ใครเลยจะรู้....คนที่ดูหน้าตาเรียบร้อยอย่างฉัน จะทำอะไรที่ตรงกันข้ามกับตัวเองเสมอ

คุณคะ!  คุณคะ!  เอียงหูมาซิคะ  ฉันจะกระซิบบอกความลับให้ฟัง  ต้องเข้ามาใกล้ๆ นะคะ  คนอื่นได้ยินจะไม่เป็นความลับนะ  จุ๊ จุ๊...จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ความลับซะทีเดียวหรอกค่ะ  ฉันขอเรียกว่าเป็นความเปิ่น  เฟอะฟะความบ้าของฉันก็แล้วกันนะคะ  ใครเลยจะรู้...คนที่ดูหน้าตาเรียบร้อยอย่างฉันชอบทำอะไรตรงข้ามกับตัวเสมอ 

ตามมาดูความลับฉบับเปิ่นๆ ของฉันกันดีกว่า

.....ชอบไล่จับกบตามถนนหนทาง 

ยังจำได้ว่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย  ฉันกับเพื่อนอีก 2 คนเลิกจากเรียนแล้วก็ชอบที่จะไปเดินเล่นแถวๆ ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ส่วนมากก็จะไปหาหนังสือมาอ่านกัน เราเดินคุยกันไปคุยกันมา เดินไปๆๆๆ  อยู่ๆ ก็มีเสียงร้อง โอ๊ย!...  แฮะ! แฮะ!  ฉันเองค่ะ   ฉันลงไปกองอยู่กับพื้น  นั่งพับเรียบเรียบร้อยอย่างดี  เพื่อนๆ ต้องรีบมาจูงให้ลุกขึ้นพร้อมกับกระซิบ  " แก...ลองหันไปดูซิ!  คนมองกันเพียบเลย  ร้องซะดังเลยนะแก "  แล้วเราก็รีบเดินจูงมือกันออกไปจากที่นั่น  คนมองกันเยอะจริงๆ ค่ะ  ก็หน้าห้างสรรพสินค้านั่นน่ะผู้คนขวักไขว่ยุบยับเป็นหนอนขนาดนั้น เพื่อนอายกันสองคนซะเมื่อไร  ฉันก็อายนะ  อายกว่าเพื่อนซะอีก  แต่ก็ยังดีนะที่คุณเพื่อนยังถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง  และนี่ก็ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวนะคะ  ครั้งที่ 2 ,3 , 4 ....มีตามมาเรื่อยๆ

ครั้งสุดท้ายเกิดที่ทางลงสถานีรถไฟฟ้า BTS สยามสแควร์   เพื่อนนัดทานข้าวกลางวันที่สยามค่ะ  เราจะไปทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือท่าสยามกัน  นัดเจอกันบนสถานีรถไฟฟ้า BTS  ช่วงนั้นคนที่นั่นเยอะมากๆๆๆ ทั้งที่ออกมาทานข้าว  ทั้งที่เดินทางผ่านไปมา  ฉันกับเพื่อนเดินคุยกันลงมาจากสถานีถึงบันไดขั้นสุดท้ายแล้วล่ะค่ะ  อยู่ๆ ฉันก็หายไปจากสายตาเพื่อนโดยฉับพลัน  อิอิ...ลงไปกองกับพื้นอีกเหมือนเดิม  คราวนี้ฉันคว้าหมับจับมือเพื่อนไว้ทัน  แกหนีฉันไม่รอดหรอก  มาช่วยอายเป็นเพื่อนกันหน่อยเถอะนะ  คนมองกันใหญ่เลย  เจ็บขาก็เจ็บ  อายก็อาย...ว่าแล้วก็รีบลุกเดินจูงมือเพื่อนหายเข้าฝูงชนไปอย่างรวดเร็ว  ก๋วยเตี๋ยวมื้อนั้นแลกมาด้วยความเจ็บและอายค่ะ  กบที่กรุงเทพฯ ทำไมมีเยอะจัง  มาให้ฉันจับอยู่เป็นประจำเลยนะ

 

.....ชอบโทษลม ฟ้า อากาศ  

คุณเคยบ้างไหมคะที่เวลาเดินไปตามถนน  อยู่ๆ คุณก็ก้าวขาเดินต่อไปไม่ได้  ก้าวต่อไปไม่ได้จริงๆ นะคะ  ฉันเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยมาก ส้นแหลมเจ้ากรรมชอบที่จะเข้าไปอยู่ในหลุมรอยต่อระหว่างบล็อกทางเดิน  อ้าว!  ก็ก้าวเดินต่อไปไม่ได้นะซีคะ  บางครั้งก็สามารถดึงออกมาอย่างง่ายดาย  แต่บางครั้งเจ้าส้นแหลมเหมือนกับแกล้งกัน  ดึงเท่าไรก็ไม่หลุดซะที  สองมือเล็กๆ นี่ล่ะค่ะคือผู้ช่วยอย่างดี งัดแงะออกมาได้อย่างทุลักทุเล  จัดการเจ้าส้นแหลมแล้วฉันก็หันไปมองเจ้าหลุมรอยต่อนั้นด้วยสายตาตำหนิ  บ่นโทษเจ้าหลุมนั่นที่ทำให้ฉันต้องอับอายขายหน้าประชาชี (นี่คือวิธีกลบเกลื่อนความอาย)  รีบหันหลังกลับแล้วแอบอมยิ้มเดินเชิดหน้าต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่ในใจซีคะ  อ๊าย อาย  อายจังเลย  ผู้คนแถวนั้นมากมายทั้งที่เดินผ่านไปมา  ทั้งที่อยู่ขับรถบริเวณนั้น แถมรถติดอีกต่างหาก   แต่ฉันก็ยังไม่วายที่จะเช็คค่ะว่าปฏิกิริยาของพวกเขาเป็นอย่างไรกัน  ฉันแอบปรายตามอง    ส่วนมากอมยิ้มกันค่ะในความเปิ่น ความโก๊ะของฉัน แหม!  ก็ถนนไม่ดีนี่นา  นี่คือคำแก้ตัวจากฉันกับเพื่อน  เพื่อนร่วมงาน  หรือน้องๆ ที่เดินไปด้วยกัน 

 

.....ซุ่มซ่าม เฟอะฟะเป็นที่สุด

ในความเปิ่น โก๊ะ ของฉันยังไม่หมดค่ะ  คราวนี้เรียกว่าซุ่มซ่ามก็ได้นะคะ  เรื่องนี้เกิดในที่ทำงานค่ะ....เจ้านายของฉันเลี้ยงน้องหมาค่ะ  ทุกวันจะนำน้องหมามาทำงานด้วย  นายบอกว่าน้องหมาอยู่บ้านกลัวเหงาก็เลยพามาทำงานด้วย  ทุกๆ วันนายเรียกฉันไปสั่งงานที่ห้อง  ฉันก็เดินฉับๆ เข้าไป  แล้วก็มีเสียงดัง เอ๊ง!  (เอ๊งเดียวจริงๆ นะคะ) จากเจ้าหมาน้อยที่นอนหมอบอยู่บนพื้น

ว๊าย!...เหยียบน้องหมา  เจ็บไหมน่ะ

เห็นสายตาที่น้องหมามองมา ( ดูเหมือนจะค้อน  คงนึกต่อว่าฉันอยู่ในใจ  " มาเหยียบผมทำไม  เจ็บนะ! " ) โอย!  ไม่ได้ตั้งใจนะ  พี่มองไม่เห็นจริงๆ  ขอโทษนะน้องหมานะ

แอบหรี่ตามองนาย  ก็ไม่เห็นนายว่าอะไร  เฮ้อ!  รอดตัวไปเรา  ดีนะที่สวมรองเท้าสำหรับเดินในบ้าน  น้องหมาก็เลยไม่เจ็บตัวเท่าไร  นี่ถ้าเป็นเจ้าส้นแหลมล่ะก็  น้องหมาคงไม่ร้องแค่เอ๊ง! เดียวแน่ๆ  เป็นแบบนี้หลายๆ ครั้งกับน้องหมาทุกตัว ย้ำค่ะว่าทุกตัว  ยกเว้นเจ้าตัวใหญ่พันธุ์บลูด็อกหน้าย่นฉันไม่เคยพลาดเหยียบเขาเลย  แหม! ก็เขาออกจะตัวใหญ่ขนาดนั้นนี่คะน้ำหนักปาไป 40 กว่ากิโล  ถ้าพลาดไปเหยียบเขาเข้าอะไรจะเกิดขึ้นนะ  ขาฉันจะเหลือไหมเนี่ย!  หรืออาจจะมีซองขาวๆ ยื่นมาตรงหน้าแถมด้วยก็เป็นได้นะคะ  ก็เจ้าหน้าย่นนี่เป็นสุดที่รักของนายเลยล่ะค่ะ  

 

เรื่องเฟอะฟะของฉันยังไม่จบค่ะ....

......ชอบก่อเรื่องเป็นประจำเวลาทานอาหาร

ก่อนหน้านี้ฉันไม่ถนัดการใช้ตะเกียบคีบอาหารค่ะ  เวลาไปทานอาหารที่ต้องใช้ตะเกียบจะเก้ๆ กังๆ มาก คีบหลุด คีบหลุดตลอด  โดยเฉพาะเจ้าลูกกลมๆ  ทั้งหลาย  ด้วยความที่อยากใช้ตะเกียบให้คล่องก็เลยพยามยามที่จะใช้ตะเกียบคีบ  คีบไปคีบมา กำลังจะเข้าปากอยู่แล้วเชียว  อ้าวทำไมเหลือแต่ตะเกียบ  ลูกกลมๆ หายไปไหน? 

อีกแล้วแก! ”  เสียงเพื่อนรักเล็ดลอดออกมา

" โน่นนนนนนนนนนนนน! "  เพื่อนลากเสียงซะยาวเลย  "...ใต้โต๊ะนั้นน่ะ  เห็นไหม? "

อิอิ..เห็นแล้วจ้า  เจ้าของโต๊ะเขาก็เห็นจ้า..  เห็นเขาแอบอมยิ้มกัน  ฉันก็เลยยิ้มกับเขาด้วย

อายซิคะ....อาย อ๊าย อาย  เฟอะฟะอีกแล้วเรา  แต่เหตุการณ์แบบนี้ส่วนมากจะเกิดขึ้นเวลาไปกับเพื่อนสนิทเท่านั้นค่ะ  ถ้ากับคนอื่นๆ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

 

........เพื่อนว่าฉันชอบทำอะไรแปลกๆ  กวนๆ

เวลาคุณสั่งก๋วยเตี๋ยวจะสั่งแบบไหนกันคะ  แล้วทานกันจนเกลี้ยงชามรึเปล่า! 

ฉันก็สั่งเหมือนที่คนทั่วๆ ไปสั่งกันค่ะประเภท ..เล็กโฟยำไม่เลือดไม่หู้  / ยำเล็กตับสด  / ยำใหญ่ใส่สารพัด  ประมาณนี้ค่ะ  นั่งทานเอร็ดอร่อยไปเรื่อยๆ จนหมด  สุดท้ายเหลือแต่เส้น เพื่อนเห็นก็ถาม

"....ทำไมไม่กินเส้นล่ะ  เหลือไว้ทำไม "

"...ก็ไม่ชอบเส้นน่ะจ้า "

" อ้าว! แก  ไม่ชอบกินเส้นแล้วสั่งทำไม  ทำไมไม่สั่งเกาเหลา  เสียดายของ "

" ไม่รู้สิ..ก็เห็นน่ากินก็เลยสั่งน่ะ... " จริงๆ ก็นึกเสียดายของนะคะ  แต่พอเวลาสั่งแล้วเป็นแบบนี้ทุกครั้งไป   

 

หรือแม้กระทั่งไอศครีม (ขอเรียกไอติมนะคะ) ก็เจอเพื่อนค้อนแล้วค้อนอีกเวลาไปทานด้วยกัน  เหตุเกิดจากเข้าไปทานไอติมในร้าน Swensen’s  เลือกเมนูไปๆ มาๆ นานมาก  แล้วก็มาลงที่ Banana Split  ฉันก็ละเลียดกินไปเรื่อยๆ อย่างเอร็ดอร่อย  ก็เหมือนเดิมค่ะ...ในถ้วยเหลือแต่กล้วย  เท่านั้นแหล่ะค่ะเพื่อนมองหน้าถามอีกแล้ว

"...เหลือกล้วยไว้ทำไม! "

"...ก็ไม่ชอบกล้วยนี่ "

" อ้าว! แกไม่ชอบกล้วยแล้วสั่ง Banana Split ทำไม!  ทำไมไม่สั่งอย่างอื่น  Sunday Monday Everyday ก็มี   (อิอิ  อันนี้เพื่อนประชดค่ะ)

"...ก็อยากสั่ง Banana Sprite น่ะ "  ว่าแล้วก็ฉีกยิ้มให้เพื่อน

เฮ้อ!  นี่คือเสียงที่เปล่งออกมาจากปากเพื่อน  พร้อมกับส่ายหน้าอย่างระอาในความเป็นฉัน

 

ความลับข้อนี่ไม่เปิ่นแล้วล่ะค่ะ

......ความฝันที่ไม่มีโอกาสเป็นไปได้

ฉันรักงานศิลปะมาตั้งแต่เด็กๆ  จำได้ว่าเริ่มประกวดวาดภาพมาตั้งแต่ชั้น ป.1 ก็ผลัดกันได้ที่ 1 ที่ 2 กับเพื่อนเรื่อยมา  ไม่ใช่เฉพาะวาดภาพเท่านั้น  อะไรที่เกี่ยวกับศิลปะก็รักชอบทั้งนั้น  ทำมาหมดเกือบจะทุกอย่าง  แต่ก็เหมือนเป็ดนะคะ  ที่ทำอะไรได้เกือบทุกอย่างแต่ไม่ได้ดีสักอย่าง  ( อ๊าว!..เป็ดบอกว่าเกี่ยวอะไรด้วย  ทำไมอะไรๆ ก็โทษเป็ดอย่างฉ๊านนนนนน )

ช่วงที่จบชั้น ม.6 ก็เอ็นทรานซ์เข้าคณะมัณฑนศิลป์  มหาวิทยาลัยศิลปากร ฝันอยากเป็นมัณฑนากร  ได้ตกแต่งบ้านสวยๆ  ฉันชอบจริงๆ นะคะ  สุดท้ายก็ได้แห้วมารับประทานเอ็นไม่ติด  แล้วก็เหมือนพระเจ้าแกล้งกันให้ฉันต้องมาทำงานเป็นเลขาฯ บริษัทสถาปนิกออกแบบบ้านที่ต้องทำงานร่วมกับมัณฑนากรด้วย รู้สึกแสลงใจเป็นที่สุด แต่อีกใจก็ยังมีความรู้สึกดีที่ได้อยู่ใกล้ๆ กับสิ่งที่ตัวเองชื่นชมปรารถนา  แล้วก็ยังได้ประสบการณ์เล็กๆ ติดตัวมาบ้างนิดหน่อย....ความฝันที่จะเป็นมัณฑนากรได้จบไปแล้ว.....แต่ตอนนี้ฝันเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างอีกแล้วค่ะ   เส้นทางใกล้เคียงกัน  กำลังพยายามอยู่ค่ะ 

 

มาถึงความลับข้อสุดท้าย...ความลับที่เป็นความลับจริงๆ

....ความรัก....ที่เป็นความลับ

ฉันเชื่อว่าคนเราทุกคนต่างก็เคยมีความรักกันมาแล้วทั้งนั้น  ฉันก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น  เคยมีความรักและทุกวันนี้ความรักของฉันก็ยังคงอยู่  แต่จะกับใคร อะไร ที่ไหน ยังไง  ก็ต้องบอกว่า  ...ขอเก็บไว้เป็นความลับค่ะ

ความลับก็คือความลับใช่ไหมคะ  ความลับถ้ารู้มากกว่า 1 แล้วก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไปซีคะ 

เพราะฉะนั้น  " ...ความรักของฉันก็ยังเป็นความลับต่อไปค่ะ... "

 

ขอบคุณน้องตัวกลมคนนี้...  เนปาลี จากบันทึก Tag ความลับ...ที่ไม่ใช่ " ความลับ " ที่ต้องทำให้คนหน้าตาเรียบร้อยอย่างฉันต้องมาเปิดเผยความเปิ่น โก๊ะ เฟอะฟะ ความบ้าของตัวเอง  แหม! ว่าจะเก็บไว้เป็นความลับสักหน่อย  รู้กันหมดเลยคราวนี้...