2494

บำนาญ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย X เวลาราชการ

50

(ไม่เกินเงินเดือนเดือนสุดท้าย)

ซึ่งจะปรับขั้นต่ำของ ช.ค.บ. ให้ได้ถึง 6,000 บาท สำหรับ 1 เมษายน 2554 นี้ ข้าราชการปรับ 5 % ข้าราชการบำนาญ ก็จะปรับให้ 5 %

เงินเดือนเดือนสุดท้ายและเวลาราชการ จะมีผลทำให้ บำนาญ

ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง

แต่เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป ข้าราชการจะได้ปรับเงินเดือน สำหรับผู้รับบำนาญจะไม่ปรับบำนาญ...แต่ผู้รับบำนาญจะได้เงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ค.บ.)

บำนาญ + ช.ค.บ. = เงินที่ได้รับต่อเดือน

รัฐกำลังแก้ไขการรวมเงินเดือนกับ ช.ค.บ. เพื่อให้ทายาทได้รับบำเหน็จตกทอดเพิ่มขึ้น โดยต้องแก้ไข พรบ. 2494

เมื่อผู้รับบำนาญถึงแก่ความตาย จะทำให้ทายาทจะมีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอด

บำเหน็จตกทอด :

ทายาท ได้แก่ บิดา มารดา 1 ส่วน

คู่สมรส 1 ส่วน

บุตร 2 ส่วน

(บุตร 3 คนขึ้นไป 3 ส่วน) บุตรได้แก่ บุตรตามกฎหมาย การจดรับรองบุตร บุตรที่ศาลสั่ง บุตรบุญธรรม

ในกรณีไม่มีทายาท

ให้จ่ายแก่บุคคลซึ่งผู้ตายแสดงเจตนาไว้ต่อส่วนราชการเจ้าสังกัด (ตามแบบและวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด)

บำเหน็จตกทอด :

- ผู้รับบำนาญตาย จ่ายให้ 30 เท่าของบำนาญ + ช.ค.บ.หัก บำเหน็จดำรงชีพ (ส่วนที่ขอรับไปแล้ว)

ต่อมาเมื่อสภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะให้ความช่วยเหลือผู้รับบำนาญที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการครองชีพ

บำเหน็จดำรงชีพ : เงินที่จ่ายให้แก่ผู้รับบำนาญเพื่อช่วยเหลือการดำรงชีพโดยจ่ายให้ครั้งเดียว...

จ่ายในอัตรา :

- ไม่เกิน 15 เท่าของบำนาญรายเดือนที่ได้รับ

- อัตราและวิธีการตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

กรณีได้รับทั้ง บำนาญปกติ และบำนาญพิเศษ

เพราะเหตุทุพพลภาพให้นำมารวมกันคิดเป็นบำนาญรายเดือน

ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ พ.ศ. 2546 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551 :

- ขอรับได้ 15 เท่าของบำนาญรายเดือน แต่ไม่เกิน 2 แสนบาท

- อายุ 65 ปีบริบูรณ์ ขอรับในส่วนที่เกิน 2 แสนบาทได้อีก

แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท

บำเหน็จค้ำประกัน...

เนื่องจากบำเหน็จดำรงชีพในส่วนแรก ข้าราชการบำนาญ ได้นำมาใช้ก่อนแล้ว 15 เท่า สำหรับส่วนบำเหน็จตกทอดที่จะเหลือให้ทายาทอีก 15 เท่าหลัง ก็น่าจะนำมาใช้ได้อีก...โดยส่วนที่เหลืออีก 15 เท่าหลังนี้ ถือว่าเป็นหลักทรัพย์ที่ผู้รับบำนาญสามารถนำหลักทรัพย์นี้ไปใช้ค้ำประกันเงินกู้กับธนาคารพาณิชย์ได้ ซึ่งเรียกว่า "บำเหน็จค้ำประกัน"...

ผู้รับบำนาญที่สามารถใช้สิทธิได้ :

1. มีฐานะเป็นผู้รับบำนาญอยู่ในวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ

2. ยินยอมให้ส่วนราชการหักบำนาญ (ที่ได้รับในแต่ละเดือน) เพื่อชำระคืนเงินกู้ให้แก่ธนาคารตามสัญญากู้เงิน

สำหรับ ข้าราชการบำนาญที่เป็นสมาชิก กบข. ยังใช้สิทธิดังกล่าว

ข้างต้นไม่ได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการแก้ไขกฎหมายอยู่...

ข่าวดี!...เมษายน 2554 รัฐจะขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการ = 5 % จ้า...