การวางแผนชีวิต

"การวางแผนชีวิต"

นับแต่ผู้เขียนเกิดมา ตั้งแต่จำความได้ ก็ได้ทราบว่าตนเองเกิดมาจากตระกูลของชาวนา ได้ดีมีความรู้ ตำแหน่งหน้าที่การงานก็เพราะ พ่อ - แม่เป็นชาวนา...ผู้เขียนไม่เคยเสียใจที่เกิดมาจากครอบครัวของชาวนา แต่กลับ ภูมิใจเสียด้วยซ้ำว่าได้มาเป็นลูกของพ่อ - แม่ในชาตินี้...พ่อ - แม่ คอยแต่สอนให้ลูกเป็นคนดี คิดแต่สิ่งที่ดี ๆ ทำแต่สิ่งที่ดี ๆ เพื่อจะได้ติดอยู่กับตัวของลูก ๆ ...พ่อกับแม่คงลำบากมากกว่า...ได้ส่งเสียให้ลูก ๆ เล่าเรียน...ไม่เคยให้ลูก ๆ ทำนา เพราะกลัวว่าลูกจะลำบาก ตั้งใจส่งเสียจนลูกจบการศึกษาและได้รับราชการสมความตั้งใจ...

อาจเป็นเพราะสายเลือดที่เป็นชาวนา จึงทำให้ผู้เขียน เมื่อมารับราชการและได้มาซื้อบ้านอยู่ในเมือง ซึ่งเป็นบ้านปูน ที่ก็คับแคบ เวลาเข้าบ้านก็ต้องเปิดแอร์...ไม่เหมือนบ้านเดิมที่เราเติบโตมา มีที่ตั้ง 3-4 ไร่ กว้างกว่าในเมืองด้วยซ้ำ...รอบบ้านก็มีแต่สวนสัก...ทำให้สดชื่น ร่มเย็น ไม่ต้องใช้แอร์ อากาศก็เป็นธรรมชาติ เย็นสบาย ทำให้พ่อบ้านและผู้เขียนนึกถึงว่าหลังจากที่เกษียณแล้ว เราต้องทำสิ่งใดบ้าง?...โดยพ่อบ้านเหลือเวลารับราชการอีกประมาณ 4 เดือนกว่า ก็เกษียณอายุราชการแล้ว (สมกับที่ตั้งใจไว้ว่าได้รับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้จนถึงเกษียณอายุราชการ 60 ปี) รวมเวลารับราชการได้ประมาณ 40 ปี ซึ่งเป็นเวลาที่เรียกว่า "นานมาก" ในการรับราชการต้องใช้ความอดทนอย่างสูง...ครั้งแรกนึกว่าจะรับราชการได้ไม่ครบการเกษียณอายุ ...คิดลาออกก็หลายครั้ง...เพราะเมื่อปีที่แล้วเกิดป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ...แต่ก็ได้ทำกายภาพบำบัดมาตลอด อาการดีขึ้นตามลำดับ... จนแพทย์ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช ถามว่า...ไปทำอะไรมา จึงดีขึ้นเกือบเหมือนปกติ... ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกำลังใจ + การทำกายภาพบำบัด + รักตัวเอง จึงทำให้อาการดีขึ้น...เกือบปกติ

เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ครอบครัวของผู้เขียนได้ซื้อที่ดินที่อยู่หลังบ้านเดิม (ที่อำเภอพรหมพิราม) ของผู้เขียน ประมาณ 3 - 4 ไร่ ราคาตอนนั้นประมาณ 50,000 กว่าบาท เพราะเป็นที่ที่ไม่มี นส.3 ก หรือโฉนด จนปัจจุบันได้ทำการขอออกโฉนดได้เรียบร้อยแล้ว...ดินอุดมสมบูรณ์มาก...ครั้งแรก คิดที่จะปลูกถั่ว ข้าวโพด แต่ติดที่ว่าพ่อบ้านและผู้เขียนรับราชการทั้งคู่ แม้เวลาที่จะดูแลไม่มี... เลยคิดกันว่า เรา ควรปลูกไม้ยืนต้น เพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่า...ถือว่าเป็นการวางแผนชีวิตของครอบครัวเลยค่ะ...

ดังนั้น เราจึงตัดสินใจปลูก "ต้นสักทอง" เราจะใช้กำลังแรงกายของคนภายในครอบครัวเราเองเป็นคนปลูก ไม่จ้างเพราะเราทำกันเองได้ ก็จะมีลูกชายเจ้าตัวโต ตอนนั้นอายุประมาณ 2 - 3 ขวบ มาร่วมวงปลูกด้วย...ผู้เขียนซื้อต้นกล้าสักทองมาประมาณ 1,000 ต้น จะปลูกกันในวันเสาร์ - อาทิตย์ เพราะว่างจากการทำงาน เราปลูกทิ้งไว้ โดยไม่สนใจ แต่เวลาผ่านไปประมาณ 20 ปี เราหันกลับไปดู...โอ้โฮ...ต้นสักอะไรต้นใหญ่จริง ๆ...แถมเป็นสักทองเสียอีก...เรียกว่า...เป็น การวางแผนชีวิต...ที่เรานึกไม่ถึงเชียวค่ะ...ซึ่ง เจ้าลูกชายตัวโต ปัจจุบันอายุ 22 ปี เรียนที่ ม.นเรศวร ปี 4 ได้ถ่ายภาพแล้วนำมาฝากกันค่ะ...

ป้ายการได้ขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่าที่ทางครอบครัวได้ทำขึ้น

ตามหนังสือรับรองฯ ที่ทางป่าไม้อำเภอได้ออกให้...

ป้ายตั้งไว้หน้าบ้านที่อำเภอพรหมพิราม ซึ่งสวนป่าสักจะอยู่ด้านหลัง..

เนื้อที่ประมาณ 3 - 4 ไร่ เป็นต้นสักทองค่ะ...

อยู่ทางทิศเหนือของอำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก

ห่างอำเภอประมาณ 2 - 3 กิโลเมตรค่ะ...

ถ้าอากาศร้อนอบอ้าว...จะมีเห็ดโคนขึ้นด้วยค่ะ...

เห็ดโคน...รสชาติอร่อยมาก...หวาน เพราะดินอุดมสมบูรณ์

ชาวบ้านชอบแอบมาเก็บไปขาย...กิโลกรัมประมาณเกือบ 200 บาท

เชียวนะค่ะ...เจ้าของเก็บไม่ทันเพราะมัวมาทำงาน...แต่ไม่ว่ากันค่ะ...

ต้นสักทองค่ะ...

ที่ป่าสักนี้ได้จดทะเบียนขึ้นเป็นสวนป่าจากกรมป่าไม้ ด้วยค่ะ...

สามารถตัด + ขนย้าย ...ได้ถูกต้องตามกฎหมายค่ะ

ต้นเล็ก ต้นใหญ่ ปะปนกันค่ะ...

มีคนมาขอซื้อค่ะ...แต่พวกเราไม่ขาย

ต้องการอนุรักษ์ธรรมชาติ + สิ่งแวดล้อมค่ะ...

จะปลูกต้นยางทดแทน เมื่อต้นสักตายค่ะ...

ครอบครัวเราเคย...บริจาค...ต้นสักให้กับ

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก

เพื่อทำศาลาพักของผู้มาติดต่อราชการค่ะ...

(ทดแทนบุญคุณแผ่นดิน...ที่ให้เงินเดือน + ค่าจ้าง กับครอบครัวเรา)

ไม้สักทอง (ด้านบน + เสา) ที่ครอบครัวของเราบริจาค

ให้กับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลกค่ะ...

ไม้สักทอง ที่ครอบครัวเราบริจาคให้เป็น...

ศาลาร่วมใจ ณ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก ค่ะ...

นี่คือ..."การวางแผนชีวิต"...เมื่อ 20 ปีก่อนค่ะ...ของครอบครัวเรา

นี่ก็เป็นที่อีกแปลงหนึ่ง...ซึ่งย่าได้ยกให้เป็นที่มรดกให้กับพ่อบ้าน

มีเนื้อที่ประมาณ ไร่เศษ ๆ ค่ะ...อยู่ติดกับเขื่อนนเรศวร

อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก...เป็นที่ปลอดจำนองค่ะ...

ต้นยางค่ะ...ปลูกมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ - ย่า ทำไว้ให้ค่ะ...

ซึ่งในที่ของญาติพี่น้อง ตัด โค่น หมดแล้ว เหลือแต่ในที่ของพ่อบ้าน

ไม่ยอมตัดค่ะ...จึงทำให้ต้นยางสูงและโตค่ะ...

ต้นยางสูงและใหญ่มากค่ะ....ยังแอบโดนญาติ พี่ - น้องแซวว่า...

ทางบ้านของผู้เขียนมีเงินแล้วยกต้นไม้นี้ให้กับพี่ - น้องเถอะ...

(คงกะว่าจะตัด ทำลายอีกนั่นแหล่ะค่ะ...)

ต้นยาง + ต้นข่อย + ต้นขนุน ฯลฯ...

ผู้เขียนและพ่อบ้าน ไม่ยอมยกให้ใครหรอกค่ะ...

ปลูกไว้เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมค่ะ...

(มีใครสักกี่คน...ทราบบ้างไหมว่า...เหตุที่เกิดน้ำท่วม + ภัยธรรมชาติ

เนื่องมาจากสาเหตุที่มนุษย์ตัดไม้ ทำลายป่ากันค่ะ...

แล้วไม่ยอมปลูกป่าเพื่อทดแทนไงค่ะ)...

ต้นยางที่ปลูกเพิ่มเติมภายหลังค่ะ...

ผู้เขียนยังจำได้ว่า เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว...

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ และองค์สมเด็จพระนางเจ้าพระบรม-

ราชินีนารถ ทรงตรัสให้ประชาชนทุกคนร่วมกันปลูกป่า...

จะมีใครสักกี่คน?...ที่ร่วมใจกันทำตามกระแสพระราชดำรัส...

แต่ครอบครัวของเราได้ทำแล้วค่ะ...(ตามภาพข้างต้นนี้ค่ะ)...

และเห็นจริงอย่างที่พระองค์ท่านตรัสด้วยค่ะ...

นี่ก็เป็นที่มรดกของย่ายกให้พ่อบ้าน ประมาณ 5 ไร่ เป็นที่นาค่ะ...

ปลูกต้นตาล...ตามคันนาที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรค่ะ...

เราไม่เคยลืม!...ว่าเรามาจากดิน...

ตามคันนาพ่อบ้านได้พาลูกชายเจ้าตัวโต + เจ้าตัวเล็ก

มาปลูกต้นตาลไว้ เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วค่ะ...

(ปัจจุบันเจ้าตัวโตอายุ 22 ปี + เจ้าตัวเล็กอายุ 19 ปีค่ะ...)

ครั้งแรกชาวบ้านว่า...ปลูกอะไรไม่รู้...แต่มาปัจจุบัน...บอกว่าดีค่ะ...

บางครั้งการทำสิ่งใด...ก็ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ค่ะ...

เคยสอนลูกว่า...ต่อให้เจ้าเรียนจบปริญญาเอก...

ขอให้เจ้าจงอย่าลืมว่า...เจ้าคือลูก หลาน ของชาวนา...

ต่อให้เจ้าบินสูง...แต่จงอย่าลืม!...ที่มาว่าเจ้ามาจากที่ที่ตรงนี้...

ที่ซึ่งเป็นต้นกำเนิดที่ทำให้เจ้าบินสูงได้...

ดังนั้น...เจ้าอย่าลืมตน...อย่าดูหมิ่น...ดูแคลนผู้อื่น...

ต้นตาลของเราจะไม่ปลูกในครั้งเดียว เพราะเรารู้ว่าอายุต้นตาล

จะอยู่ได้ประมาณ 70 กว่าปี เราจะปลูก 3 ครั้ง

ครั้งแรก ปลูก 30 ต้น เมื่อ 8 ปีที่แล้ว...และปลูก ครั้งที่ 2

อีกประมาณ 40 ต้น จะทิ้งช่วงห่างกันประมาณ 8 ปี

(เพราะเมื่อต้นตาลหมดอายุ ก็จะได้ไม่ตายในครั้งเดียวกัน)

นี่เป็น...ครั้งที่ 2 ที่ปลูกได้ประมาณ 40 ต้น เมื่อ 8 ปีที่แล้ว

และจะเริ่มปลูกครั้งที่ 3 ประมาณปีหน้าค่ะ....อีกประมาณ 30 ต้น...

เจ้าตัวโต + เจ้าตัวเล็ก ภูมิใจในผลงานที่เขาได้มาปลูกไว้กับพ่อค่ะ...

เมื่อเจ้าไปไหนไม่รอด...ก็จงกลับมาบ้านเรา...พ่อ + แม่ ยังรอเจ้าอยู่

(ที่ทุกแปลงที่กล่าวมาข้างต้น ปลอดจำนองหมดค่ะ...)

ยังมีที่นาอีกประมาณ 40 ไร่ค่ะที่เราได้ให้เขาเช่าทำค่ะ...

ตั้งใจว่า...ที่มรดกที่ พ่อ - แม่ ให้มา ไม่มีการขาย หรือจำนอง...ค่ะ

นี่คือ..."การวางแผนชีวิต" ของครอบครัวเราค่ะ...ไม่มีซื้อ ไม่มีขาย...แต่สามารถคิดเอง + ทำเองได้ด้วยแรงใจและแรงกายของตัวเราค่ะ...ทำเสียตั้งแต่ตอนที่เรายังมีแรงนะค่ะ...

"คนเราเลือกเกิดไม่ได้...แต่เลือกที่จะเป็น หรือจะทำให้ดีได้ค่ะ..."

อ่าน "นักวางแผนชีวิตครอบครัว" ได้จากบล็อกนี้ค่ะ...

http://gotoknow.org/blog/bussayamas7/376467

ฆ้อนตราใช้สำหรับตอกหน้าไม้สักทอง...

ซึ่งกรมป่าไม้เป็นผู้รับรอง...

มีอายุสัมปทาน 30 ปี...เมื่อหมดอายุ 30 ปี

ให้ต่ออายุกับกรมป่าไม้ใหม่ค่ะ...

ใช้เฉพาะสวนป่าสักทองของผู้เขียน...

ฆ้อนตราใช้สำหรับตอกหน้าไม้สัก เพื่อการขนย้ายที่ถูกต้อง

ตามกฎหมาย...

หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนตรา...

หนังสือรับรองตรา...

หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ดินสวนป่า...