นั่นคือประเด็นการประชุมหารือในวันที่ ๗ เม.ย. ๕๒ จัดโดยสำนักงานสภามหาวิทยาลัยมหิดล    จากผลการวิจัยโดย ทญ. ดร. ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฎิ์ และคณะ (๒๕๕๒) บทบาทในการพัฒนานโยบายสาธารณะ มี ๔ ลักษณะคือ การสร้างองค์ความรู้ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย, การสนับสนุนองค์ความรู้เดิมโดยการสอน/อบรม, การจัดกระบวนการเรียนรู้, และการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ


          ศ. นพ. ประเวศ วะสี ประธานการประชุม บอกว่า มหาวิทยาลัยต้องตั้งคำถามแก่ตนเองว่า    ความรู้ที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยจะเกิดประโยชน์ต่อสังคมไทยอย่างไร   การตอบคำถาม และปฏิบัติตามปณิธานนี้จะนำพามหาวิทยาลัยไปสู่การทำหน้าที่พัฒนานโยบายสาธารณะ


          การทำหน้าที่พัฒนานโยบายสาธารณะ ไม่ใช่แค่จัดทำเอกสาร   ไม่ใช่แค่สื่อสารความเห็น    ต้องลงมือทำ   ต้องเข้าไปร่วมปฏิบัติ   นโยบายสาธารณะเป็นเรื่องที่สาธารณชนร่วมกันลงมือทำหรือปฏิบัติ   และร่วมกันรับผล 


          นโยบายสาธารณะมีหลายระดับ ทั้งระดับประเทศ  ระดับภาค  ระดับพื้นที่  ระดับชุมชน   (ที่บ้านผมก็มีนโยบายสาธารณะด้วย   โดยมีแม่บ้านเป็นประมุข มีผมเป็นผู้เข้าร่วม)   และมีหลายมิติ เช่นมิติด้านเศรษฐกิจ  ด้านการศึกษา เป็นต้น   อย่างไรก็ตาม นโยบายสาธารณะควรมีลักษณะที่บูรณาการหลายมิติ   เชื่อมโยงทั้งแนวกว้างและแนวลึก 


          ม. มหิดล มีนโยบายใช้กระบวนการนโยบายสาธารณะเป็นเครื่องมือสร้างทีมงาน/ทีมเรียนรู้ภายใน ม. มหิดล   และสร้างเครือข่ายเรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติร่วมกันในสังคมไทย


          รายละเอียดของการประชุมครั้งนี้จะลงในอีกบันทึกหนึ่ง   ซึ่งจะนำลงในวันที่ ๒๓ เม.ย.

วิจารณ์ พานิช
๑๘ เม.ย. ๕๒