Guide for Members of Higher Education Governing Bodies in the UK

 

          ผมค้นเอกสารนี้ได้โดย Google โดยใช้คำค้น “Guide for Members of Higher Education Governing Bodies in the UK”    เป็นเอกสารที่จัดโดย คณะกรรมการนายกสภามหาวิทยาลัย (Committee of University Chairmen - CUC) ตอนปลายปี ๒๕๔๗    โดยทำงานร่วมกับสภาจัดสรรงบประมาณให้แก่สถาบันอุดมศึกษา (Higher Education Fundng Councils - HEFC) ของแคว้นต่างๆ    จึงขอสรุปคร่าวๆ เอามาแลกเปลี่ยน

          เอกสารเริ่มต้นด้วยการบอกว่าสถาบันอุดมศึกษามีความซับซ้อนมาก     และแต่ละสถาบันก็มีลักษณะจำเพาะของตนเอง    ดังนั้นเอกสารแนวทางนี้ไม่ใช่ข้อบังคับ    ไม่ใช่กฎเกณฑ์ตายตัว    แต่ละสถาบันควรศึกษาแนวทางนี้สำหรับนำไปจัดให้มีแนวทางของตนเอง     เพื่อให้สถาบันสามารถทำงานตอบสนองความต้องการของสังคมที่มีความคาดหวังสูงได้    เอกสารชุดนี้จัดทำครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๓๘    ฉบับปี ๒๕๔๗ จึงเป็นฉบับปรับปรุงใหม่

เอกสารนี้มี ๕ ส่วน
• ส่วนที่ ๑  แนวทางปฏิบัติของระบบกำกับดูแล
• ส่วนที่ ๒  หลักการทั่วไปของการกำกับดูแล    และบทบาทของสภามหาวิทยาลัย
• ส่วนที่ ๓  รายละเอียดของอุดมศึกษาในแคว้นต่างๆ ของสหราชอาณาจักร
• ส่วนที่ ๔  กรณีศึกษา
• ส่วนที่ ๕  เอกสารเพิ่มเติม

          ผมมองว่าเอกสารนี้คือเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นและอำนวยความสะดวกในการพัฒนาระบบกำกับดูแล (governance) ของสถาบันอุดมศึกษาในสหราชอาณาจักร     เขาบอกว่าในช่วง ๙ ปี ระหว่างเอกสารชุดแรกกับชุดที่ ๒ ระบบกำกับดูแลสถาบันอุดมศึกษาของสหราชอาณาจักรได้ก้าวหน้าไปอย่างมากมาย  

แนวทางปฏิบัติของระบบกำกับดูแล

บทบาทของสภามหาวิทยาลัย 
          ๑. ทุกมหาวิทยาลัยต้องมีสภามหาวิทยาลัยที่ทำหน้าที่เข้มแข็งจริงจัง     ทำหน้าที่กำหนดทิศทางเป้าหมาย  และดูแลว่ามหาวิทยาลัยสามารถบรรลุเป้าหมายได้จริง
          ๒.  กรรมการสภามหาวิทยาลัยต้องมีความประพฤติดีในฐานะบุคคลสาธารณะ  อันได้แก่ ไม่เห็นแก่ตัว  มีความมั่นคงในจริยธรรม  มีเป้าหมายชัดเจน  ตรวจสอบได้  เปิดเผย  ซื่อสัตย์  และมีภาวะผู้นำ
          ๓. สภาฯ ต้องประชุมอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย ๔ ครั้งต่อปี    สมาชิกต้องเข้าร่วมสม่ำเสมอ และ แสดงบทบาทจริงจัง 
          ๔. สภามหาวิทยาลัยควรจัดให้มีเอกสารประกาศหน้าที่หลักของสภาฯ     ซึ่งควรมีเรื่องต่อไปนี้


• อนุมัติ วิสัยทัศน์ เป้าหมาย ยุทธศาสตร์  แผนระยะยาว  KPI  และงบประมาณประจำปี ขององค์กร    และดูแลว่าเป็นไปตามความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสถาบัน
• แต่งตั้งผู้บริหารสูงสุดของสถาบัน    และกำหนดกลไกการประเมินผลงาน
• กำหนดให้มีระบบติดตาม ควบคุม และกำกับดูแล    ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบด้านการเงิน  การประเมินความเสี่ยง  การร้องทุกข์  และการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน
• ติดตามประเมินผลงานตามแผนและ KPI     โดยจัดให้มีการเปรียบเทียบ (benchmarking) กับองค์กรอื่นที่เหมาะสม

        
          ๕. เอกสารตามข้อ 4 ต้องประกาศอย่างกว้างขวาง รวมทั้งบน อินเทอร์เน็ต  และในรายงานประจำปี    ซึ่งจะมีการระบุบุคคลที่เป็นผู้มีบทบาทหลัก    รวมทั้งมีการสรุปว่าสภาฯ ได้มอบอำนาจอะไรบ้างให้ฝ่ายจัดการเป็นผู้ดำเนินการ    หรือได้กำหนดให้ฝ่ายจัดการเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง 
          ๖. กรรมการสภาแต่ละคนต้องทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมของสถาบัน ไม่ใช่ทำตัวเป็นผู้แทนปกป้องผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม    และจะต้องมีการเปิดเผยผลประโยชน์ของกรรมการแต่ละคนอย่างกว้างขวาง 
          ๗. นายกสภาฯ มีหน้าที่เป็นผู้นำของสภา     และรับผิดชอบต่อการทำให้สภาทำงานอย่างได้ผล    และคอยดูแลว่าสถาบันมีความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียอย่างครบถ้วนและใกล้ชิด 
          ๘. อธิการบดีทำหน้าที่นำเสนอทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ และการจัดการองค์กร    และรับผิดชอบการใช้จ่ายเงินที่ได้รับจากงบประมาณแผ่นดิน    อธิการบดีรับผิดชอบต่อสภาฯ ในการจัดการให้บรรลุเป้าหมายของสถาบัน    และรับผิดชอบการใช้อำนาจที่ได้รับมอบอำนาจจากสภาฯ หรือที่สภากำหนดให้เป็นอำนาจของอธิการบดี     โดยที่สภาฯ จะมีการตรวจสอบทบทวนเรื่องนี้เป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอ    

 

วิจารณ์ พานิช
๑๐ ม.ค. ๕๑